หลากหลายรวมเป็นหนึ่ง

 หลากหลายรวมเป็นหนึ่ง

    ประชากรในสังคมเราปัจจุบันนั้นมีจำนวนประชากรที่มากมายจึงทำให้ในสังคมของเรานั้นมีความแตกต่างที่มากมายหลายอย่าง เพราะการที่เราไม่เข้าใจในสิ่งที่คนอื่นคิด และ คนอื่นก็ไม่เข้าใจสิ่งที่เราคิดเช่นกัน จึงทำให้เกิดปัญหาในความแตกต่างมากมาย ความแตกต่างในสังคมของเรามีมากมาย อาทิเช่น การมีความคิดที่แดกต่างกัน การมีนิสัยที่แตกต่าง และการนับถือศาสนาที่ไม่เหมือนกัน แต่คนเหล่านี้ก็ยังอยู่และใช่ชีวิตร่วมกันได้เป็ยอย่างดี ถึงแม้มีในบางครั้งที่มีการทะเลาะกับบ่าง มีปากมีเสียงกับบ่าง แต่ทุกคนก็ยังมีความรักความสามัคคีกัน ส่วนสาเหตุของการเกิดความขัดแย้ง คือ การที่ที่บุคคลในสังคมไม่มีความเข้าใจในความคิดของซึ่งกันและกัน และ การที่ทุกๆคนมีความเห็ยแก่ตัวกันมากขึ้น โดยที่ไม่สนใจความรู้ศึกของคนอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น ในปี พ.ศ. 2553 กว่าๆนั้นได้มีการประท้วงกันระหร่างกลุ่ม นปช. และกลุ่ม กปปส. ซึ่งทั้งสองฝ่ายนั้นมีความเห็นทางการเมืองที่ไม่ตรงกัน แต่พอเมื่อปี พ.ศ. 2554 ทางกรุงเทพมหานครนั้นได้เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งใหญ่ ประชาชนทุกๆคนก็มาช่วยเหลือซึ่งและกัน โดยที่ไม่มีใครคิดถึงสิ่งที่ผ่านมาเลยแม้แต่น้อย ทำให้สะท้อนเห็นว่า คนทุกคนถึงแม้ว่าจะมีความคิดที่ไม่ตรงกัน แต่ก็ยังสามารถอยู่ด้วยกันและคอยช่วยเหลือซึ่งกันและได้ด้วย ความหลากหลายรวมเป็นหนึ่งนั้นไม่เฉพาะแค่มนุษย์เพียงอย่าง แค่ยังมีสัตว์ในชนิดต่างๆที่มาอยู่ร่วมกันได้ ยกตัวอย่างเช่น เสื่อกับลูกลิง โดยที่เสือนั้นไม่ทำร้ายกับลูกลิงเลย แต่กับคอยเลี้ยงคอยดูแลลูกลิงเป็นอย่างดีเปรียบเสมือนเป็นแม่ของลิงแท้เลย 

      โดยความหลากหลายที่มีในสังคมของเราปัจจุบันนั้น ล้วนแล้วแต่มีอยู่มากมาย แล้วในความแตกต่างในสังคมนั้นมันก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมาด้วย อย่างเช่น ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาของเศรษฐกิจในสังคมและปัญาทางการเมืองด้วย โดยก็มีวิธีการแก้ไขในความขัดแย้งนั้นมันก็มีอยู่บ่าง คือ การที่ทุกๆคนหรือทุกๆฝ่ายหันมาสนใจซึ่งกะนและกันให้มากขึ้น แล้วการหันมาคุยกันอย่างจริงและการเสนอแนวคิดที่ตนเองคิดขึ้นว่ามันดีแล้วหรือป่าวกับการที่เราได้คิดเช่นนั้น โดยที่เราจะต้องทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าไม่ใช่การทำเพื่อความสุขของตนเองและสิ่งสำคัญคือการที่เอาใจเขามาใส่ใจเราให้มากขึ้น

     ในการอยู่ร่วมกันในสังคมให้ได้โดยที่เราจะม่มีการเกิดความขัดแย้งก้นในเรื่องต่างๆขึ้นนั้น คือ เราควรจะต้องค่อยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน คอยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกันฉันท์คนในครอบครัวเดียวกัน ถึงแม้ว่าเราจะมีความคิดหรือว่าสิ่งที่ชอบที่มีความแตกต่างกันน้ันก็ยังอยู่ร่วมกันได้อย่างสบายๆ แต่ถ้าเราสามารถจูนให้เข้ากันได้ แล้วที่สำคัญ คือเราต้องรู้จักการเอาใจเขามาใส่ใจเรา เพื่อนที่เราจะได้รับรู้ในความคิดของคนอื่นๆได้มากขึ้น และคนอื่นๆก็จะได้รับรู้ในความคิดของตัวเราเองมากขึ้น

