พระบรมราโชวาทของในหลวงเกี่ยวกับการคิดดี ทำดี พูดดี

พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 

"ความคิดนั้นสำคัญมาก ถือได้ว่าเป็นแม่บทใหญ่ของคำพูดและการกระทำทั้งปวง กล่าวคือ ถ้าคนเราคิดดี คิดถูกต้อง ทั้งตามหลักวิชาและคุณธรรม คำพูดและการกระทำก็เป็นไปในทางที่ดีที่เจริญ แต่ถ้าคิดไม่ดีไม่ถูกต้อง คำพูดและการกระทำก็อาจก่อให้เกิดความเสียหาย ทั้งแก่ตัวเองและส่วนรวมได้ ด้วยเหตุนี้ ก่อนที่บุคคลจะพูดจะทำสิ่งใด จำเป็นต้องหยุดคิดเสียก่อนว่า กิจที่จะทำ คำที่จะพูดนั้น ผิดหรือถูก เป็นคุณประโยชน์หรือเป็นโทษเสียหาย เป็นสิ่งที่ควรพูด ควรกระทำ หรือควรงดเว้น เมื่อคิดพิจารณาได้ดังนี้ ก็จะสามารถยับยั้งคำพูดที่ไม่สมควร หยุดยั้งการกระทำที่ไม่ถูกต้อง พูดและทำแต่สิ่งที่จะสัมฤทธิ์ผลเป็นคุณ เป็นประโยชน์ และเป็นความเจริญ “

(ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์วิทยาลัย วันพุธ 9 ก.ค.2540)

ความประทับใจ

        พระบรมโชวาทของในหลวงทรงมีความสอดคล้องกับคำสอนของพระพุทธศาสนาที่สอนให้เราคิดดี ทำดี พูดดี ไม่พูดส่อเสียด ไม่ประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ไม่ดี อยู่ให้ห่างไกลจากสิ่งไม่ดี หากเรามีความคิดที่บริสุทธิ์ ไม่คิดร้าย และแสดงออกในการกระทำที่ดี สิ่งดีๆ ก็จะเข้ามาตัวเราเอง รวมไปถึงการพูดให้เราพูดจาไพเราะ พูดเป็นภาษาดอกไม้ ไม่ใช้ถ้อยคำที่หยาบคาย รู้จักให้เกียรติผู้อื่น ไปที่ไหนก็จะมีแต่คนรักใคร่ สิ่งดีๆก็จะเข้ามาหาตัวเอง ในทางกลับกันหากเรามีความคิดที่สกปรก คิดร้ายกับผู้อื่น ดูถูกผู้อื่น นอกจากผู้อื่นจะไม่อยากเข้าใกล้แล้ว ตนเองก็จะไม่มีความสุขไปด้วย เพราะในความคิดมีแต่ความอิจฉาริษยาผู้อื่น ไม่มีเวลาคิดหรือทำให้ตัวเองมีความสุขเพราะมัวแต่คิดร้ายนึกถึงแต่สิ่งที่ทำให้ตนเองเป็นทุกข์ ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นคำพูดการกระทำหรือแม้แต่จิตใจ หากเราเชื่อและทำในสิ่งที่ดีผลดีก็จะตอบแทนกลับ แต่หากเราพูดเราทำเราคิดในสิ่งที่ไม่ดี สิ่งเหล่านี้ก็จะก่อความเสียหายให้แก่ตนเอง เพราะฉะนั้นเราควรมีน้ำใจแก่ผู้อื่นทั้งคนที่เรารู้จัก หรือแม้แต่คนที่ไม่รู้จัก ควรมีจิตใจโอบอ้อมอารี ไม่เห็นแก่ตนเอง เพราะความเห็นแก่ตัวนำมาซึ่งความเบียดเบียนผู้อื่น เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ไม่ดีและไม่ควรทำ นอกจากจะทำร้ายตัวเองทางอ้อมแล้วยังทำร้ายผู้อื่น ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ทุกคนควรมีจิตและสามัญสำนึกที่ดี รู้จักหน้าที่ของตน ตัวอย่างเช่นการพูดที่ดี เพราะการคิดสิ่งที่ดีๆ แต่การแสดงออกทางคำพูดสามารถทำให้ผู้อื่นเข้าใจผู้พูดผิดได้ เนื่องจากอาจเกิดปัญหาในการสื่อสารบางอย่างที่ไม่เข้าใจ ไม่ตรงกัน 

