ศิลปกรรมในสมัยอยุธยา

                             ศิลปอยุธยาซึ่งเริ่มต้นแต่ปี พ.ศ. ๑๘๙๓ ถึงปี พ.ศ. ๒๓๑๐ ในระยะเวลาประมาณ ๔๑๗ ปีนี้ กรุงศรีอยุธยาซึ่งเป็นราชธานี มีราชวงศ์ต่างๆ และพระมหากษัตริย์ที่สืบสันตติวงศ์ตามลำดับ โดยต่างได้ทำนุบำรุงพุทธศาสนาควบคู่กันไปกับศิลป ซึ่งเราอาจจะกล่าวได้ว่าศิลปที่สร้างสรรค์ขึ้นนั้นเป็นการรับใช้สังคมและศาสนา ศิลปสมัยอยุธยาเป็นศิลปที่รวมรับเอาแบบอย่างของศิลปที่ใกล้เคียงมาเป็นศิลปที่เกิดใหม่ คือศิลปสมัยอยุธยา ประติมากรรม ประณีตศิลป์ รวมทั้งวัฒนธรรมต่างๆ

ศิลปสมัยอยุธยาไว้เป็น ๔ ระยะ โดยแบ่งระยะเวลารัชกาลต่างๆ เป็นหลักดังนี้ คือ

-ยุคที่ ๑ ตั้งแต่รัชกาลพระเจ้าอู่ทอง ถึงรัชกาลพระบรมไตรโลกนาถ

-ยุคที่ ๒ ตั้งแต่รัชกาลพระบรมไตรโลกนาถ ถึงรัชกาลพระเจ้าทรงธรรม

-ยุคที่ ๓ ตั้งแต่รัชกาลพระเจ้าปราสาททอง ถึงรัชกาลพระเจ้าท้ายสระ

-ยุคที่ ๔ ตั้งแต่รัชกาลพระเจ้าบรมโกศ จนถึงเสียกรุงศรีอยุธยาปี พ.ศ. ๒๓๑๐

ศิลปอยุธยายุคที่ ๑            การก่อสร้าง สถาปัตยกรรมต่างๆ เริ่มมีมาแต่สมัยพระเจ้าอู่ทอง พ.ศ. ๑๘๙๓ เป็นระยะเวลาที่ไทยใกล้ชิดกับเขมรกัมพูชามาก และในรัชกาลต่อ มา กัมพูชายอมอยู่ภายใต้อำนาจไทย การก่อสร้างโดยเฉพาะวัดวาอารามต่างๆ จึงมีลักษณะอิทธิพลเขมรมากกว่าอิทธิพลแบบศิลปสมัยสุโขทัย นิยมสร้างพระปรางค์เป็นหลักประธานของวัด ถึงแม้ว่าบางวัดจะสร้างเป็นเจดีย์ทรงกลม แต่ก็มีเป็นส่วนน้อย กา

รสร้างพระปรางค์เป็นหลักประ ธานของวัดแล้ว ลวดลายที่ประดับก็เลียนแบบลายของศิลปแบบสมัยลพบุรี แต่มีการย่อมุมที่ปรางค์มากกว่าแบบปรางค์ของขอม และเปลี่ยนเป็ นการใช้อิฐแทนการใช้หิน เช่น ปรางค์วัดพุทไธสวรรย์ ซึ่งพระเจ้าอู่ทองทรงสร้าง ปรางค์ที่วัดพระราม พระราเมศวรทรงสร้างปรางค์วัดราชบูร ณะ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ (เจ้าสามพระยา) ทรงสร้าง และมีปรางค์ที่หัวเมืองที่สำคัญ คือ ปรางค์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๑ ทรงสร้างปรางค์ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลก สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงสร้าง ปรางค์เหล่านี้แต่เดิมมีลวดลายตามกลีบขนุนและซุ้มต่างๆ แต่เป็นปั้นปูนและได้หลุดร่วงไปตามกาลเวลา

