บุคคลต้นแบบ : สินทวีชัย หทัยรัตนกุล

สินทวีชัย  หทัยรัตนกุล

    ประวัติส่วนตัว
   ชื่อ : สินทวีชัย  หทัยรัตนกุล (ชื่อเดิม : โกสินทร์  หทัยรัตนกุล)
   ชื่อเล่น : ตี๋ (บอล)
   วันเกิด : 23 มีนาคม พ.ศ. 2525
   ส่วนสูง 180 เซนติเมตร
   สถานที่เกิด : จังหวัดสกลนคร ประเทศไทย
   อาชีพ : นักฟุตบอล (ผู้รักษาประตู) 
   เบอร์เสื้อ : 18 (สโมสร) , 20 (ทีมชาติ)
   สโมสรฟุตบอลที่ชอบ : อาร์เซนอล

     

      ในปี พ.ศ. 2549 สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ได้เดินทางไปเล่นฟุตบอลระดับสโมสรของประเทศอินโดนีเซียคือเปร์ซิบบันดุง (Persib Bandung) โดยระหว่าง 6 เดือน ที่ไปร่วมทีมนั้น ช่วยให้เขาเรียนรู้เทคนิคใหม่ ๆ และเพิ่มความมั่นใจ ก่อนที่เขาจะกลับมาช่วยสโมสรฟุตบอลจังหวัดชลบุรี สู้ศึกไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก
      ปีถัดมา เขาได้รับเกียรติให้รับใช้ทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่โดฮา ประเทศกาตาร์ ด้วยควมสามารถที่ดีแต่โชคไม่เข้าข้าง สินทวีชัย และนักฟุตบอลทีมชาติไทย ทำให้ไม่สามารถทีมชาติเจ้าภาพได้ ทำให้พวกเขาไม่สามารถเข้าสู้รอบชิงชนะเลิศได้แต่อย่างไรก็ตาม สินทวีชัย ก็กลับมาพร้อมประสบการณ์ที่เขาต้องเรียนรู้ต่อไป
     ในเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2549 ทีมชาติไทยชนะเลิศรายการแข่งขันคิงส์คัพ ครั้งที่ 37 ในสนามศุภชลาศัย ไม่กี่เดือนต่อมา ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 พวกเขาเข้าสู่รอบสุดท้ายอาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ 2007 ที่จัดขึ้นในประเทศไทย สินทวีชัยได้เป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งตลอดการแข่งขัน ยกเว้น 2 นัดสุดท้ายเมื่อผู้ฝึกสอนให้โอกาสกับผู้รักษาประตูที่มีประสบการณ์มากกว่าลงเล่น แต่อย่างไรก็ตามอาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพเป็นการแข่งขันที่สร้างความประทับให้ให้กับกองเชียร์ฟุตบอลทีมชาติไทย
      ในปี พ.ศ. 2550 ถือว่าเป็นปีที่ยอดเยี่ยมของสินทวีชัยในการเป็นนักกีฬาอาชีพ ในเดือนกรกฎาคม ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพร่วมในรายการแข่งขันที่มีความสำคัญที่สุดในทวีปเอเชีย คือ เอเชียนคัพ 2007 โดยเป็นครั้งแรกที่มีเจ้าภาพร่วม 4 ประเทศ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ไทย,เวียดนาม)
      ในปลายปี พ.ศ. 2558 หลังจบฤดูกาลเดียวกัน สินทวีชัยได้ย้ายออกจากชลบุรี หลังจากอยู่กันมานานถึง 9 ฤดูกาล โดยย้ายไปอยู่กับสุพรรณบุรี

         ประวัติการค้าแข้งของสินทวีชัย  หทัยรัตนกุล

      

      เส้นทางสู่ฟุตบอลของสินทวีชัย
     โกสินทร์ เด็กชายจากจังหวัดสกลนคร ออกเดินทางตามหาความฝันที่จะเป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทย ตั้งแต่อายุยังน้อย ด้วยการจากบ้านเกิด ไปเรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา จังหวัดชลบุรี ในโครงการช้างเผือก
     เรื่องราวในช่วงเวลานั้น ดิฉันเองก็ไม่ทราบแน่ชัดนัก
     เคยอ่านสกู๊ปหนึ่ง ระบุเอาไว้ว่า สินทวีชัยเดินทางจากจังหวัดสกลนครเพียงลำพัง มาใช้ชีวิตอยู่ไกลบ้าน ตัวคนเดียว(เนื้อความในสกู๊ป เขียนไว้คร่าวๆ ในทำนองนี้)
     อ่านแล้วรู้สึกทึ่งและยอมรับในความกล้าหาญของ "เด็กชายโกสินทร์ หทัยรัตนกุล" คนนี้มากด้วยเชื่อว่า เด็กทุกคนล้วนมีความฝันอันยิ่งใหญ่ แต่จะมีเด็กเพียงแค่บางคนเท่านั้น ที่กล้าตามหาและไล่ล่าความฝัน ของตัวเองโดยเฉพาะการที่ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนและครอบครัว ตั้งแต่อายุยังน้อย นับว่าเป็นการออกเดินทางเพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นนักเตะอาชีพที่น่าทึ่งและน่าประทับใจจริงๆ
    ข้ามมามองสินทวีชัย ในวัย 33 ปี (เกิด 23 มีนาคม พ.ศ. 2525) ก่อนอื่นต้องบอกว่า เป็นความโชคดีของการเล่นตำแหน่งผู้รักษาประตู ที่ทำให้สินทวีชัยอยู่บนถนนสายลูกหนังได้อย่างยาวนาน และที่สำคัญ ยังเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติไทย ฟอร์มการเล่นของสินทวีชัยในช่วงหลัง มีทั้งแบบที่ดีจนได้รับคำชื่นชมในวงกว้าง และผิดพลาดจนถูกตำหนิ
    ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 26 เมษายน ชลบุรีเสมอบางกอกกลาส 2 – 2  ฟอร์มการเล่นของสินทวีชัยในนัดนั้น ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในด้านลบ แต่เพียงไม่นานหลังจากนั้น ชื่อของสินทวีชัยถูกหยิบขึ้นมากล่าวถึงอีกครั้ง เมื่อทีมชาติไทยต้องการผู้รักษาประตูฝีมือดี ไปเล่นฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก
    กระแสในเวลานั้น มีทั้งสนับสนุนและไม่เห็นด้วย 
    แต่สุดท้ายแล้ว สินทวีชัย ก็เป็นผู้รักษาประตูคนหนึ่ง ที่มีรายชื่อในทีม ร่วมกับฉัตรชัย บุตรพรม ที่โชว์ฟอร์มได้ดี(แต่มีกระแสสังคมในด้านลบ เกี่ยวกับการแนวเล่นและการแสดงทัศนคติ ... บรรทัดนี้ กล่าวถึงถึงฉัตรชัย)
    และก็เป็นสินทวีชัย ที่ได้รับความไว้วางใจจากโค้ช คว้าตำแหน่งผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมชาติไทย 
    โดยฟอร์มการเล่นในช่วงเวลานั้น ต้องบอกว่า “ดี” และดีจนฮือฮา จากการอ่านเกมขาดและสามารถออกมาตัดเกมได้สำเร็จถึง 2 ครั้ง จนแฟนบอลให้ฉายา “นอยเออร์เมืองไทย” เรียกว่า เป็นการกลับมาทวงตำแหน่งมือหนึ่งทีมชาติไทยที่สวยงามและสมศักดิ์ศรีทีเดียว


   แนวทางการใช้ชีวิตของสินทวีชัย หทัยรัตนกุล
   แนวทางการใช้ชีวิตของพี่ตี๋ สินทวีชัยนั้น เป็นแนวทางการใช้ชีวิตที่เรียกได้ว่าควรเป็นแบบอย่างให้กับทุกคน 
   นักเตะไม่จำเป็นต้องรอกำลังใจจากแฟนบอลเพียงทางเดียว ต้องรู้จักสร้างกำลังใจขึ้นมาด้วยตัวเอง
   นักเตะอาจพบวิกฤตจากกระแสในด้านลบ ถ้าไม่สามารถสร้างแรงผลักดันและเป็นกำลังใจให้ตัวเองได้ ก็จะผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายไปได้ยาก
   ร่มและเสื้อกันฝน ไม่ใช่สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อให้ฝนหยุดตก มันถูกสร้างขึ้นมา เพื่อให้เราสามารถที่จะเดินทางท่ามกลางสายฝนได้ 
   กำลังใจ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อให้ปัญหาหายไป กำลังใจถูกสร้างขึ้นมา เพื่อให้เราเผชิญปัญหาและก้ามข้ามมันไปได้ง่ายขึ้น
   เป็นแนวคิดที่ทุกคน นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ... ในช่วงเวลาที่แย่หรือเลวร้าย เสียอะไรก็เสียได้ แต่อย่าเสียกำลังใจและศรัทธาในตนเอง

