ศิลปกรรมไทยและภูมิปัญญาไทยภาคกลาง ขันลงหินบ้านบุ

ขันลงหินบ้านบุ

ขันลงหินบ้านบุ เป็นเครื่องใช้โลหะผสมที่ทำด้วยฝีมือการตีแผ่โลหะผสมให้แบน เพื่อขึ้นรูปทรงขันแล้วขัดผิวให้เรียบเกลี้ยงด้วยหินจึงเรียกว่า "ขันลงหิน" ซึ่งมีการสืบทอดภูมิปัญญาการช่างมาจากสมัยกรุงศรีอยุธยาที่ย่านวังไชยมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ที่บ้านบุ กรุงเทพมหานคร

งานช่างฝีมือดั้งเดิมนี้ เป็นงานช่างบุในช่างสิบหมู่ที่ผสมผสานความรู้ ฝีมือจนมีความเจริญเป็นอาชีพเกือบทุกครัวเรือนในตำบลบ้านบุ ธนบุรีดังกลอนนิราศพระแท่นดงรังในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า "...ถึงบ้านบุบุขันสนั่นก้อง เขาหลอมทองเทถ่ายละลายไหล..." ซึ่งมีตระกูลช่างบุทั้งหมด ๙ ตระกูล แต่ในปัจจุบันมีตระกูลเดียวคือตระกูลโตทรัพย์ที่บ้านเจียม แสงสัจจา ริมคลองบางกอกน้อยที่ ๑๓๓ ตรอกบ้านบุ ถนนจรัญสนิทวงศ์ ซอย ๓๒ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ที่มีการทำขันลงหิน ตั้งแต่ขนาด ๓-๑๐ นิ้วและขันชุดใส่บาตร (ขัน ทัพพี พานรอง) ขนาด ๗-๑๐ นิ้ว ซึ่งมีลักษณะเนื้อโลหะแข็ง เหนียว ยืดหยุ่น เมื่อเคาะมีเสียงดังกังงาน ใช้ใส่ข้าวสุกไม่บูดเร็ว ใส่น้ำเย็นได้ดีเพราะมีการคิดค้นส่วนผสมโลหะที่มีสัดส่วนเฉพาะ คือทองแดง ๗ ส่วน ดีบุก ๒ ส่วน เศษสำริด ๑ ส่วนตามกลวิธีการผลิตคือ ๑) การตี เป็นการหลอมส่วนผสมโลหะทั้งหมดบนเตาตีเมื่อเนื้อเหนียวพอดีจึงใช้ค้อนตีแผ่ ขึ้นรูปขัน เผาจนสุกร้อนได้ที่ ๒) การลาย เป็นการตีลายขันบนกระล่อน ตีแต่งให้งดงาม ๓) การกลึง ทาชันติดขันเข้ากับหน้าภมรใช้เหล็กกลึงจนเห็นสีผิวทองสุกปลั่ง ๔) การกรอ แต่งขอบปากขันให้กลมด้วยเครื่องกรอไฟฟ้า ๕) การเจีย ใช้เครื่องเจียไฟฟ้าตกแต่งรอยบนผิวขัน (สมัยก่อนไม่มี) ๖) การขัด ขัดขันด้วยน้ำยาขัดเงาและมอเตอร์ลูกผ้าปั่นจนเงางดงาม (สมัยก่อนใช้หินละเอียดผสมน้ำห่อผ้าคลึงขัดลบรอยต่าง ๆ)

การเรียนรู้สืบทอดภูมิปัญญาของช่างแห่งนี้ ช่างได้รับจากการศึกษาอาชีพแผนโบราณที่บ้านของครอบครัวช่างทำขันลงหินจากแม่มาสู่ลูก คือโรงงานขันลงหินเจียม แสงสัจจาของคุณเจียม (วิมลศรี)

แสงสัจจา มารดาของคุณเมตตา เสลานนท์ ผู้สืบทอดขันลงหินบ้านบุด้วยการจัดการงานมรดกของครอบครัวซึ่งสะท้อนให้เห็นมรดกภูมิปัญญาการช่างพื้นบ้านที่มีการสะสม ปรับปรุง ถ่ายทอดตลอดมาเพราะมีคุณค่าความรู้การช่างไทยที่มีรากฐานลึก มั่นคงทางวัฒนธรรมอาชีพทำเครื่องใช้ สินค้า ของที่ระลึก เกิดเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงท่องเที่ยว และแหล่งมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในปัจจุบันที่มีการถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้สนใจ แต่การผลิตขันลงหินประสบปัญหาเพราะเป็นช่างรุ่นสุดท้าย มีอายุมากขึ้น งานหนัก ลำบาก ใช้แรงงาน ความอดทน ได้ค่าแรงไม่มากจึงทำให้พ่อแม่ที่เป็นช่างบุไม่ประสงค์ให้ลูกหลานทำอาชีพนี้ การส่งเสริมสนับสนุนให้ช่างดำรงชีพอย่างดีมีความสุขเจริญ รายได้ดีเป็นความจำเป็นเร่งด่วนเช่นกันเพื่อการสืบทอดสมบัติศิลป์ภูมิปัญญาไทยต่อไป

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 34 คน กำลังออนไลน์