หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

 

                      ประเทศต่างๆในโลกมีความแตกต่างกันทางวัฒนธรรมความเชื่อและค่านิยมเนื่องจากแต่ละประเทศ มีลักษณะทางวัฒนธรรม สภาพแวดล้อมทางกายภาพ และการพัฒนาเศรษฐกิจ วิทยากาและเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน จึงเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งกันอันนำไปสู่ชนวนการทำสงครามได้  การแก้ไขและป้องก้นความขัดแย้งทางสังคมและวัฒนธรรมคือการหันหน้ามาปรึกษาหารือกัน และยอมรับในความแตกต่างของแต่ละประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา ต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้

 

         สาเหตุความแตกต่างทางสังคมและวัฒนธรรม ความแตกต่างทางเชื้อชาติ  เผ่าพันธุ์ และศาสนา ย่อมมีวิถีการดำเนินชีวิตในแต่ละสังคมที่แตกต่างกัน เช่น การแต่งกาย การกินอยู่ พิธีกรรม จึงมีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด  ลักษณะสภาพทางภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศ และภูมิอากาศ ย่อมทำให้มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไป เช่น คนที่อาศัยอยู่ในที่ราบลุ่มจะมีลักษณะการกินอยู่ ประเพณี ความเชื่อ และค่านิยมที่แตกต่างกันไปจากคนที่อาศัยอยู่ในเขตที่ราบสูงหรือเขตทะเลทราย รูปแบบทางเศรษฐกิจ สภาพทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม ลักษณะงาน และการทำงาน จะทำให้มีความเชื่อและค่านิยมที่แตกต่างกันออกไปดังเช่นคนที่มีความคิดแบบตะวันตกนิยมใช้เทคโนโลยีจะแตกต่างกันกับการดำรงชีวิตแบบเกษตรกรรมหรือพึ่งพาธรรมชาติความเชื่อและค่านิยมของมนุษย์ ความเชื่อหมายถึง ความไว้วางใจ ความมั่นใจ หรือความเห็นชอบ ต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดและยินดีที่จะปฏิบัติ ค่านิยม หมายถึง สิ่งที่คนในสังคมยึดถือและปฏิบัติ ความเชื่อและค่านิยมที่นำไปสู่ความขัดแย้ง - ความเชื่อในหลักศาสนา ความเชื่อในไสยศาสตร์ ความเชื่อในหลักปรัชญา ความเชื่อในอุดมการณ์ทางการเมือง ความเชื่อในสังคมไทย สังคมไทยมีพื้นฐานมาจากพระพุทธศาสนา และความเชื่อพื้นบ้าน ได้แก่ ความเชื่อเกี่ยวกับธรรมชาติ  ความเชื่อเรื่องการเกิด การตาย ความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ ความเชื่อเรื่องพิธีกรรม ความเชื่อเรื่องอาชีพ ความเชื่อและค่านิยมทางศาสนา  ศาสนา หมายถึง หลักคำสอนที่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของมนุษย์ ปัจจุบันศาสนาที่มีคนนับถือมาก คือ ศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ซึ่งศาสนามีอิทธิพลต่อการสร้างทัศนคติ หรือค่านิยมของคนในสังคมทั้งทางบวกและทางลบที่แตกต่างกัน รวมทั้งความเชื่อ และพิธีกรรมที่แตกต่างกัน สิ่งที่ทุกศาสนามีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ ทุกศาสนาสอนให้คนทุกคนประพฤติตนเป็นคนดีความเชื่อและค่านิยมทางลัทธิ  ศาสนาลัทธิ หมายถึง คำสั่งสอนที่มีผู้ยึดถือหรือเชื่อถือเป็นจำนวนมาก มีผลต่อการดำเนินชีวิตของผู้นับถือ ลัทธิที่มีอิทธิพลต่อสังคม ได้แก่ ลัทธิเสรีนิยม เป็นลัทธิที่ให้ความสำคัญในการให้อิสระและเสรีภาพของบุคคลในการแสดงความคิด และการกระทำที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคม ลัทธิประชาธิปไตย      เป็นลัทธิที่ยึดหลักการปกครองที่มุ่งหวังผลประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่  ลัทธิทุนนิยม เป็นระบบเศรษฐกิจที่เอกชนมีเสรีภาพในการประกอบการ การแข่งขันทางเศรษฐกิจและการแสวงหาผลกำไรตามความสามารถของตนเอง ลัทธิคอมมิวนิสต์  เป็นลัทธิที่ให้ความเสมอภาคเท่าเทียมกันของประชาชนในทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมทุกคน ลัทธิสังคมนิยม เป็นลัทธิที่มีการสร้างความเสมอภาคทางเศรษฐกิจในสังคม  ลัทธิปัจเจกชนนิยม  เป็นลัทธิที่มีความเชื่อในตัวบุคคลผู้เป็นเจ้าของแนวคิดใดแนวคิดหนึ่ง เช่น ลัทธิฟาสซิสม์ ลัทธินาซี  ลัทธิชาตินิยม   