หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

 

                      ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่มี่ชื่อเสียง มีประชากรคุณภาพ ต่างชาติให้การยอมรับเรื่องวัฒนธรรม การท่องเที่ยว ประเพณี ถือว่าเป็นประเทศที่มีคุณภาพในระดับหนึ่งเลยก็ว่าได้

                    

                  การที่ประเทศไทยเป็นที่ยอมรับในเรื่องต่างๆและมีต่างชาติเข้ามาอยู่อาศัยหรือท่องเที่ยวกันเยอะนั้น ย่อมมีความต่างทางด้านเชื้อชาติ ศาสนาและวัฒนธรรมต่างๆอย่างแน่นอนอยู่แล้ว ในวัฒนธรรมบางอย่างบ้านเขายอาจจะทำได้ โดยที่ถือว่าเป็นเรื่องปกติแต่บ้านเรานั้นทำแล้วเป็นสิ่งที่ไม่ดี สิ่งที่ไม่เหมาะสม เช่น การกอดจูบกันกลางสาธารณะ ซึง่งต่างชาติถือว่าเป็นเรื่องที่ปกติแต่สำหรับไทยเรานั้นเป็นเรื่องที่ผิดประเพณี เป็นต้น เช่นเดียวกันคนไทยเรานั้นไม่ได้นับถือศาสนาพุทธเพียงศาสนาเดียวแค่นั้น เราต่างนับถือศาสนาต่างกัน บางกลุ่มอาจนับถือศาสนาคริสต์ บางกลุ่มอาจนับถือศาสนาอิสลาม แน่นอนว่าต้องมีความแตกต่างทางด้านความเชื่ออยู่แล้ว เช่นศาสนาคริสต์นับถือในพระเจ้า การชำระล้างบาป ศาสนาอิสลามมีการละมาด ไม่ทานหมู ศาสนาพุทธมีพระพุทธ มีเรื่องเวรกรรมต่างๆ แน่นอนว่าเมื่อนับถือต่างกัน ความเชื่อต่างกันย่อมมีความขัดแย้งตามมาอย่างเนื่องๆ ยิ่งเราเข้าสู่ประชาคมอาเซียนแล้ว ความหลากหลายทางศาสนา ความเชื่อ วัฒนธรรมต่างๆยิ่งมีมากขึ้น เพราะคนต่างชาติก็เข้ามาทำงานในไทย คนไทยก็ไปทำงานที่ต่างประเทศ ทำให้วัฒนธรรมมีการแลกเปลี่ยนกัน จนเกิดการผสมผสานระหว่าวัฒนธรรมของกันและกัน อาจจมีการขัดแย้งกับประเพณีไทยบ้างแต่ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีแต่ต้องไม่มากจนเกินไป เช่นเดียวกับการมีน้ำใจ มีมิตรภาพที่ดี ไทยได้ขึ้นชื่อจากต่างชาติว่าเป็นสยามเมืองยิ้ม ผู้คนต่างมีไมตรีน้ำใจให้แก่กัน แน่นอนว่าต่างชาติที่เข้ามาย่อมต้องการที่อยากจะผูกมิตรกับเรา การที่เราช่วยเหลือเขาถือว่าเป็นสิ่งที่ดี อย่าลืมว่าคนต่างชาตินั้นพูดภาษาไทยไม่ได้แต่เรานั้นโชคดีได้เรียนหลายภาษา ถึงแม้เราจะพูดภาษานั้นไม่คล่องแต่หากเราลองเดินเข้าไปพุดคุยให้ความช่วยเหลือกับเขา นั้นถือว่าเป็นการผูกไมตรีอย่างหนึ่ง ได้แลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจซึ่งกันและลดความขัดแย้งได้ระดับหนึ่งอีกด้วย เช่นเดียวกับการเรียน การที่เราปลูกฝังเกี่ยวกับความแตกต่างของเรากับต่างชาตินั้นเป้นสิ่งที่ดี ยิ่งเราอยู่ในยุคที่เราเข้าอาเซียนแล้ว การเรียนรู้วัฒนธรรมจากต่างชาติ การเข้าใจในศาสนาและความเชื่อของพวกขา ถือว่าเป็นสิ่งที่เราควรเรียนรู้ เพื่อทำความเข้าใจและการอนู่ร่วมกันได้ในสังคม ถือว่าเป็นการลดอคติต่อกันและกันและสามารถผูกไมตรีได้ดีอย่างหนึ่ง ถึงแม้จะทำได้เพียงระดับหนึ่งแต่ถ้าเรานำสิ่งที่เรียนรู้ไปปฎิบัตินั้น ปัญหาระหว่างเชื้อชาติ ความเชื่อ ศาสนาและวัฒนะรรมจะสามารถไปได้ระดับหนึ่งเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นการเรียนรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งต่างๆในประเทศของเขานั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากอย่างหนึ่ง หากเราเข้าใจเขาเขาก็เข้าใจเรา รู้เขารู้เราแล้ว ปัญหาหลายๆอย่างที่ตามมาก็คงจะไม่เหชกิดขึ้น ทุกวันนี้ที่ยังมีปัญหากันอยู่เพราะคนเรานั้นขาดความเข้าใจซึ่งกันและกัน ขาดการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ขาดการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ทำให้ยังเกิดความขัดแย้งและความไม่เข้าใจ ซึ่งเป็นบ่อเกิดนำไปสู่ปัญหาในที่สุด หากเราเลือกที่จะหันหน้าเข้ากันและเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ปัญหาและความเข้าใจผิดซึ่งกันและกันจะลดลงไปเอง เช่นเดียวกันกับความเชื่อ เราทุกคนต่างมีความเชื่อต่างกัน คนประเทศนี้เชื่อแบบนั้น คนประเทศนั้นเชื่อแบบนี้ แม้แต่ประเทศไทยเราเองนั้นก็ยังเชื่อไม่เหมือนกัน เช่นเดียวกันถึงแม้เราจะศาสนาเดียวกันก็ย่อมมีความเชื่อที่แตกต่างกัน แน่นอนว่าเรามีความเชื่อที่ต่างกันการอยู่ร่วมกัน อีกคนเชื่ออีกอย่าง คนนั้นเชื่อแบบนี้ เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดปัญหาตามมาได้อย่างใหญ่หลวงเช่นกัน แต่หากเราเข้าใจในความเชื่อนั้นๆของเขาและพยายามปรับตัวแต่ต้องปรับตัวแบบไม่ให้ตนเองเดือดร้อน ในที่สุดก็จะสามารถเข้าใจกันได้เอง เช่นเดียวกันกับการอยู่ร่วมกันในสังคม ทุกคนมากจากต่างครอบครัว ต่างการเลี้ยงดูปลูกฝัง มีทั้งคนดี คนเลวและอีกมากมาย เพียงแค่นี้ก็ยังคงเกิดปัญหาได้ แน่นอนว่าเมื่อมีต่างชาติเข้ามาปัญหาห็ยิ่งตามเข้ามาอีก เพราะคนต่างชาตินั้นก็มีทั้งคนดี คนไม่ดีและที่หนักกว่านั้คือ เรานั้นต่างวัฒนธรรมกัน ถึงแม้เราจะได้วัมนธรรมเขามานำมาปรับใช้พอสมควร แต่มันก็ไม่ทั้งหมด ในบางวัฒนธรรมของเขานั้นอาจจะผิดกฎหมายสำหรับบ้านเรา ทำให้เขากลายเป็นไม่ดีทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจก้ได้ เพราะฉะนั้นการแนะนำหรือให้ความช่วยเหลือ ว่ากล่าวตักเตือนนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด อย่าได้ไปอายว่าเราพูดภาเขาไม่ได้ แค่เดินไปบอกตรงๆว่าแบบนี้ไม่ดีแบบนั้นไม่ได้ เขาก็จะเข้าใจและหยุดทำเอง แต่เราควรอธิบายด้วยเหตุผลอย่าใช้อารมณื เพราะถ้าเราใช้อารมณ์แน่นอนว่ามันค้องมีความขัดแย้งตามมาในภายหลังอย่างแน่นอนและจะตามมาด้วยปัญหาอีกมากมาย เพราะเราไม่รู้ว่าเขาจะเอาบ้านเรานั้นไปเล่าในทางใดจะทางที่ดีหรือทางที่ไม่ดี ก็อยู่ที่การกระทำของเราที่แสดงให้เขาดู นั่นคือสิ่งที่เป็นตัวบอกชี้ชัดได้เลย

 

            แนวทางนี้เป็นเพียงการสมมติเท่านั้น หากแนวคิดนี้สามารถทำได้จริงจะถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากๆ เพราะปัญหาและความขัดแย้งส่วนใหญ่นั้นมาจากความไม่เข้าใจกันทั้งนั้น หากได้แนวคิดที่กล่าวไว้ข้างต้นไปปฎิบัติ ปัญหาและความขัดแย้งอาจจะลดลงได้มากระดับนึงและมิตรภาพระหว่างประเทศนั้นก็จะเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 23 คน กำลังออนไลน์