หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

               จากในสังคมในปัจจุบันประเทศไทยนั้นเกิดความขัดแย้งมากมายอันเนื่องมาจากความคิดเห็นและความเชื่อที่แตกต่างกัน การที่คนในสังคมมีความคิดที่แตกต่างกันแล้วนั้นก็จะทำให้เกิดความขัดแย้งตามมา จากความขัดแย้งเพียงนิดเดียวก็อาจจะทำให้กลายเป็นความขัดแย้งใหญ่โตได้                          คนเราจะเห็นอะไร ไม่ได้ขึ้นอยู่ว่าสิ่งที่อยู่ข้างหน้าเป็นอะไรเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราตั้งใจมองอะไรด้วย หากตั้งใจมองความแตกต่าง ก็จะเห็นแต่ความแตกต่าง ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งและแตกแยกได้ง่าย แต่ถ้าเราพยายามมองความคล้ายคลึง ก็จะเห็นความคล้ายคลึง ซึ่งนำไปสู่ความกลมเกลียวกันได้ง่าย  ชาวพุทธกับชาวมุสลิม มีความแตกต่างกันหลายประการ แต่ก็มีความคล้ายคลึงกันหลายอย่างเช่นกัน ชาวพุทธกับมุสลิมอาจเห็นต่างกันในเรื่องการให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกแก่หลักการสร้างสันติสุขในภาคใต้ แต่ใช่หรือไม่ว่าทั้งสองฝ่ายก็เห็นเหมือนกันว่า ประเทศไทยจะต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ผู้คนเสมอภาคกันทางกฎหมาย และบุคคลย่อมมีเสรีภาพในการนับถือศาสนา การมองเห็นถึงความคล้ายคลึงกัน จะช่วยให้ชาวพุทธและมุสลิมเป็นมิตรกันมากขึ้น ระแวงกันน้อยลง คงปฏิเสธไม่ได้ว่าชาวพุทธจำนวนมากทีเดียวมีความระแวงว่าชาวมุสลิมจำนวนไม่น้อยสนับสนุนการแยกดินแดนโดยมีศาสนาเป็นสาเหตุประการหนึ่ง แต่การสำรวจความเห็นดังกล่าวน่าจะช่วยให้ชาวพุทธลดความหวาดระแวงลง เพราะถึงอย่างไรชาวมุสลิมโดยรวมก็ยังอยากอยู่ประเทศไทยและไม่เห็นด้วยกับการแบ่งแยกดินแดน เช่นเดียวกับชาวพุทธแม้ว่าชาวพุทธกับมุสลิมจะมีความคล้ายคลึงกันหลายอย่าง ทั้งในฐานะมนุษย์ที่รักสุขเกลียดทุกข์ และในฐานะคนไทยที่รักแผ่นดินไทยและเชิดชูเสรีภาพการนับถือศาสนา แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบัน ความคล้ายคลึงดังกล่าวนับวันจะถูกมองข้ามไป ขณะที่ความแตกต่างระหว่างชาวพุทธกับมุสลิมถูกขับเน้นให้เด่นชัด และบางครั้งก็เกินเลยไป สาเหตุนั้นมิได้อยู่ที่บทบาทของสื่อในการเน้นความต่างมากกว่าความเหมือนเท่านั้น หากยังอยู่ที่ช่องว่างที่ถ่างกว้างมากขึ้นระหว่างชาวพุทธกับมุสลิมทั้งทั้งในชายแดนใต้และส่วนอื่น ๆ ของประเทศ ช่องว่างที่ถ่างกว้างขึ้นนั้น สาเหตุสำคัญประการหนึ่งได้แก่ การมีปฏิสัมพันธ์กันน้อยลง ต่างคนต่างอยู่กันมากขึ้น ดังนั้นจึงรับรู้เรื่องราวของกันและกันผ่านสื่อหรือคำบอกเล่า ซึ่งอาจมีการต่อเติมเสริมแต่ง ดังนั้นถ้าหากเห็นถึงความจำเป็นในการลดช่องว่างระหว่างชาวพุทธกับมุสลิม สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องเร่งทำคือ การอำนวยให้ทั้งชาวพุทธและมุสลิมมีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น เช่น มีการพบปะกันอย่างสม่ำเสมอ หรือทำกิจกรรมร่วมกัน

           การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติสุข จำ เป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยความมีน้ำใจไมตรีที่ดีต่อกัน ความมีน้ำใจเป็นเรื่องที่ทุกคนทำได้ โดยไม่ต้องใช้เงินทองมากมาย เพียงแต่แสดงความเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ โดยการช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ก็เป็นการแสดงน้ำใจได้ เช่น การพาเด็กหรือผู้สูงอายุข้ามถนน หรือการสละที่นั่งบนรถโดยสารให้หญิงมีครรภ์ หรือแม้แต่การมีส่วนร่วมช่วยกันพัฒนาสังคมของเราให้ดีขึ้นก็ได้ เป็นต้น ก็นับว่าเป็นการแสดงน้ำใจ การแสดงความมีน้ำใจจึงไม่ได้วัดกันด้วยเงินทอง บางคนมีเงินมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะเป็นคนมีน้ำใจ เพราะเขาอาจแล้งน้ำใจก็ได้ บางคนเป็นเศรษฐีแต่มีความตระหนี่มากไม่ยอมแม้จะสละเงินให้ผู้อื่นโดยที่ตน ไม่ได้รับประโยชน์ตอบแทน ถึงกระนั้นคนที่ไม่ได้มีเงินมากเพียงแค่พอมีพอกินอาจเป็นคนที่พอมีน้ำใจให้ คนอื่นบ้างก็ย่อมเป็นที่รัก และชื่นชมของผู้อื่นเสมอ 

               ความมีน้ำใจนั้นตรงกันข้ามความเห็นแก่ตัว  ขณะที่คนเห็นแก่ตัวมักจะคิดแต่ประโยชน์ส่วนตัวมาก่อน แต่แน่นอนที่คนมีน้ำใจจะคิดถึงประโยชน์ของส่วนรวมบ้าง และความ มีน้ำใจก็ยังตรงกันข้ามกับความอิจฉาริษยา คนที่อิจฉาริษยาคนอื่นย่อมปรารถนาที่จะเห็นความล้มเหลวของผู้ที่ได้ดีกว่า แต่คนมีน้ำใจนั้น เมื่อเห็นคนอื่นได้ดีกว่าจะมีมุทิตาและจะ แสดงความยินดีด้วยอย่างจริงใจ   ผู้มีน้ำใจจะนึกถึงผู้อื่นและจะพยายามช่วยผู้อื่นที่ด้อยโอกาสกว่า ผู้มีน้ำใจจึงเป็นที่รักและต้องการของคนทั่วไป และเป็นคนมีคุณค่าต่อสังคม และที่สำคัญพวกเขาเหล่านั้นก็จะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต อย่างแน่นอน  อย่างที่กล่าวไว้ ความมีน้ำใจจะไม่สามารถเกิดขึ้นในสังคมได้เลย   หากไม่มีผู้ใดแสดงหรือกระทำมันขึ้นมา ซึ่งถ้าหากเราอยากที่จะเป็นบุคคลนั้น บุคคลที่จะสร้างความมีน้ำใจให้แก่สังคม บุคคลที่ปรารถนาอยากให้สังคมของตนเองและผู้อื่นมีความสุขนั้น ทำได้ไม่ยากเลย มันอยู่ที่ความคิด ความรู้สึก และหัวใจของเราเองเท่านั้น ที่จะสั่งให้ตัวเองลงมือทำ เราอาจฝึกฝนตนเองให้เป็นคนมีน้ำใจได้  ดังนี้  อย่างที่กล่าวไว้ ความมีน้ำใจจะไม่สามารถเกิดขึ้นในสังคมได้เลย   หากไม่มีผู้ใดแสดงหรือกระทำมันขึ้นมา ซึ่งถ้าหากเราอยากที่จะเป็นบุคคลนั้น บุคคลที่จะสร้างความมีน้ำใจให้แก่สังคม บุคคลที่ปรารถนาอยากให้สังคมของตนเองและผู้อื่นมีความสุขนั้น ทำได้ไม่ยากเลย มันอยู่ที่ความคิด ความรู้สึก และหัวใจของเราเองเท่านั้น ที่จะสั่งให้ตัวเองลงมือทำ เราอาจฝึกฝนตนเองให้เป็นคนมีน้ำใจได้  ดังนี้

