นางสาวกัลทิมา จ่ายเพ็ง ม.5/7 เลขที่ 11 ( หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง )

หลากหลายกลายเป็น หนึ่ง

              เนื่องในสังคมปัจจุบันทุกคนต่างใช้ชีวิตกันอย่างเร่งรีบ แต่ละคนมีการแบกรับภาระหน้าที่ที่ต่างออกไป เราเริ่มที่จะมีแนวความคิดคิดมีทัศนะคติในการมองโลกแคบลงจากเดิม เพราะเราต่างก็หมกหมุ่นในเรื่องของตัวเองทำอะไรต่างๆก็เพื่อประโยชน์ และผลประโยชน์ของตัวเอง เราเริ่มใส่ใจคนรอบตัวเราน้อยลง ใส่ใจธรรมชาติน้อยลง อยู่กับตัวเองมากขึ้น การที่คนในสังคมมีปัญหากันเรื่องราว เริ่มมาจากการไม่รับผิดชอบหน้าที่ของตนเอง และก้าวก่ายหน้าที่ของคนอื่น มองโลกในแง่ร้าย มีทัศนะคติต่อผู้ที่อยู่รอบตัวในแง่ลบ หากเราต่างหันหน้าเข้าหากัน ปรับทัศนคติที่มีต่อกันรู้จักการรับฟังและยอมรับความคิดเห็นของบุคคลอื่นๆ ทำหน้าที่ของตนเองให้ดีและไม่ก้าวก่ายหน้าที่ของคนอื่น ก็จะช่วยลดปัญหาของคนในสังคมได้ ประเทศไทยยังนับได้ว่าเป็นประเทศกำลังพัฒนา หากเราปรับในสิ่งต่างๆตามที่ได้กล่าวไปในข้างต้น ประเทศไทยอาจจะได้รับการ พิจารณาให้เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ยกตัวอย่างง่ายๆจากสถานการณ์รอบตัวของดิฉัน ในสังคมเล็กๆที่หนูพบเจออยู่ทุกวันนั้นคือ สังคมภายในโรงเรียน ยกตัวอย่างเช่น การที่คุณครูสั่งงานให้นักเรียนทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม ทุกๆคนต่างก็ได้รับหมอบหมายงานที่ตัวเองจะต้องทำ แต่ในความเป็นจริงแล้วเราไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าก็ยังมีบุคลที่ไม่ได้ทำตามหน้าที่ตนเองได้รับมอบหมาย ซึ่งจากการกระทำข้างตนนั้นส่งผลให้เพื่อนๆหรือสมาชิกในกลุ่มนั้นต้องมีปัญหาไปด้วย เช่นคะแนนการทำงาน หรือจะเป็นการพรีเซ้นต์งานหน้าห้องเรียนในกรณีนี้เราจะสามารถมองเห็นปัญหาได้อย่างชัดเจนจากการสังเกต โดย เริ่มจากการฟังสิ่งที่เพื่อนได้นำขอมูลของมาพรีเซ้นต์ หากใครมีการเตรียมตัวที่ดี เตรียมพร้อม ทำตามหน้าที่ของตน ก็จะสามารถ พรีเซ้นต์งานออกมาได้ดีและโดดเด่นจากคนอื่นและในขณะเดียวกันเราเองก็จะสามารถรู้ได้ว่าใครเป็นคนเตรียมไสลค์งานในการพรีเว็นต์ครั้งนั้นเพราะคนที่เป็นคนทำจะต้องรู้จักงานของตนเองเป็นอย่างดีอยู่แล้วและค่อนข้างมีความมั่นใจมั่นใจในการพูด เพรามีการเตรียมตัวมาอย่างดี แต่ในขณะที่เพื่อนอีกคนไม่ได้มีการเตรียมตัวมาเลยก็จะไม่สามารถพูดออกมาให้ดีได้ เพราะยังขาดความมั่นใจ และเมื่อผลคะแนนออกมาทุกคนต่างก็ได้คะแนนในรายวิชานั้นเท่ากัน ซึ่งตรงกันข้ามกับการทำงานเพราะมีการแบ่งหน้าที่ไม่เท่าเทียมกัน และตัวเด็กที่ทำงานมากกว่าก็จะมีความรู้สึกไม่ดีต่อเพื่อนสมาชิกในกลุ่มและอาจนำไปสู่การทะเลาะกันด้วยเรื่องของคะแนน หรือการแบ่งงานด้วยก็ได้เช่นกันแต่หากเรามีความรับผิดชอบ ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และมีการรับฟังสียงของคนอื่นๆบ้างจะส่งผลให้เรา ประสบความสำเร็จในการทำงานร่วมกันกับบุคคลอื่นๆ หลักจากนั้นหนุคิดว่าน่าจะมีการทำงานด้วยดันเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกันและลดความตึงเครียดแก่นักเรียนโดยอาศัยกิจกรรมต่างๆเข้าช่วยให้เด็กเปิดใจที่จะเป็นเอนกันให้มากขึ้นกว่าเดิมซึ่งนี้คือวิธีที่ค่อนข้างง่ายแม้จะต้องใช้ความพยายามอยู่บ้าง เพราการจะทำแบบนั้นได้จะต้องได้รับความยินยอมของนักเรียนทั้งสองฝ่าย ดั่งคำพูดของท่าน ว.วชิรเมธีในช่วงหนึ่งว่า “ ชีวิตของเรา คือ เงาแห่งความคิด ” เราคิดเช่นไรมีทัศนะคติเช่นเด่นก็จะสะท้อนออกมาเช่นนั้นให้ผู้คนรอบตัวนั้นได้เห็น สะท้อนออกมาผ่านงานที่เราได้กระทำซึ่งนั้นก็เป็นการบ่งบอกศักยภาพในตัวของบุคคลที่ได้ทำงานชิ้นนั้น ดังนั้นเรื่องราวต่างปัญหาต่างๆเกิดจากความคิดของตัวเราเอง เกิดจากความรับผิดชอบต่อภาระหน้าที่งานของเราเอง  หากเรามีความรับผิดชอบมากพอ มีทัศนคติที่ดีต่อผู้อื่นก็จะเป็นการสร้างความสามัคคีเล็กให้เกิดขั้นในสังคมโดยที่คุณเป็นหนึ่งในแรงนั้นด้วยเช่นกัน เป็นอีกแรงที่ช่วยพลิกความสามัคคีให้เกิดขั้นในสังคมที่คุณอยู่ การทำตามหน้าที่ของตนเองนั้นก็นับได้ว่าเป็นการทำความดีด้วยเช่นกัน เพราะหากเราทุกคนทำตามหน้าที่ของตนเองสังคมก็จะก็หน้าอยู่เพิ่มมากขึ้น และพัฒนาได้มากขึ้นเพราะคนในสังคมนั้นมีความรัก และสามัคคีในพลังของพวกเขา 