      ความแตกต่างระหว่างนิสัยน้ัน เราก็สามารถที่อยู่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันได้ เพราะ ถ้าคนที่มีนิสัยเดียวกันอยู่ด้วยกันก็อาจจะทำให้ชีวิตล้มจมลงก็ได้ อย่างเช่น คนที่มีนิสัยที่แย่มากๆ แล้วดันไปอยู่กัยคนที่แย่มากๆเหมือนกัน ก็จะทำใช้ชีวิตพบเจอแต่สิ่งที่แย่ขึ้นเลื่อยๆ เพราะไม่มีคนที่ดีๆมาคอยห้ามเข้าคอยตักเตือน จึงทำให้ชีวิตนี่มีแต่สิ่งแย่ๆ แต่จะแตกต่างกันกับคนที่มีนิสัยแย่ๆแต่ได้อยู่กับคนที่มีนิสัยที่ดี เพราะคนที่มีนิสัยดีจะคอยผลักดันให้คนที่มีนิสัยไม่ดีนั้นสามารถเป็นคนที่มีนิสัยที่ดีได้ในอนาคต เพราะฉนั้น คนที่มีนิสัยที่แตกต่างกันสามารถจะทำให้ชีวิตนั้นดีขึ้น ไม่เหมือนกับคนที่มีนิสัยเดียวกัน เพราะจะทำให้ชีวิตแย่ลง โดยการที่คนเราจะอยู่กับคนที่มีนิสัยเดียวกันไปตลอดทั้งชีวิตนั้นมันไม่ไเพราะมันอาจจะทำให้ชีวิตของเราแย่ลงเลื่อยก็เป็นได้

       ส่วนความแตกต่างทางด้านความคิด ก็การที่คนหลายคนหลายความคิดมาอยู่รวมกันในสถานที่ที่เดียวกันหรือสังคมเดียวกัน ดิฉันคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดี เพราะ เราสามารถที่จะรับฟังความคิดของคนหลายๆคนได้ เพื่อที่จะนำความคิดของแต่ละคนมารวมกันแล้วสามารถเกิดความคิดที่ดีขึ้นก็ได้ แต่เดี๋ยวนี้เด็กๆวัยรุ้ยที่มีความคิดที่ไม่ตรงกันน้ันก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาทกัน และอาจก่อให้เกิดความรุนแรงได้ สาเหตุก็เพราะ วันรุ้นมีความใจร้อน แล้วพอมีความคิดที่ไม่ตรงกัน แต่ไม่ยอมพูดคุยกัน แต่กลับใช้กำลังในการตัดสินปัญหา เพราะงี้เองถึงได้เกิดปัญหานี้ขึ้นมา โดยก็ยังมีการแก้ไขปัญหาได้อยู่คือการทที่มึกๆคนนั้นหันหน้ามาคุยกันอย่างจริงจัง โดยที่เราจะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนเป็นหลัก

     ส่วนความแตกต่างทางด้านการนับถือศาสนา โดยที่ประเทศไทยมีคนที่ถือศาสนาอิสลามมากเป็นอันดันสอง ลองจากศาสนาพุทธ แต่คนทั้งสองศาสนานี้ คือ ศาสนาพุทธกับศาสนาอิสลามก็สามารถที่จะอาศัยอยู่ในสังคนเดียวกันได้ และคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อย่างกับเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่ในการอาศัยอยู่ด้วยกันนั้นเราก็ไม่ควรที่จะไปพูดลบหลู่ศาสนาอื่นๆ เพราะนี่ก็จะทำให้ความสัมพันธ์ที่ดีงานต้องมาพัง เพราะถ้าเป็นเรา มีใครมาดูหมิ่นหรือมา ลบหลู่ศาสนาของเรา เราก็ไม่ชอบเช่นเดียวกัน เพราะฉนั้นเราควรที่จะเอาใจเขามาใส่ใจเราด้วยเช่นกัน แต่ในความแตกต่างทางศาสนานั้นก็เคยมีความขัดแย้งกับอยู่บ่างแต่ในปัจจุบันนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วคือทั้งสองศาสนาได้มีการรักกันและคอยช่วยเหลือซึ่งกันแลกันได้อย่างมากขึ้น. โดยที่เขาเองก็ไม่มาลบหลู่เราเลยส่วนเราก็ไม่เคยและไม่ควรไปลบหลู่เกี่ยวกับศาสนาของผู้อื่นเหมือนกัน

     สรุป คือถึงแม้ว่าเราจะมีแตกต่างกันทั้งความคิด นิสัย และการนับถือศาสนาที่ต่างกัน เราก็สามารถอยู่ด้วยกันในสถานที่ที่เดียวดันหรือในสังคนเดียวกันได้เป็นอย่างดี แต่เราก็คอยที่จะให้เกียรติชึ่งกันและกัน และคอยช่วยเหลือกันและกัน โดยที่มนุษย์เรานั้นจะต้องอยู่กันเป็นกลุ่มหรือเป็นหมู่คณะ ถึงแม้ว่าสมาชิกในกลุ่มหรือคณะของเรานั้นจะมีนิสัยและความคิดที่ไม่ตรงกัน แต่เราก็สามารถที่จะปรับตัวหรือการจูนนิสัยให้เข้ากับบุคคลอื่นได้ เพราะฉนั้นเราก็จะต้องใช่ชีวิตอยู่กับสังคมแบบนี้ให้ได้ ถึงแม้ว่าประชากรในในสังคมของเราน้นจะมีความแตกต่างที่มากมาย คือการแตกต่างทั้งความคิด แตกต่างเกี่ยวกับค่านิมหรือรสนิยมต่างและการแตกต่างในการนับถือศาสนาที่ต่างก็ตาม

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 29 คน กำลังออนไลน์