หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

 หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

ความหลากหลายทางวัฒนธรรมเป็นประเด็นที่สำคัญและได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน โดยรวมความหมายตั้งแต่ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ ชนชั้น จนถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ

         จากความหมายที่กว้างขวาง ความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในมนุษยศาสตร์จึงเป็นหนังสือที่ได้รวบรวมบทความเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวนี้ จากมุมมอง พื้นฐาน ของกลุ่มคนที่แตกต่างกันออกไป นับตั้งแต่เรื่องราวของกลุ่มชาติพันธุ์ พฤติกรรมการบริโภคของวัยรุ่น จนถึงประเด็นทางเพศที่ปรากฏตามสื่อ

         บทความในหนังสือดังกล่าว อาทิ “พื้นที่แห่งอิตถีเพศใน เรื่องของจันดารา” และ “จะเด็ด: จินตนาการอันลีบเรียวของสังคมไทย” ดูจะเป็นงานเขียนที่สะท้อนให้เห็นภาพและพื้นที่ของเพศวิถีที่ปรากฏในสื่อ ที่มีความแปรเปลี่ยน ลื่นไหล อยู่ตลอดเวลา 

         บทความชิ้นแรกชี้ให้เห็นการปรากฏขึ้นของบทบาทและสถานะของผู้หญิงในเรื่องจันดารา ที่เป็นผู้นำในการดำเนินเรื่องราวทั้งหมด ต่างจากเรื่องราวเดิมๆ ในนิยายช่วงก่อนหน้านี้ที่จะมีผู้ชายดำเนินเรื่องเป็นส่วนใหญ่ ส่วนบทความชิ้นที่สองฉายให้เห็นภาพของจะเด็ดในฐานะส่วนหนึ่งของจินตนาการและความคาดหวังเรื่องความเป็นชายในสังคมไทย ในฐานะผู้นำ สุภาพบุรุษ และบุคคลที่แข็งแรง

         นอกจากนี้ในหนังสือยังมีบทความที่สะท้อนให้เห็นความหลากหลายทางวัฒนธรรมในประเด็นต่างๆ ทั้งในอดีตและปัจจุบันของสังคมไทยด้วย อาทิ กลุ่มชาติพันธุ์ในบทความ “ตัวตนคนพลัดถิ่น: ผู้ลี้ภัยชาวคาเร็นนีในจังหวัดแม่ฮ่องสอน” ศิลปะในบทความ “ตามรอยมรดกวัฒนธรรมจีนในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น : มุมมองจากจิตรกรรมฝาผนัง” และวัยรุ่นในบทความ “รสนิยมเสื้อผ้ามือสอง” เป็นต้น

10 วิธีแก้ปัญหาความขัดแย้ง

 1. คุยกันต่อหน้า
       เมื่อคุณมีปัญหาขัดแย้งกับผู้อื่น ควรพูดคุยกันต่อหน้า ซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงการเข้าใจผิดกันได้เป็นอย่างดี ไม่ควรใช้วิธีส่งข้อความผ่านทางอีเมล จดหมาย โทรศัพท์ หรือพูดผ่านบุคคลที่สาม ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดกันมากยิ่งขึ้น
       
       เนื่องจากการส่งข้อความหรือพูดคุยกัน โดยอีกฝ่ายไม่เห็นสีหน้าท่าทางของคุณ ที่บ่งบอกถึงความเห็นอกเห็นใจหรือความเข้าใจนั้น อาจยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงกว่าเดิม
       
       2. เจรจาในที่ส่วนตัว
       การเจรจาข้อพิพาทในสถานที่เปิด อาจมีตัวแปรอื่นๆยั่วยุให้เกิดข้อขัดแย้งเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ทางที่ดีควรหาสถานที่ที่เป็นส่วนตัว ที่คู่กรณีสามารถพูดคุยกันได้อย่างเต็มที่
       
       เพราะบ่อยครั้งที่ความคิดเห็นจากบรรดาเพื่อนร่วมงาน เพื่อนฝูง หรือคนรอบข้าง ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับความขัดแย้ง อาจทำให้บรรยากาศในการแก้ไขปัญหา แย่ลงกว่าเดิม
       
       3. ปลดปล่อยอารมณ์
       เปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้แสดงอารมณ์ความรู้สึกในเรื่องที่ขัดแย้งอย่างเต็มที่ แต่ต้องเป็นไปด้วยความสงบ และหากฝ่ายหนึ่งไม่อยากพูด ขอให้เขียนจุดสำคัญๆ 2-3 เรื่อง เพื่อให้อีกฝ่ายได้อ่านและเข้าใจความรู้สึกนั้น
       