1. ควรเอาใจเขามาใส่ใจเรา คิด ถึงหัวจิตหัวใจของคนอื่น และแสดงต่อผู้อื่นเหมือนที่เราต้องการให้คนอื่นแสดงต่อเรา และทำดีต่อคนอื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน ไม่ว่าความดีนั้นจะเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยหรือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ก็ตาม แม้ผู้อื่นไม่ได้รับรู้กันทุกคน แต่หัวใจของเราก็รับรู้เสมอ                           2. ควรเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ และไม่หวังว่าคนอื่นจะต้องมาให้เราเสมอ                                                                                         3. ควรแสดงน้ำใจกับคนรอบข้าง เช่น เมื่อเวลามีโอกาสได้ไปเที่ยวในที่ไกลหรือใกล้ก็ตามควรมีของฝากเล็กๆน้อยๆ ติดมือมาถึงคนที่เรารู้จักและญาติมิตรของเรา นั่นเป็นการแสดงความมีน้ำใจต่อกัน เพราะแม้อาจจะเป็นแค่สิ่งเล็กน้อย แม้จะไม่ต้องใช้เงินทองมากมาย แต่สิ่งที่ได้มันมีค่ามากกว่านั้น นั่นคือน้ำใจที่ผู้อื่นได้รับจากเรา                                                                                                                                     4. ควรเสียสละกำลังทรัพย์ สติปัญญา กำลังกาย และเวลาให้แก่ผู้เดือดร้อน เท่าที่เราพอจะทำได้โดยไม่ถึงกับต้องลำบากแก่ผู้อื่นให้กับผู้ที่ต้องการพึ่งพาอาศัยเรา โดยเป็นการกระทำที่ไม่หวังผลตอบแทน                                                                                                       5. ควรมีนิสัยเอื้อเฟื้อ ช่วย เหลือเกื้อกูลต่อเพื่อนบ้าน เช่น ไปร่วมงานพิธีต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานศพ หรืองานอื่นๆ เท่านั้นเขาก็จะเห็นว่าเราเป็นคนมีน้ำใจ และจะสามารถเชื่อมไมตรีจิตต่อกันได้                                                                                                                       6. ควรให้ความรักแก่คนอื่นๆ และให้ความร่วมมือเมื่อเขาต้องการให้ช่วยเหลือ และช่วยเหลือเขาอย่างสุดความสามารถด้วยความจริงใจที่เรามี การฝึกฝนตนเองให้เป็นคนมีน้ำใจ นอกจากจะทำให้เรามีจิตใจที่ดีงามเบิกบานแจ่มใส ผิวพรรณผ่องใส ใบหน้าอิ่มเอิบแล้วยังทำให้เราได้มิตรสหายมาก ใครก็อยากคบหาสมาคมด้วยเพราะความมีน้ำใจแสดงถึงความมีเมตตากรุณาต่อเพื่อน มนุษย์ แล้วชีวิตของเราจะพบแต่ความสุขตลอดไป เพราะสังคมของเราจะเป็นสังคมแห่งความสันติสุข

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 15 คน กำลังออนไลน์