บุคคลต้นแบบ : คิด-คณชัย เบญจรงคกุล

คิด-คณชัย เบญจรงคกุล

 

        ผู้จบจากคณะสถาปัตยกรรมที่ประเทศอังกฤษ “คิด-คณชัย เบญจรงคกุล” หมุนเส้นทางชีวิตสู่การเป็นนักถ่ายภาพ เพราะความรักความหลงใหลในการมองโลกผ่านเลนส์กล้อง เขาบอกกล่าวกับเราถึงความลุ่มหลงเป็นพิเศษในการถ่ายภาพคน เพราะมันทำให้เขาได้สืบค้นลงไปในน้ำเนื้อแห่งมนุษย์และอารมณ์ความรู้สึกอันหลากหลายของชีวิต ผ่านสีหน้าแววตา และท่าทางของผู้คนที่อยู่หน้ากล้อง ปัจจุบัน นอกเหนือจากบทบาทของช่างภาพแฟชั่น “คิด คณชัย” ยังรับหน้าที่เป็นพิธีกรในรายการ “Who Are You คุณคือใคร”  ในช่วงสั้นๆ หลังจากที่เขาบันทึกเทปรายการจบ ก่อนจะไปถ่ายภาพต่ออีกงาน เราใช้เวลาช่วงนั้นสนทนากับเขา เกี่ยวกับความสนใจในการถ่ายภาพ ไล่เลยไปจนถึงประเด็นเรื่องความเป็นศิลปะ-ศิลปิน    

 

 

        ครั้งหนึ่ง คุณเคยพูดว่าสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการถ่ายภาพ ถามว่าการถ่ายภาพมันเลี้ยงชีวิตได้   ก็เรียกว่าได้ในระดับหนึ่งครับ แต่เราไม่สามารถใช้จ่ายฟุ่มเฟือยหรือเต็มที่เหมือนเมื่อก่อนตอนที่เรายังใช้เงินพ่อแม่ แต่ตอนนี้ การถ่ายภาพมันเป็นรายได้หลักของเรา มันก็พอทำให้เราใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ โอเค พอได้ แต่ไม่สามารถที่จะไปท่องเที่ยวปีละหลายๆ ครั้ง เพราะเวลาเดินทางมันใช้เงินเยอะ เราไม่สามารถจะไปเดินทางอย่างที่เราเคยทำเมื่อก่อน ไม่สามารถบินไปแล้วก็ไปอยู่โรงแรมห้าดาว อย่างนั้นยังไม่ได้ครับางชีวิตสู่การเป็นนักถ่ายภาพ เพราะความรักความหลงใหลในการมองโลกผ่านเลนส์กล้อง เขาบอกกล่าวกับเราถึงความลุ่มหลงเป็นพิเศษในการถ่ายภาพคน เพราะมันทำให้เขาได้สืบค้นลงไปในน้ำเนื้อแห่งมนุษย์และอารมณ์ความรู้สึกอันหลากหลายของชีวิต ผ่านสีหน้าแววตา และท่าทางของผู้คนที่อยู่หน้ากล้อง ปัจจุบัน นอกเหนือจากบทบาทของช่างภาพแฟชั่น “คิด คณชัย” ยังรับหน้าที่เป็นพิธีกรในรายการ “Who Are You คุณคือใคร”  ในช่วงสั้นๆ หลังจากที่เขาบันทึกเทปรายการจบ ก่อนจะไปถ่ายภาพต่ออีกงาน เราใช้เวลาช่วงนั้นสนทนากับเขา เกี่ยวกับความสนใจในการถ่ายภาพ ไล่เลยไปจนถึงประเด็นเรื่องความเป็นศิลปะ-ศิลปิน   

        • ถึงที่สุดแล้ว คิดว่างานถ่ายภาพจะเป็นงานที่หล่อเลี้ยงชีวิตเราจริงๆ ได้หรือเปล่า  คิดว่าน่าจะได้ครับแต่ มันก็จะต้องมีสเต็ปของมัน เหมือนกับเวลาเราทำงานอะไรก็ตาม ค่าตัวก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นอยู่แล้วตามลำดับและวันเวลา

       • คุณคิดว่าตัวเองอยู่ในลำดับขั้นตอนไหนแล้วตอนนี้  ก็ถือว่าเป็นช่างภาพรุ่นใหม่ครับ คือเราเริ่มทำงานมาประมาณ 3-4 ปีแล้ว ช่วงแรกๆ ก็ทำงานอย่างอื่นไปด้วย แต่ในช่วงสองปีหลัง เราโฟกัสเรื่องการถ่ายรูปมากขึ้น ก็อยู่ในช่วงที่เรากำลังพัฒนาฝีมือตัวเองไปเรื่อยๆ เพราะว่ามันเป็นอะไรที่ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา ทุกครั้งที่เราถ่ายภาพ มันก็เป็นเหมือนการฝึกฝนแล้วก็พัฒนาตัวเองไปด้วย