และคนไทยเราในทุกวันนี้ยังติดที่จะแสดงความคิดเห็นของตัวเองออกมาอย่างสุดโต่ง โดยไม่คำนึงถึงผละกระทบว่ากระทบฝ่ายใดบ้าง ใครได้รับความเดืือดร้อนจากกาารกระทำนี้บ้าง ทำทุกอย่างตามใจตัวเองสั่งเพื่อตอบสนองความต้องการของโดยไม่คำนึงถึงผู้อื่น 

ซึ่งในความคิดของดิฉันนั้นคิดว่าดิฉันมีความคิดว่า หากสังคมโลกใบนี้อยู่กันอย่างต่างคนต่างอยู่ ต่างไม่สนใจกัน แก่งแย่งชิงดี มุ่งหวังกอบโกยผลประโยชน์แต่เพียงส่วนตน มีการเเบ่งเเยกเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นคนอื่น ยึดถือเเต่สิ่งที่ตัวเองคิดเป็นหลัก ยึดเเต่ค่านิยม จารีตวัฒนธรรมของตัวเอง ก็จะทำให้มีผลกระทบต่อการอาศัยอยู่ร่วมกันกับคนในสังคมตามมาได้ เช่น การทะเลาะวิวาทกันทางเชื้อชาติชนชาติพันธ์ อาทิเช่น การเหยียดสีผิวของชนชาติยุโรปซึ่งมีสีผิวขาวกับชนชาติชาวแอฟริกันซึ่งประชากรส่วนใหญ่จะมีผิวสีดำ อันเกิดมาจากการที่ชาติยุโรปคิดว่าตนเป็นผู้ที่อยู่เหนือกว่า จึงมีสิทธิ์ที่จะออกคำสั่งหรือปกครองชนชาติแอฟริกัน  หรือที่เรียกว่า ‘ข้ออ้างภาระของคนผิวขาว’  ซึ่งทำให้เกิดความขัดเเย้งกันอันรุนแรง ที่อาจจะนำปัญหาอื่นๆให้เกิดขึ้นตามมาในภายหลังได้ เพราะหากประชาชนต่างฝ่ายทะเลาะกัน มีการใช้อาวุธโจมตีกันและกัน ก็จะทำให้มีผู้คนบาดเจ็บ พิการ หรืออาจเสียชีวิตได้ ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน อีกทั้งประชาชนคนอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องก็จะพลอยเดือดร้อนไปด้วย หรือถ้าหาก ไม่ปรองดองกันก็จะมีเเต่ปัญหาตามมามากมาย สังคมไม่สงบสุข ปราศจากความน่าอยู่ ดังนั้นเราจึงควรเปิดใจให้กว้าง ยอมรับความแตกต่างของทุกๆฝ่าย หรือหากมีปัญหาก็ควรพูดคุยเจรจากันด้วยสันติวิธี อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงส่วนรวม มีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน และ แก้ปัญหาโดยใช้หลักการทางประชาธิปไตยดังนั้นดิฉันจึงคิดว่า ผู้คนในสังคมทุกคนควรที่จะทำการศึกษา เรียนรู้ความแตกต่างของกลุ่มชาติพันธ์ที่มีอยู่อย่างหลากหลายในสังคม ไม่ว่าจะเป็นทางขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ศาสนา เชื้อชาติ รวมทั้งประเพณีต่างๆให้ลึกซึ้งเสียก่อน ควรเปิดรับ ทำความเข้าใจกันและกัน รู้จักปรับตัวเข้าหากัน ไม่ยึดเพียงตนเองเป็นที่ตั้ง ไม่เบียดเบียน เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น หรือเห็นแก่ตัวโดยยกเรื่องความแตกต่างของผู้อื่นมาเป็นข้ออ้าง 

 

 

 

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 23 คน กำลังออนไลน์