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้หลักในการพูดไว้ถึง 5 ประการด้วยกัน คือ

1.พูดด้วยจิตเมตตา กล่าวคือ ทุกครั้งที่เราจะพูดกับใครก็ตาม ให้ถามตัวเองเสียก่อนว่า ที่เราจะพูดต่อไปนี้ มีความปรารถนาดีต่อเขาหรือไม่ ถ้าคิดว่าพูดแล้วจะระคายหู ระคายใจ ทั้งคนฟังคนพูด ก็อย่าพูด และหากมีการไต่ถามด้วยความไม่เข้าใจ เราจะต้องมีจิตเมตตาที่จะอธิบาย โดยไม่คิดว่าเป็นการยั่วเย้าให้เราโกรธ

2.พูดแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ กล่าวคือ เรื่องที่เราจะพูดหรือยกมาเป็นเรื่องสนทนานั้นจะเป็น ประโยชน์กับคู่สนทนาหรือไม่ ถ้าไม่เป็นประโยชน์ ก็ให้อดใจงดที่จะพูดออกมา เพราะหากยังพูดก็อาจจะทำให้กลายเป็นพูดเพ้อเจ้อไป

3.พูดถ้อยคำที่ไพเราะ นับตั้งแต่การรู้จักการใช้ภาษาพูดที่ไม่ระคายหู แม้จะพูดคำที่เป็น ประโยชน์แต่ถ้าระคายหูแล้ว ก็ไม่มีใครอยากฟัง ไม่อยากทำตาม บางทีอาจจะเกิดปฏิกิริยาต่อต้าน ทั้งนี้ควรตระหนักว่าไม่มีใครในโลกชอบให้ใครมาพูดข่มขู่ กระโชกโฮกฮาก และคนที่พูดคำหยาบคาย ถึงแม้จะมีประโยชน์แต่ก็ยากที่ใครจะรับได้

 

 4.พูดถ้อยคำที่เป็นจริง กล่าวคือ คำพูดที่เรานำมาเล่า แนะนำ จะต้องเป็นคำที่เป็นจริง เพราะถึงแม้คำพูดของเราจะไพเราะ มีประโยชน์ เต็มไปด้วยความปรารถนาดี แต่ถ้าไม่เป็นจริงแล้ว ไม่พูดเสียเลย ดีกว่า เช่น มุ่งที่จะทำให้ผู้ฟังเชื่อถือเกินไป จึงพูดในเรื่องที่อาจจะเกินความจริง สิ่งนี้จะทำให้เรากลายเป็นคนโกหก เป็นคนขาดศีล ถึงแม้พูดให้คนอื่นได้ประโยชน์ไป แต่เรากลับเสียประโยชน์ คือผิดศีล และเมื่อพูดไม่จริงจนเคยชินมากเข้า ก็จะกลายเป็นคนหลงๆ ลืมๆ และขาดความเชื่อมั่นในตนเอง

5.พูดถูกกาลเทศะ คือ ก่อนพูดต้องดูกาลเทศะให้ดี เพราะคนที่พูดไม่ถูกเวลา ไม่ถูกสถานที่ อาจทำให้ไม่ประสบผลสำเร็จในการทำหน้าที่กัลยาณมิตรได้ กลับจะทำให้เป็นที่เกลียดชังแก่บุคคลทั่วไป เช่น การจะเตือนคน ต้องรู้จักกาลเทศะ เช่น หากเตือนผู้ใหญ่ต่อหน้าธารกำนัล แม้จะพูดไพเราะแค่ไหน ก็ถือว่าพูดผิดที่ แทนที่จะเป็นผลดีกลับกลายเป็นการฉีกหน้า หรือหากจะเตือนคนที่กำลังมีโทสะพลุ่งพล่าน มีอาวุธอยู่ในมือ ถือว่ายังไม่ใช่โอกาสที่เหมาะสม เพราะอาจจะเป็นภัยแก่ผู้เตือนได้

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 14 คน กำลังออนไลน์