ศิลปอยุธยายุคที่ ๒


                  ศิลปอยุธยายุคที่สอง เราถือกันว่าเริ่มแต่รัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ จนถึงรัชกาลพระเจ้าทรงธรรม รวมระยะเวลา ๑๘๐ ปี  สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เคยประทับที่พิษณุโลกเมื่อยังเป็นพระยุพราช ต่อมาได้ย้ายราชธานีไปอยู่พิษณุโลก ทรงใกล้ชิดกับประเพณีต่างๆ ทางสุโขทัย อิทธิพลของสุโขทัยจึงเริ่มแพร่หลายมายังกรุงศรีอยุธยา เช่น คติการสร้างวัดไว้ในเขตพระราชวัง การก่อสร้างสถาปัตยกรรมก็เริ่มนิ ยมแบบสุโขทัย คือการสร้างเจดีย์ทรงกลมที่เราเรียกกันว่า เจดีย์แบบทรงลังกา ถึงแม้ว่าในระยะต้นๆ ยังนิยมสร้างเจดีย์ประธานของวัดเป็นแบบปรางค์

ศิลปกรรมอยุธยายุคที่ ๓
       

            เริ่มตั้งแต่รัชกาลพระเจ้าปราสาททอง พ.ศ. ๒๑๗๓ ถึงรัชกาลสมเด็จพระเจ้าท้ายสระ ระยะเวลาประมาณ ๗๓ ปี เราจัดว่าเป็นยุคที่อยุธยาเจริญรุ่งเรืองที่สุด โดยเริ่มแต่พระเจ้าปราสาททองแผ่พระบรมเดชานุภาพไปถึงกรุงกัมพูชา ทรงโปรดปรานศิลปะแบบเขมร เช่น โปรดให้สร้างวัดไชยวัฒนาราม ตรงพระนิวาสสถานเดิม โดยโปรดให้ถ่ายแบบปราสาทจากกัมพูชา มีการสร้างปรางค์เป็นประธานของวัด มีปรางค์ใหญ่อยู่กลาง ปรางค์เล็กเป็นบริวารสี่องค์ตั้งอยู่บนฐานทักษิณ มีระเบียงคดล้อมรอบ ตอนมุมและตอนกลางของระเบียงคดสร้างเป็นแบบปราสาททิศทรงเมรุ แบบอยุธยาอยู่แปดทิศ ทางด้านหน้ามีพระวิหารหลวงตั้งอยู่ไม่มีระเบียงคด แต่ทำเป็นกำแพงแก้วต่อจากผนังพระอุโบสถชักออกเป็นสองด้านแบบย่อมุมไม้สิบสอง และที่อำเภอพระนครหลวงปัจจุบัน ได้โปรดให้สร้างพระตำหนักประทับร้อนเป็นแบบปราสาทสามชั้น ปัจจุบันปราสาทชั้นแรกยังอยู่ในสภาพเรียบร้อย และที่วัดพระนครหลวงได้โปรดให้สร้างเจดีย์ย่อเหลี่ยมไม้สิบสอง ซึ่งเป็นแบบเดียวกับเจดีย์ย่อเหลี่ยมที่วัดชุมพลนิกายาราม อำเภอบางปะอิน เจดีย์ทิศรอบเจดีย์ใหญ่เป็นเจดีย์ทรงกลม แต่บัลลังก์ที่รับยอดเป็นบัลลังก์ย่อเหลี่ยมไม้สิบสอง เจดีย์เหลี่ยมสมัยพระเจ้าปราสาททองนี้ ได้เป็นแม่แบบแก่เจดีย์ย่อเหลี่ยมในสมัยต่อๆ มาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นระยะเวลาที่ไทยได้ติดต่อกับยุโรป วิทยาการต่างๆ จึงหลั่งไหลเข้าสู่อยุธยา ทั้งศิลป วัฒนธรรม ศาสนา การ ก่อสร้างต่างๆ เช่น การสร้างตึก โบสถ์ วิหาร มีการเจาะหน้าต่าง   มีการนำเอาแท่งหินทำคานเหนือหน้าต่าง แบ่งเบาการรับน้ำหนักของผนัง การเจาะหน้ าต่างมีทั้งแบบสี่เหลี่ยมและแบบโค้งแหลม แบบโกธิคหรือแบบที่เรียกในภาษายุโรปว่า Pointed Arch คือการทำให้โค้งอยู่ได้โดยการกดน้ำหนักด้วย อิฐรูปลิ่มห้าก้อนตอนกลางของโค้งแหลม การสร้างกำแพงเมืองป้อมปราการประตูต่างๆ เป็นแบบซุ้มโค้งแหลม เช่น ประตูเมือง และประตูพระราชวังน ารายณ์มหาราชนิเวศน์ที่ลพบุรี มีการก่อสร้างผสมผสานระหว่างศิลปะไทยและยุโรป เป็นต้นว่า พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท พระที่นั่งสุธาส วรรค์อันเป็นที่ประทับแบบตึกสองชั้น เริ่มมีในประเทศไทย การสร้างอาคารแบบมีชั้นลด  เช่น ตึกตำหนักเย็น หรือพระที่นั่งไกรสรสีหราชกลางทุ่งทะเ ลชุบศรที่ลพบุรี โดยทางด้านมีท้องพระโรง มุขเด็จแบบสีหบุญชร ส่วนในเป็นห้องแบบพระวิมานที่บรรทมแบบไทย การตกแต่งแบบมีฐานสิงห์สมมุติ แบบแข้งสิงห์ น่องสิงห์ นมสิงห์ ก็เกิดขึ้นในสมัยนี้ เช่น ฐานตู้พระธรรมต่างๆ แบบตู้ฐานสิงห์ แบบที่พบที่วัดเซิงหวาย หรือตู้ที่เขียนลายเป็นรูปคนเปอ ร์เซีย หรือคนทางยุโรป ซึ่งเราเชื่อกันว่า เป็นรูปพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ และกษัตริย์โอรังเซ็ปแห่งเปอร์เซีย ฐานตู้ก็ทำเป็นแบบสิงห์สมมุติและยังมีฐานสิง ห์อีกแบบหนึ่งที่เรียกว่า สิงห์หย่ง ทำไมเรียก สิงห์หย่ง เพราะมีแต่แข้งสิงห์ ท้องสิงห์ นมสิงห์ แต่ไม่มีฐานหน้ากระดานรองรับ เช่น ฐานสีหบัญชร และบานพระบัญชรที่พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาทที่ลพบุรี เป็นต้น