       เนื่องจากการปลดปล่อยอารมณ์ที่แท้จริงออกมา จะช่วยบรรเทาความคับข้องใจของตัวเอง อีกทั้งทำให้เข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่าย ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้ง่ายขึ้น
       
       4. รู้จักประนีประนอม
       
       จำไว้ว่า หากคุณต้องการแก้ปัญหาความขัดแย้งใดๆก็ตาม อย่ายึดติดกับความคิดเห็นของตัวเองเป็นใหญ่ ควรมีความยืดหยุ่น รับฟังความคิดของผู้อื่น และยอมรับว่า บางครั้งคุณอาจต้องล้มเลิกแผนการหรือความต้องการเดิมที่วางไว้ เพื่อให้ได้ข้อยุติในการขจัดความขัดแย้งโดยสันติ
       
       5. มีเป้าหมายร่วมกัน
       การให้คู่พิพาทร่วมกันทำงาน เพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกัน ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ใช้แก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างได้ผล โดยเฉพาะในที่ทำงาน ซึ่งเมื่อต่างคนต่างทำตามวิธีของตัวเอง อาจเกิดข้อขัดแย้งและในที่สุดก็ไปไม่ถึงจุดหมาย
       
       เพราะฉะนั้น วิธีจัดการกับเรื่องนี้คือ ระดมความคิดทั้งสองฝ่าย และเลือกวิธีที่ดีที่สุดที่เห็นตรงกัน เพื่อนำไปปฏิบัติ ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้งในการทำงานได้
       
       6. เขาคิดถูก ก็ต้องยอมรับ
      ระหว่างการเจรจา หากคุณเห็นด้วยกับข้อโต้แย้งบางเรื่องของคู่กรณีที่มีเหตุผลดี คุณต้องรู้จักยอมรับ ไม่ต้องอายหรือกลัวเสียหน้าเสียศักดิ์ศรีแต่ประการใด
       
       เพราะการยอมรับความคิดเห็นของอีกฝ่ายโดยปราศจากอคติ จะช่วยให้การสนทนามีทางออก และลดทอนความรู้สึกไม่เป็นมิตรลงได้
       
       7. เครียดนัก ก็พักก่อน
        หากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น มีมากเกินกว่าจะคุยกันด้วยเหตุด้วยผลละก็ ขอให้หาเวลานอก แล้วออกจากสถานการณ์ที่ตึงเครียด และเมื่อจิตใจสงบลง ค่อยกลับมาเจรจากันใหม่ในภายหลัง
       
       เพราะการแตะเบรก จะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายมีเวลาทบทวนในเรื่องที่โต้เถียงกันได้อย่างกระจ่างและมีเหตุผลยิ่งขึ้น
       
       8. สอดแทรกอารมณ์ขัน
       การคลี่คลายสถานการณ์ขัดแย้งที่ดูตึงเครียด ด้วยเรื่องตลกหรือขำขัน อาจเป็นวิธีง่ายๆที่ช่วยให้อีกฝ่ายเข้าใจถึงสาเหตุที่คุณไม่เห็นด้วยกับความคิดของเขา อีกทั้งยังช่วยให้บรรยากาศที่มึนตึง ดูผ่อนคลายลง
       
       แต่ควรหลีกเลี่ยงเรื่องตลกที่อาจทำให้คู่กรณีไม่พอใจหรือเป็นการดูถูก ที่สำคัญ ต้องพยายามมิให้เรื่องขำขันของคุณกลายเป็นตลกฝืด ที่ดูยังไงก็ไม่สนุกไปด้วย
       
       9. ขอความช่วยเหลือ
     เมื่อการพยายามแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเกิดบานปลาย มีความรุนแรง ข่มขู่ ด่าทอ หรือใช้กำลังเข้าร่วม โปรดอย่ารีรอที่จะขอความช่วยเหลือจากบุคคลภายนอก เช่น หัวหน้างาน หรือตำรวจ เมื่อคุณคิดว่า ตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตราย
       
       10. ให้เวลาเยียวยา
       หากไม่มีฝ่ายใดยอมลดราวาศอกให้กัน ควรเจรจาเพื่อหาข้อยุติที่เป็นกลาง ไม่ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นผู้ชนะ และหยุดปัญหาพิพาทไว้ชั่วคราว เพราะบ่อยครั้งที่กาลเวลาสามารถเยียวยาความขัดแย้งได้อย่างเห็นผล

จัดทำโดย

นายภาณุพล  ทัศเทียมพงษ์ ม.5/8 เลขที่8

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 23 คน กำลังออนไลน์