     “ผมจะตกแต่งบ้านด้วยข้อความที่ให้กำลังใจตัวเอง เพราะทุกข้อความมีความหมาย และผมจะตกแต่งข้อความไว้ทุกมุมในบ้าน เมื่อทุกครั้งก่อนเกมเกมการแข่งขันและหลังเกมการแข่งขัน ผมจะอ่านข้อความเหล่านี้ เพื่อเป็นข้อคิดและสร้างแรงบันดาลใจกับตัวผมเอง” ตี๋ เกริ่นนำ
      ทั้งนี้ “สินทวีชัย”ยังได้ให้ข้อคิดดีๆจากข้อความให้กำลังใจต่อไปอีกว่า “ผมว่าการให้กำลังใจตัวเองก็เป็นเรื่องที่ดี และข้อความเหล่านี้จะเป็นแรงกระตุ้นให้เราแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาดไป เพื่อไว้ปรับปรุงตัวเองในการลงทำหน้าที่ในเกมต่อๆไป” สินทวีชัย กล่าวทิ้งท้าย

 

การตกแต่งบ้านด้วยถ้อยคำให้กำลังของพี่ตี๋

การโพสต์ข้อความให้กำลังใจ คำขอบคุณ ผ่านทางเฟสบุ๊ค

      บทสัมภาษ์เล็กๆน้อยๆของพี่ตี๋ ที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการใช้ชีวิตและแนวความคิดในการดำรงชีวิตของพี่ตี๋

https://www.youtube.com/watch?v=X9zmrh1epik




ความประทับใจที่มีต่อพี่ตี๋ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล

      หลังจากที่ได้อ่านเรื่องราวของพี่ตี๋ทำให้เห็นถึงความพยายามที่มุ่งมั่นเดินตามความฝันอย่างไม่ย่อท้อ ไม่ว่าจะต้องเดินทางไกล ต้องอยู่คนเดียวหรือต้องเจอกับคู่แข่งมากมายพี่ตี๋ก็พร้อมจะสู้เพื่อเดินตามความฝันของตัวเอง และพี่ตี๋ก็ได้ทำสำเร็จแล้วโดยการเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งของสโมสรและของทีมมชาติไทย ทำให้ดิฉันรู้สึกฮึดและมีแรงบันดาลใจอย่างทำความฝันให้สำเร็จได้อย่างพี่ตี๋บ้าง การกระทำของพี่ตี๋ได้จุดไฟในตัวของดิฉันให้ลุกขึ้นมาตามหาความฝันอย่างไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค
      แนวคิดในการดำเนินชีวิตของพี่ตี๋นั้นก็เหมาะสมที่จะนำไปใช้ในชีวิตอย่างมาก เพราะไม่ว่ายามเราสุข เราทุกข์ ยามได้ดี หรือยามตกอับ เราก็ต้องมีธรรมมะไว้ในใจ ยามมีก็อย่าเหลิงจนเกินไปนัก ควรนึกถึงตอนเราลำบากอยู่เสมอ
     ที่สำคัญที่สุดคือการสร้างกำลังใจให้ตนเองของพี่ตี๋ โดยการตกแต่งข้อความให้กำลังใจไว้ที่ฝาผนังบ้าน ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่สร้างสรรค์มาก และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ ทุกๆคำ ทุกๆข้อความของพี่ตี๋ทั้งในเฟสบุ๊ค และอินสตาแกรม มักจะมีการให้กำลังใจ การปลุกใจ คำขอบคุณ แฝงมาอยู่ด้วยเสมอ
     พี่ตี๋คือคนที่ปลุกไฟแห่งความพยายามในตัวของผู้อื่นได้
      ... และนี่คือบุคคลต้นแบบในชีวิตของดิฉัน พี่ตี๋ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล

 

ทีมา : http://pantip.com/topic/33927309
      : http://www.goal.com/th/people/thailand/42592/สินทวีชัย-หทัยรัตนกุล
      : https://th.wikipedia.org/wiki/สินทวีชัย_หทัยรัตนกุล
      : Facebook • Sinthaweechai Hathairattanakool
      : http://icbbineinberliner.exteen.com/20090213/entry

 

ดย นางสาวชนัญญา   รัตนชนก   ม.6/3   เลขที่ 23

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 56 คน กำลังออนไลน์