        อะไรคือเสน่ห์ที่ทำให้เราตกหลุมรักการมองโลกผ่านเลนส์   คือผมเป็นคนที่ชอบถ่ายภาพคน มันมีฟีลลิ่งมีความรู้สึกเวลาที่เราถ่ายภาพคน มันทำให้เราดึงอารมณ์ของแต่ละคนออกมาได้ คือภาพหนึ่งภาพมันจะแตกต่างกันออกไปตามคาแรกเตอร์ของคนคนนั้น แล้วการถ่ายภาพคนมันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราพบปะผู้คนด้วย ทำให้เราสร้างภาพสวยๆ ของคนคนนั้นขึ้นมาการถ่ายภาพคน มันทำให้เราได้รู้ว่า จริงๆ แล้ว แต่ละคนก็มีมุมสวยงามในแบบของตัวเอง และมันไม่จำเป็นว่าเราจะต้องถ่ายคนหล่อคนสวยอย่างเดียว ภาพถึงจะออกมาสวย อย่างคนสูงวัยหรือว่าคนที่หน้าตาไม่ได้ถือว่าหล่อหรือสวย แต่เขาก็จะมีความเป็นเอกลักษณ์หรือว่ามีคาแรกเตอร์เป็นของตัวเองที่เราสามารถดึงออกมาผ่านภาพได้ ทำให้ภาพมันออกมาเป็นภาพที่สวยงามได้

       ภาพที่สวยงามภาพหนึ่ง นี่ต้องยังไงบ้างในความคิดของคุณ  มันอยู่ที่องค์ประกอบของภาพนั้นๆ เรื่องคอมโพซิชัน เรื่องแสงและเงา แล้วก็เรื่องอารมณ์ มีสามอย่างหลักๆ นี้ มันเหมือนการวาดภาพภาพหนึ่ง เราจะวางองค์ประกอบนั้นๆ ไว้ตรงไหนอย่างไร นั่นคือการคอมโพซิชันที่สามารถทำให้ภาพออกมาสวยหรือไม่สวยได้ ส่วนเรื่องของอารมณ์ ถ้าไม่ใช่ถ่ายแลนด์สเกปหรือสิ่งของ แต่เป็นภาพคน มันก็จะมีเรื่องของอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะใบหน้าของคนมันสามารถที่จะแสดงถึงอารมณ์ แล้วเวลาที่เราดูภาพ เราก็จะรู้สึกร่วมไปกับอารมณ์นั้นด้วย

        จำเป็นไหมที่จะต้องมีกล้องราคาสูงๆ  ไม่จำเป็นนะครับ คนบางคนสามารถสร้างภาพดีๆ ได้จากกล้องมือถือด้วยซ้ำ แต่ว่ามันขึ้นอยู่กับควอลิตี้เท่านั้นแหละว่ามือถือของเรา ความลึก ความชัด ความคม อาจจะไม่ได้เหมือนกล้องทั่วไป แต่ถามว่ามันสามารถสร้างภาพที่เป็นศิลปะสวยงามได้ไหม ก็สามารถสร้างได้เหมือนกัน การถ่ายภาพมันก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของคนถ่าย และทำอย่างไร เราจะทำให้คนดูต้องหยุดดูภาพภาพนั้นเป็นเวลานานๆ หรือว่ามันติดตาไปอีกนาน

       คุณคิดเรียนการถ่ายภาพมาโดยตรงหรือเปล่าครับ  จริงๆ คิดเรียนจบสถาปัตย์มาครับ แต่เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่สายงานที่เราต้องการอยากทำ เราไม่ได้มีความรักเท่ากับเพื่อนๆ ที่เรียนด้วยกัน เราก็เลยไปเรียนคอร์สสั้นๆ สามเดือน เกี่ยวกับการถ่ายรูปที่อังกฤษและนิวยอร์ก แล้วก็ได้ไปเรียนรู้งานกับช่างภาพหลายๆ คนที่นิวยอร์กเป็นเวลาครึ่งปี ขณะเดียวกัน เราก็เริ่มงานถ่ายรูปของเราเองไปด้วย กลับมาเมืองไทย เราก็เริ่มถ่ายงานแฟชั่นให้กับแมกกาซีนบางฉบับ คือมีอยู่ช่วงหนึ่งตอนที่เรียนสถาปัตย์ เรามีโอกาสทำหนังสือรวมเล่ม ชื่อว่า “อาย ทู อาย” (Eye to Eye) เป็นหนังสือพอร์เทรต ทำให้กับการกุศลน่ะครับ รวมบุคคลที่มีชื่อเสียงในเมืองไทยประมาณร้อยกว่าคน แล้วก็เอามารวมเป็นหนังสือวางจำหน่าย นำรายได้ไปมอบให้มูลนิธิช่วยคนตาบอด หลังจากโปรเจกต์นั้นก็รู้สึกว่าเราชอบการถ่ายรูปมาก ก็เลยไปเรียนเพิ่มเติมด้านเทคนิค เพราะที่ผ่านมา เราไม่ค่อยรู้เรื่องของเทคนิคอะไรเท่าไหร่ เราก็รู้แค่ว่าหยิบกล้องมาแล้วก็ถ่ายๆๆ ลองผิดลองถูก

