หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

  เรียงความเรื่อง


   หลากหลายกายเป็นหนึ่ง


         ในสังคมไทยของเรานั้นมีความหลากหลายทางด้าน วัฒนธรรม ศาสนา ความเชื่อที่แตกต่างกันออกไปจำนวนมาก ซึ่งเป็นเรื่องปกติว่าต้องมีการกระทบกระทั้งเกิดความขัดแย้งแตกความสามัครคีกันของคนในสังคมสิ่งเหล่านี้ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่มักจะเกิดกับสภาพของสังคมไทยที่มีความหลากหลายเช่นนี้ ปัญหาเหล่านี้มันไม่ได้เกิดเฉพาะแค่ในประเทศไทยแค่ในสังคมไทยของเราเพียงเท่านั้น แต่มันเกิดกับแทบทุกสภาพสังคมในโลกใบนี้ ทุกปัญหาที่เกิดขึ้นล้วนแล้วเกิดมาจากสาเหตุเดียวๆกันทั้งนั้น ผมว่าไม่มีประเทศไหนสังคมไหนบนโลกใบนี้ที่ไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีการแตกแยก แม้แต่สถาบันที่เล็กที่สุด สถาบันครอบครัวก็ยังมีการขัดแย้งกันปัญหาเหล้านี้ ยกตัวอย่างความขัดแย้งทางศาสนา ถือได้ว่าเป็นความขัดแย้งที่รุนแรงที่สุดเลยก็ว่าได้เพราะ เนื่องจากผู้นับถือศาสนาแบบยึดมั่นถือมั่นจะเห็นว่าศาสนาหรือลัทธิที่ตนนับถือดีกว่าของผู้อื่นละไม่ยอมรับคนต่างศาสนาต่างลัทธิ ทั้งนี้เพราะคนเหล่านั้นมีพื้นฐานความเชื่อต่างกันและตีความศาสนาไปตามความเชื่อของตน และวางรูปแบบการดำรงชีวิตแตกต่างกันออกไปตามที่ตนเชื่อถือ ซึ่งความยึดมั่นถือมั่นนี้เองทำให้เกิดความขัดแย้งกันขึ้นมา ส่วนใหญ่ความขัดแย้งทางศาสนามักจะมีความรุนแรงและพร้อมจะสละชีวิตเพื่อความยึดมั่นของตน ดังที่ปรากฏเป็นสงครามทางศาสนาหรือสงครามครูเสดระหว่างชาวคริสตเตียนกับชาวอิสลามในสมัยโบราณ เป็นต้น ถือได้เป็นความขัดแย้งที่ดูแล้วน่ากลัว และอันตรายมว่าต้องมีการเฝ่าระวัง ศาสนาแต่ละศาสนาอย่าให้เิกดความขัดแย้งกันเลยเพราะอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรง ที่อาจถึงกับเกิดการสู้รบม่าฟันกัน นับเป็นปัญหาความขัดแย้งถ้าเกิดขึ้นแล้วจะเป็นความขัดแย้งที่อันตราบที่สุดเลยก็ว่าได้ดังนั้นพวกเราต้องมาช่วยกันหาวิธีแก้ไข หาวิธีป้องกันการเกิดความขัดแย้งเหล่านี้ไม่ให้เกิดขึ้นทั้งในสังคมไทย และต่างประเทศ


          ในประเทศไทยของเรานั้นก็มีหลากหลายทางศาสนา หลากหลายเชื้อชาติ หลากหลายวัฒนธรรม ความขัดแย้งก็ต้องย่อมเกิดเป็นธรรมดา วิธีการที่จะทำไม่ให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในสภาพสังคมที่มีความหลากหลายแบบนี้ เราต้องรู้เคารพซึ้งกันและกันให้เกียรติสิทธิ์และหน้าที่ของกันและกัน มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีความสามัคคีในหมู่คณะ ผิดนิดผิดหน่อยอภัยให้กันรักกันแบบพี่แบบน้องสามัคคีปองดองกัน รับฟังความคิดเห็นของกันและกันไม่ถือเอาความคิดความเชื่อของตนเป็นหนึ่ง รู้จักยอมรับและรับฟังทุกคำพูด ทุกความเชื้อเพื่อมาปรับใช่ในชีวิตประจำวันขอลเราทุกๆคน เท่านี้ก็จะช่วยลดปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยได้มากเลยที่เดียว แต่ทั้งนี้ทั้งสิ่งที่ผมกล่าวมานั้นมั้นจะมีประโยชน์อะไรเลยถ้าทุกคนไม่ช่วยกันประพฤติปฏิบัติ ถ้าปฎิบัติบ้างไม่ปฎิบัติบ้างก็ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งเลย แถมอาจกลายเป็นเพิ่มความขัดแย้งให้มากขึ้น ทวีคูณความรุนแรงให้มากขึ้นอีกตั้งหาก ดังนั้นพวกเราทุกๆคนต้องช่วย ประพฤติปฎิบัติ จึงจะเกิดผลดีตามมาได้ เพียงเท่านี้สังคมเราก็จะมีแต่ความสุขความเจริญกันทั่วหน้าเลย การทำกิจกรรมเพื่อลดคความขัดแย้งมีหลายประการ เช่น 1. การปองดอง เป็นวิธีการแก้ปัญหาด้วยการยอมเสียสละความต้องการของตนเอง เพื่อที่จะให้ฝ่ายตรงข้ามบรรลุความต้องการของตน เป็นการสร้างความพึงพอใจให้แก่อีกฝ่าย เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง แต่วิธีนี้มักจะไม่ก่อให้เกิดความพึงพอใจแก่ผู้ยินยอมให้ เพราะตนต้องยอมสละความต้องการและเป้าประสงค์ของตนให้แก่ผู้อื่น จึงเป็นการสร้างความคับแค้นใจที่ติดอยู่ในใจ วิธีการนี้จึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนักในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง 2.  โดยทั่วไปการแก้ไขความขัดแย้งด้วยการเผชิญหน้า เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด จากวิธีการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด คู่กรณีทั้งสองฝ่ายยินยอมที่จะหันหน้าเข้าหารือกันเพื่อหาวิธีที่ดีที่สุดในการช่วยกันบริหารความขัดแย้ง  อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้จำเป็นจะต้องใช้ระยะเวลามากในการจัดการแก้ไขปัญหา แต่ก็เป็นวิธีที่ดีที่สุด สำหรับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับข้อขัดแย้งทุกฝ่ายที่มีสัมพันธภาพในการทำงานอยู่ร่วมกันในระยะยาว ได่นานที่สุด