เป็นกระแสความคิดและความรู้สึกของคนหรือกลุ่มคนที่มีความรักชาติของตนเอง อย่างรุนแรง ลัทธิเหยีดสีผิว เป็นแนวความคิดที่แบ่งแยกสีผิวในประเทศแถบตะวันตก เกิดขึ้นในสมัยที่มีการแสวงหาอาณานิคม ทำให้เกิดการเหยียดสีผิวกันขึ้น เช่น ชาวผิวดำจะถูกรังเกียจจากคนผิวขาว ความเชื่อและค่านิยมทางวัฒนธรรม วัฒนธรรม หมายถึง สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นในสังคมหนึ่ง ๆ และเป็นวิถีการดำเนินชีวิต เป็นแบบแผนพฤติกรรมของคนในสังคม       วัฒนธรรมจึงมีรูปแบบของตนเองและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอตามกาลเวลา องค์ประกอบของวัฒนธรรม องค์ประกอบทางวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่กำหนดวิถีการดำเนินชีวิตของคนแต่ละกลุ่ม ให้มีความแตกต่างกัน ได้แก่ความเชื่อ ค่านิยม ศาสนา เชื้อชาติ   บริเวณวัฒนธรรม   หมายถึง พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งซึ่งมีวัฒนธรรม เป็นเอกลักษณ์เด่นเฉพาะตัว ซึ่งจะมีความแตกต่างกันทางวัฒนธรรม อย่างเห็นได้ชัด การแบ่งบริเวณวัฒนธรรมมีหลายรูปแบบ ได้แก่ วัฒนธรรมโลกตะวันตกและโลกตะวันออก เช่น       โลกตะวันตกนิยมนับถือความคิดของบุคคลเป็นหลัก ส่วนโลกตะวันออกยึดถือสังคมมากกว่าความคิดของบุคคล การแบ่งบริเวณวัฒนธรรมตามประเทศต่าง ๆ เช่น ประเทศจีนมีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากประเทศไทย การแบ่งบริเวณวัฒนธรรมในท้องถิ่น    ในแต่ละประเทศยังมีลักษณะวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน เช่น ประเทศไทยมีวัฒนธรรมในแต่ละภาคแตกต่างกัน การพิจารณาความแตกต่างทางสังคมและวัฒนธรรม  ศาสนา เป็นหลักคำสอนที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของมนุษย์ แต่ความแตกต่างกันในการนับถือศาสนาเป็นสาเหตุให้เกิดความขัดแย้งกันได้ทั้งภายในประเทศ และระหว่างประเทศได้เสมอ ความเชื่อ สังคมหนึ่งมีความเชื่อที่แแตกต่างกันไป เช่น ชาวยิวเชื่อว่าดินแดนปาเลสไตน์เป็นดินแดนที่พระเจ้าประทานให้ชาวยิว แต่ชาวอาหรับไม่เชื่อเช่นนั้น จึงทำให้เกิดความขัดแย้งและนำไปสู่ภาวะการทำสงครามกัน ค่านิยม ค่านิยมเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติที่ต่อกันมา วัฒนธรรมแตกต่างกันค่านิยมย่อมแตกต่างกัน เช่น สังคมตะวันตกไม่เคร่งครัดในความสัมพันธ์ ระหว่างชายและหญิง ส่วนโลกตะวันออกมีการเคร่งครัดในเรื่องนี้ การแก้ไขปัญหาความแตกต่างทางสังคมและวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาประเทศ ศึกษาเรียนรู้ และยอมรับวัฒนธรรมของชนชาติอื่น เพื่อทำความเข้าใจในความจำเป็นของประเทศนั้น ๆ  จัดตั้งองค์กรหรือหน่วยงานทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ    เพื่อให้เกิดการยอมรับระหว่างกัน การปรับตัวทางวัฒนธรรมเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางความเชื่อค่านิยมและวัฒนธรรม ความแตกต่างในสังคมเกิดขึ้นมาเพื่อให้เกิดความหลากหลายเพื่อให้เรียนรู้ความต่าง การเรียนรู้ความแตกต่างอย่างเข้าใจจะทำให้เรามีสังคมที่น่าอยู่และไม่เกิดความขัดแย้งกัน เพราะมีการปรับทัศนคติเข้าหากันแล้ว ดังตัวอย่างเช่นในด้านศาสนา ในสังคมของเรานั้นมีผู้คนนับถือศาสนาที่แตกต่างกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม แต่ทว่าศาสนาดังกล่าวนี้มีพิธีกรรมและความเชื่อที่แตกต่างกัน มีพิธีกรรม และการปฏิบัติที่แตกต่างกัน ทำให้เราต้องมีการเรียนรู้เพื่อที่จะไม่ให้ล่วงเกินต่อศาสนานั้นๆ แต่อย่างไรก็ตามทุกศาสนาล้วนสอนให้ทุกคนปฏิบัติตนเป็นคนดีด้วยกันทั้งสิ้น เพราะการทำความดีจะส่งผลให้มีแต่สิ่งดีๆ ความเป็นสิริมงคล และมีความสุขในการดำเนินชีวิต การละเว้นความชั่ว เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายในสังคม ในทุกศาสนานั้นล้วนมีความเชื่อ การไม่ลบหลู่ความเชื่อในศาสนาต่างๆเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะทุกศาสนาย่อมมีธรรมเนียมการปฏิบัติ เราควรให้เกียรติความแตกต่างขงศาสนานั้นๆ ไม่ควรลบหลู่หรือละเมิดในทางอื่นๆเด็ดขาด