        ทุกคนย่อมมีหลักในการทำงาน อะไรคือหลักในการถ่ายภาพของคุณคิดครับ  คิดมองว่าการถ่ายภาพมันเป็นงานศิลปะ ก็อยากจะสร้างภาพที่มันมีความคิดสร้างสรรค์ คิดชอบงานภาพที่ดูแปลกตา ไม่เหมือนภาพทั่วไป อาจจะด้วยแสงที่เราใช้ หรือว่าด้วยโลเกชั่นองค์ประกอบหลายๆ อย่าง ไม่เหมือนภาพถ่ายทั่วไป มีความเซอร์เรียลด้วย ดูไม่เหมือนจริงมาก อาจจะเปลี่ยนสีของห้องด้วยการใช้ไฟย้อมสี หรือสร้างแสงที่ดูดรามาติก ดูเหมือนฉากละครเวที

        การทำงาน เราจัดวางความคิดตัวเองอย่างไร  คือถ้าเป็นงานที่มีลูกค้าเข้ามาเกี่ยวข้อง เราก็ต้องเอาความคิดตัวเองเข้าไปด้วย เราก็ฟังลูกค้าด้วย แต่ว่าเราอาจจะมีออกความคิดเห็นได้ รักษาสองจุดนี้ไว้ คือความเป็นตัวเรากับความต้องการของลูกค้า

       มองศิลปะภาพถ่ายในประเทศเราตอนนี้อย่างไรบ้าง มันก็เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาเหมือนกัน เพราะทุกอย่างมันก็ต้องเปลี่ยนแปลง มีงานของคนไทยรุ่นใหม่ๆ ที่ได้ไปแสดงร่วมกับงานของชาวต่างชาติ มีการผสมผสานเทคนิคใหม่ๆ ทำให้งานมันดูใหม่มากขึ้น หลากหลายมากขึ้น       

        เสน่ห์ของการเป็นอาร์ทิสต์แบบช่างภาพคืออะไร  เราสามารถสร้างงานศิลปะออกมา แล้วมันเป็นการจับช่วงเวลาที่ว่า ถ้ามันผ่านไปแล้ว ก็จะผ่านไปเลย แต่เราได้เก็บบันทึกไว้ในรูปแบบของภาพถ่าย และเราสามารถกลับมาดูได้ไม่ว่าจะถ่ายอะไรก็ตาม ทุกอย่างมันมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่การถ่ายภาพก็ทำให้เราเก็บช่วงเวลานั้นๆไว้   

  ภาพผลงานต่างๆ

 

           

 

 

 

            ความรู้สึกประทับใจที่มีต่อ คิด-คณชัย เบญจรงคกุล เป็นช่างภาพที่ถ่ายทอดความรู้สึกที่ไม่เหมือนใครเป็ช่างภาพที่เป็นตัวของตนเอง เป็นการถ่ายภาพที่เราดูแล้วเข้าใจถึงอารมณ์ที่เขาจะสื่อกับเรา จึงชื่นชอบในผลงาน

            แนวคิดที่ได้จาก คิด-คณชัย เบญจรงคกุล คือ การเป็นช่างภาพไม่จำเป็นจะต้องจบด้านการถ่ายภาพเพียงอย่าเดียว ถ้าเรารักในสิ่งที่ชอบไม่ว่าจะเรียนจบด้านไหนเราก็สามารถทำผลงานออกมาได้ดีด้วยเช่นกัน

            แนวคิดที่ประทับใจมาใช้ในชีวิตประจำวัน คือทำให้เรารู้จักการถ่ายภาพมากขึ้นและเทคนิคในการถ่ายสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ แล้วฝึกการวางแผน ฝึกความอดทน ฝึกสมาธิเพราะการถ่ายภาพในแต่ละครั้งจะต้องถ่ายมากกว่าหนึ่งภาพเพื่อเลือกภาพที่ถ่ายทอดเรื่องราวได้ที่สุด

 

นางสาว ทิพย์ดารา ขาวสนิท เลขที่ 20 ชั้นม.6/3

 

 

 

 

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 30 คน กำลังออนไลน์