หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

     วัฒนธรรมในปัจจุบันไม่ได้มีอยู่ในรูปของพฤติกรรม ศิลปะ ขนบธรรมเนียม หรือความเชื่อเท่านั้น แต่วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่มีพลังอำนาจสามารถสร้างอำนาจหรือความชอบธรรมได้ด้วย สังคมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ต้องการคนที่เชื่อว่า คนทุกคนสามารถคิด เชื่อ และปฏิบัติแตกต่างกันได้ ในขณะเดียวกันการอยู่ร่วมกันในความแตกต่างจะช่วยให้เราปรับตัวได้ดีขึ้น ลดช่องว่างและเพิ่มโอกาสทั้งในเรื่องสังคม เศรษฐกิจ เช่น การมีแรงงานข้ามชาติก็จะทำให้เราได้พัฒนาฝีมือแรงงานมากขึ้น การยอมรับว่าในสังคมมีเพศมากกว่าสองเพศก็จะทำให้เรามีเพื่อนมากขึ้น การยอมรับว่าผู้ติดเชื้อเอชไอวีหรือเอดส์มีลูกมีครอบครัวใหม่ได้ โดยปัญหาความหลากหลายทางวัฒนธรรมนั้นย่อมเกิดขึ้นเมื่อมีการรวมตัวของกลุ่มที่มาจากหลายวิถีชีวิต บางครั้งเกิดเป็นความขัดแย้งในรูปแบบที่แสดงออกโดยตรง เช่น การวิวาท เหมือนที่ปรากฏในมหาวิทยาลัยหลายๆครั้งในอดีต รวมถึงการกีดกันผลประโยชน์ของฝ่ายตรงข้าม เมื่อกลุ่มคนที่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมได้มาอยู่ร่วมกันนั้นจะมีวิธีการที่จะช่วยสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันเพื่อให้เกิดความสามัคคี ปรองดองแม้จะเป็นสังคมในระดับเล็ก บางสังคมมีการแบ่งชนชั้นและคนที่อยู่ในชนชั้นต่ำที่สุด จะถือว่าเป็นกลุ่มคนที่อยู่นอกระบบสังคมนั้น เช่น วรรณะจัณฑาลในอินเดีย เอทาหรือบูราคูในประเทศญี่ปุ่น  คนที่อยู่ในกลุ่มชาติพันธุ์เดียวกัน แต่ถูกสังคมระบุว่าเป็นคนชนชั้นต่ำ ถือว่าเป็นผู้ที่น่ารังเกียจและไม่ควรอยู่ร่วมสังคมกับสมาชิกส่วนใหญ่ จนกลายเป็นชนกลุ่มน้อยของสังคมนั้น เป็นผู้ที่ปราศจากศักดิ์ศรี ไม่มีอำนาจ และไม่มีสิทธิทางสังคมเท่าเทียมคนอื่น ปัจจุบันทั้งประเทศอินเดียและประเทศญี่ปุ่นได้ออกกฎหมายยกเลิกวรรณะจัณฑาลและบูราคูแล้วก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติก็ยังมีการกีดกันอยู่ความแตกต่างภายในกลุ่มชาติพันธุ์เดียวกันนี้ ถือเป็นรูปแบบความแตกต่างทางชาติพันธุ์รูปแบบหนึ่ง

     เอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น จัดว่าเป็นดินแดนแห่งความหลากหลายทางชาติพันธุ์ โดยมีชาติต่างๆ ตั้งถิ่นฐานกระจายตัวอยู่ เช่น ชาวพม่า ชาวไทย ชาวลาว ชาวชวา ชาวมลายู หรือ ชาวกะเหรี่ยง ชาวจาม ชาวลาหู่ ชาวมูเซอและชาวละว้า ความเป็นชุมชนพหุสังคมถือเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการบูรณาการและการอยู่ร่วมกันเป็นประชาคม อาเซียน แต่ถึงอย่างไงก็ตามการผูกโยงเรื่องชาติพันธุ์เข้ากับการรวมกลุ่มอาเซียน กลับเป็นประเด็นที่ถูกละเลยและไม่ค่อยเป็นที่ถกเถียงกันในแวดวงการทูตระหว่างประเทศ สืบเนื่องจากการถูกกดทับอำพรางด้วยกระบวนการสร้างรัฐสมัยใหม่ คละเคล้ากับอิทธิพลของลัทธิชาตินิยม และการมองข้ามชีวิตของคนตัวเล็กตัวน้อยตามแนวชายแดน ทำให้กลุ่มคนตามแนวชายแดนได้รับความลำบาก จากที่พูดมานี้ชนชาติต่างๆในภูมิภาคอาเซียน ควรจะมีการปรับเปลี่ยนทัศนคติเพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ โดยเน้นการเสาะหารูปแบบวัฒนธรรมร่วมประจำกลุ่ม พร้อมหาเทคนิคความร่วมมือเพื่อให้ผู้คนที่มีความหลากหลายต่างมีความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ร่วมมือแกัน ซึ่งถ้าสมาชิกสามารถโน้มน้าวให้ชนกลุ่มใหญ่และชนกลุ่มน้อยมีความต้องการที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขภายในประชาคมเดียวกัน โดยมีความจงรักภักดี สามัคคี มีความเป็นหนึ่งเดียวกัน และเคารพนอบน้อมต่อประชาคม แต่ก็ต้องมีรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของตนไว้ ความสาเร็จในการบูรณาการอาเซียน อาจจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งก็ต้องทำควบคู่กันไปทั้งในลักษณะของประชาคมแห่งรัฐและประชาคมแห่งภูมิภาค คำว่า ชาติพันธุ์  คือ กลุ่มคนที่มีจุดกาเนิดของบรรพบุรุษร่วมกัน มีขนบธรรมเนียมประเพณีเป็นแบบแผนเดียวกัน รวมถึงมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม เชื้อชาติและสัญชาติสอดคล้องกัน สำหรับผู้คนที่อยู่ในกลุ่มชาติพันธุ์เดียวกันนั้นจะมีความรู้สึกผูกพันทางสายเลือดและทางวัฒนธรรมพร้อม โดยเป็นความรู้สึกผูกพันที่ช่วยเสริมสร้างอัตลักษณ์ของบุคคลและของชาติพันธุ์ และในขณะเดียวกัน ก็สามารถเร้าอารมณ์ความรู้สึกให้เกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าผู้ที่อยู่ในกลุ่มชาติพันธุ์นั้นนับถือศาสนาเดียวกัน หรือได้รับอิทธิพลจากกระบวนการกล่อมเกลาทางสังคมแบบเดียวกัน

     ในฐานะที่เราเป็นประชาชนคนหนึ่งเราจะลดความขัดแย้งได้โดยการฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้อยู่ชนชาติ ศาสนาเดียวกับเรา เราก็ควรให้เกียรติเขา ไม่ควรแบ่งแยกชนชั้น ไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคมทำให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบ และอาจนำไปสู่ปัญญาหาต่างๆที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง ยกตัวอย่างเช่นเมื่อก่อนนั้นได้เกิดการแบ่งวรรณะทางสีผิว ทำให้ต่างคนต่างไม่พอใจและเกิดปัญาในที่สุด
ความขัดแย้งระหว่างศาสนา ตัวอย่างเช่น ความขัดแย้งทางศาสนาในประเทศอินเดีย เป็นความขัดแย้งระหว่างชาวฮินดูกับชาวมุสลิมจนแยกเป็นประเทศปากีสถาน ความเข่้าใจกัน ยอมรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือกัน สามัคคีกัน  และมีความเป็นหนึ่งเดียวกันเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากที่จะทำให้ความหลายหลายไม่ว่าจะเป็น ความหลากหลายทางด้านพฤติกรรม ศิลปะ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม สีผิว ชนชาติ และความเชื่อ ไม่เป็นปัญหาต่อการอยู่ร่วมกันในสังคม  

     ความเป็นหนึ่งเดียวกันคืออะไร? ความเป็นหนึ่งเดียวคือ ความกลมกลืนภายในตนเองและความสอดคล้องของแต่ละบุคคลภายในกลุ่ม ความเป็นหนึ่งเดียวคงอยู่ได้ด้วยการรวมพลังงานและพลังความคิด ด้วยการยอมรับและเห็นคุณค่าในความหลากหลายของสมาชิก ความเป็นหนึ่งเดียวกันนั้นจะเกิดจากการมีวิสัยทัศน์ มีมุมมองร่วมกัน ความหวังที่ยึดมั่นอยู่ในใจ เป้าหมายที่ไม่เห็นแก่ตัว ความเป็นหนึ่งเดียวกันจะทำให้เกิด พลัง และความกล้าหาญที่จะทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้กลายเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ เห็นไหมว่าความเป็นหนึ่งเดียวนั้นสามารถแก้ไข้ปัญหาต่างๆได้ หากเราเพียงแค่ยอมรับฟังผู้อื่น ไม่ได้ถูกผู้อื่น คอยช่วยเหลือกันไม่ว่าจะมาจากคนละที่ คนละเชื้อชาติศาสนา ความหลากหลายต่างๆนี้ก็เป็นแค่เรื่องเล็กๆไม่ใช่ปัญหาที่จะเกิดความวุ่นวาย แค่นี้เราก็สามารถเป็นเพื่อนกันได้กับชนชาติอื่นๆ เราเลี่ยงไม่ได้ที่จะยอมรับว่าปัญหาที่เกิดจากความหลากหลายส่วนมากจะเกิดปัญหาจากการไม่ยอมรับฟังกัน ไม่ยอมให้อภัยกัน ดังนั้นเราควรอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศชาติของตนให้มีความสุข และเกิดความเท่าเทียมกันในสังคม

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 25 คน กำลังออนไลน์