           การที่เราจะอาศัยอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุขนั้น สมาชิกในสังคมทุกคนจะต้องมีความสัมพันธ์กันไม่ว่าจะอยู่ในสถาบันใดก็ตาม ในด้านต่างๆเช่น การพึ่งพาอาศัยกัน การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ความสามัคคีของแต่ละสถาบันต่างๆ และความร่วมมือกันของแต่ละสถาบันเพื่อพัฒนาสังคมของเราให้เจริญก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อยๆและจะทำให้สังคมของเรานั้นมีแต่ความสงบสุข น่าอยู่ยิ่งขึ้น ความในสังคมอาจจะมีการทำกิจกรรมต่างๆร่วมกันหรือความสัมพันธ์ต่างๆเกี่ยวข้องกันบ้าง ได้มีการพบปะ พูดคุยกันเล่าสู่กันฟัง ปรึกษาหารือต่างๆด้วยกัน มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เอื้อเฟื้อต่างๆ พึ่งพาอาศัยกันในเรื่องราวหรือเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นร่วมกัน ช่วยกันแก้ไขปัญหาต่างๆหาทางออกที่ถูกต้องเพื่อที่จะไม่ให้เกิดการทะเลาะวิวาทหรือปัญหาที่เป็นผลกระทบกับตัวเราหรือคนรอบข้างที่ทำให้ได้รับความเสียหาย ได้รับบาดเจ็บน้อยที่สุดหรือไม่เกิดขึ้นเลย ใช้สติในการแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น ใช้เหตุผลในการแก้ไขปัญหาหรือตัดสินใจปัญหาต่างๆ ซึ่งการที่เราช่วยกันแก้ไขปัญหาต่างๆหรือทำอะไรร่วมกันนั้นมันจะทำให้เราเกิดความสามัคคีร่วมมือกันในสังคม ถ้าเราเกิดความสามัคคีกันในสังคม สังคมของเราก็จะสงบสุขและน่าอยู่มากขึ้น  การที่เราจะอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุขได้นั้นเราจะต้อง 1. มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่เราได้รับหมอบหมาย ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดทำให้เต็มความสามารถของเราเท่าที่เราจะทำได้ และควรทำให้สำเร็จในเวลาที่กำหนด ไม่ควรเอารัดเอาเปรียบคนอื่นในสังคม ไม่ควรละเลยต่อหน้าที่ของเราเพราะมันจะทำให้คนอื่นๆในสังคมนั้นมาดูถูกเราได้ 2. การมีระเบียบวินัย คนเราควรที่จะมีระเบียบวินัย ปฏิบัติตามกฎต่างๆ สังคมจะได้มีความเพลียบพร้อม เรยบร้อยเต็มไปด้วย ผู้ที่มีระเบียบวินัย สังคมจะมีความเจริญก้าวหน้า สามารถเติบโต้ไปได้อย่างรวดเร็ว เพราะไม่มีไครที่มาเป็นตั่วถ่วงสั้งคม ถ่วงความเจริญก้าวหน้าของสังคม สังคมก็จะพัตนาไปได้เร็วทันยุคทันสมัย แต่อย่างไรก็ตาม ไมาว่าเราจะเกิดที่ประเทศไหน อยู่ในสภาพสังคมอย่างไร นับถือศาสนาอะไร ผมเชื่อว่าถ้าคนที่อยู่ในสังคมนั้นๆเป็นคนดีกันทุกคน สังคมก็จะไม่มีทางที่จะเกิดความขัดแย้งได้อย่างแน่นอน


 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 42 คน กำลังออนไลน์