               

            ความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรมนั้นล้วนมีหลากหลาย ดังตังอย่างเช่นการรับประทานอาหารซึ่งแต่ละที่มีวัฒนธรรมการกินที่ต่างกัน การใช้สิ่งของต่างๆทุกคนมีพื้นฐานของตนเอง การพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ถือเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตเพราะจะทำให้เราไม่ไปเบียดเบียนผู้อื่น การเบียดเบียนผู้อื่นจะส่งผลให้เกิดความวุ่นวายและขัดแย้งกัน ผลที่ตามมาก็จะทำให้ทุกข์ใจ ไม่สบายใจ เกิดการก่ออาชญากรรมซึ่งนำไปสู่ปัญหาสังคมที่ใหญ่โตได้ การอบรมเลี้ยงดูลูกหลานๆให้เป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรมก็ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่มีผลต่อสังคมอย่างมาก หากมีการอบรมที่ดีก็จะเป็นคนดีของสังคมและเข้ากับคนรอบข้างได้อย่างเป็นมิตร แต่ถ้าหาอบรมเลี้ยงดูไม่ได้ก็จะกลายเป็นปัญหาของสังคมในที่สุด ก่อความวุ่นวายให้สังคม สังคมการเมืองถือเป็นสิ่งสำคัญเพราะทุกคนล้วนมีอุดมการณ์ที่แตกต่าง ดังนั้นควรจะมีความคิดที่เป็นกลางเพื่อให้มองโลกได้กว้างขึ้น

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 67 คน กำลังออนไลน์