ศิลปะยุคที่ ๔

เริ่มแต่รัชกาลพระเจ้าบรมโกศ พ.ศ.๒๒๗๕-๒๓๑๐ เราจัดเป็นระยะของการซ่อมแซมปฏิสังขรณ์มากกว่า จะเป็นการสร้างขึ้นใหม่ เช่น การปฏิสังขรณ์พระที่นั่งสรรเพชญปราสาทให้งดงาม ใส่บราลีที่สันหลังคาปิดทองประดับกระจก  การใส่บราลี คือ ตุ้มเม็ดแหลมที่ยอดในสถาปัตยกรรมไทยนั้น เรามีมาแล้วแต่ก่อน อยุธยา สมัยลพบุรีมีเป็นแบบหิน แต่สมัยสุโขทัยพบเป็นชนิดที่ทำด้วยสังคโลกเคลือบสีเขียวและขาว ได้ซ่อมหลังคาพระวิหารพระมงคลบพิตรเป็นแบบมุขโถงด้านหน้า แบบมุขลดใต้ขื่อ มีพะไลด้านข้างวิหารพ ระแท่นศิลาอาสน์ วิหารหลวงวัดบรมธาตุ อุตรดิตถ์ โบสถ์วัดหันตรา อำเภอพระนครศรีอยุธยาอันเป็นโบสถ์ขนาดเล็กทรงงดงามมาก เป็นโบสถ์ชนิดมีพะไลข้าง มีมุขลดทางด้านหน้า ซึ่งลักษณะสถาปัตยกรรมเช่น นี้ เป็นแบบที่งดงามลงตัวในด้านการตกแต่ง  และได้เป็นแบบที่ต่อเนื่องมาถึงกรุงเทพฯ ตอนต้น คือ พระวิหารหลวงวัดสุทัศน์เทพวราราม เป็นต้น

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 15 คน กำลังออนไลน์