หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

     

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการไม่สิ้นสุด และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ที่เป็นตัวขับเคลื่อนให้กระทำสิ่งต่าง ๆ  ออกมา จนกลายเป็นความเชื่อ  ลัทธิต่างๆ  กระทั่งได้กลายมาเป็นศาสนา สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจที่มนุษย์ต่างๆ ในโลกนับถือ จนถึงในอดีตที่ยังมีความขัดแย้งในเรื่องการเหยียดสีผิว การเหยียดเชื้อชาติ และรวมถึงการแก่งแย่งชิงดินแดนจนทำให้เกิดสงครามโลกถึงหลายครั้งด้วยกัน
    

เวลาพูดถึงศาสนา เราต้องแยกระหว่างศาสนธรรมกับลัทธิ  ศาสนาธรรมเป็นแก่นหรือเนื้อหาสาระสำคัญสุดของศาสนานั้น ๆ อันจะสามารถทำผู้ที่เชื่อถือ และเลื่อมใสแล้วปฏิบัติตามให้บรรลุผลบั้นปลาย  หมดสิ้นจนหลุดพ้นจากพันธนาการต่าง ๆ ให้ได้เข้าสู่ความดีงามที่สร้างสมขึ้นมาเป็นเวลานาน  โดยอ้างว่าสืบเนื่องแต่องค์ศาสนาใด ๆ ในศาสนานั้น ศาสนาโดยเนื้อแท้เป็นสิ่งสูงสุดภายในของมนุษย์แต่ละคน เป็นตัวคุณค่าอันลึกซึ้งที่สุดที่จะพัฒนามนุษย์ให้พ้นจากสัญชาติญาณ  แห่งความเป็นสัตย์เดียรฉาน เพื่อขยับขึ้นสู่ความเป็นผู้มีใจสูง  เพื่อไม่เอาเปรียบตนเองและไม่เอาเปรียบคนอื่น ซึ่งศาสนาแต่ละศาสนานั้นล้วนแต่สั่งสอนให้ทุกคนเป็นคนดี  มีศีลธรรม  การอยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างปกติสุข  และเนื่องจากมีผู้คนที่นับถือศาสนาต่าง ๆ กัน  และอาศัยปะปนกันอยู่ตามมุมต่าง ๆ บนโลก จึงมักมีความเหมือน  และความต่างกันในที่เดียวกัน  จากความจริงดังกล่าวจึงมาก่อให้เกิดความไม่เข้าใจกันในบางความคิด  บางความเชื่อ กระทั่งกลายเป็นข้อโต้แย้งของสังคม  และกลายเป็นปัญหาที่มีความบอบบางต่อจิตใจมาก  จนบางครั้งนำไปสู่สงครามและก่อให้เกิดความสูญเสียมากมายทั้งที่เกิดจากความยึดมั่นถือมั่นในศาสนาที่ตนนับถือ  เชื่อว่าศาสนาของตนเหนือกว่าศาสนาอื่น จนไม่ยอมรับความคิดและความแตกต่างของศาสนาใด ๆ แม้จะอยู่ในประเทศเดียวกันก็ตาม  ปัญหาการเหยียดสีผิวและเชื้อชาติเป็นปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นทุกที่ในโลกมาเป็นระยะเวลานาน และยากต่อการแก้ไข  แม้ปัจจุบันปัญหานี้จะลดความรุนแรงลงจากอดีตมาก  แต่การเหยียดสีผิวก็ยังคงมีอยู่ในสังคมทั่วทุกมุมโลก จะเห็นได้ว่าการเหยียดสีผิวเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อกำหนดความเหนือกว่าหรือด้อยกว่าบนพื้นฐานของสีผิวและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันของมนุษย์  นอกจากนี้แต่ละประเทศมักยึดถือประวัติศาสตร์ที่สอนต่อๆกันมาเพื่อสร้างความชอบธรรมรองรับพฤติกรรมในอดีตของตนโดยไม่คำนึงว่าแท้ที่จริงแล้วมนุษย์ทุกคนล้วนแต่เป็นพี่น้องชาติพันธุ์เดียวกัน  มนุษย์ทุกคนย่อมมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จึงควรได้รับการเคารพและปฏิบัติอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน  การเหยียดสีผิวเพื่อแบ่งแยกความแตกต่างระหว่างกันจึงเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ทุกคนพึงมีอย่างหนึ่งและหากเอาใจเขามาใส่ใจเราสักนิดคิดว่าถ้าเราได้รับการเลือกปฏิบัติเช่นนั้นเราจะรู้สึกเช่นเดียวกับพวกเขาเหล่านั้นหรือไม่  ปัญหาการเหยียดสีผิวก็คงจะหมดไปจากโลกใบนี้ในที่สุด

      จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันยังคงมีเหตุการณ์เหล่านี้อยุ่ ซึ่งผมได้คิดว่าค่านิยมความขัดแย้งต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องไร้สาระทั้งสิ้น ในเมื่อคนเราเกิดมาควรที่จะมีความรักใคร้ แบ่งปัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับคนยากไร้ และพยายามคุยกันด้วยความสันติ และให้นึกถึงใจเขาใจเรา หากวันหนึ่งเราต้องเป็นแบบที่โดนดูถูกเราจะรุ้สึกอย่างไร เราจะใช้ชีวิตต่อได้หรือไม่หากวันหนึ่งเราโดนดูถูกเหยียดหยามแบบนั้น  และไม่ควรใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา และมีการใช้เหตุผลในการพูดคุย เท่านี้ก็จะทำให้ดลกนี้มีความสงบผู้คนสามารถรักใคร่กลมเกลียวปรองดองกันได้

ตัวอย่างเช่น ประเทศไทยในปัจจุบันไม่มีค่านิยมในการเหยียดสีผิว จึงทำให้ค่นิยมนี้ไม่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่ประเทศไทยยังมีการดูถูกเหยียดหยามระหว่างคนรวยกับคนจน ซึ่งผมคิดว่าการดูถูกนี้เป็นความคิดที่ไม่มีการพัฒนาสำหรับคนที่มีจิตใจไม่ดี และเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้แก่ลูกหลานของชาติไทยในรุ่นต่อๆไป

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 31 คน กำลังออนไลน์