หลากหลายหลายเป็นหนึ่ง

ปัจจุบันนั้นทั่วทุกมุมโลกเต็มไปด้วยผู้คน ซึ่งผู้คนเหล่านั้นก็เป็นผู้คนที่มาจากหลายประเทศ หลายจังหวัด หลายประภูมิภาค และหลากหลายเชื้อชาติ เมื่อผู้คนร้อยพ่อพันแม่มาอยู่รวมกันนั้นย่อมมีความขัดแย้ง มีการกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นธรรมดา ทั้งไม่ชอบหน้าหรือการพูดจาไม่เข้าหูกัน นั่นเป็นเพราะความคิด และอุดมคติของแต่ละบุคคลนั้นแตกต่างกัน หากเราจะอยู่รวมกันอย่างสันติสุขได้นั้นจำเป็นที่จะต้องลดอคติในใจตัวเองลง ก่อนอีกทั้งแต่ละบุคคลก็ต้องยอมรับในความแตกต่างในตัวของบุคคลอื่น ยอมรับในความคิดเห็นที่อาจแตกต่างกัน หากเรายอมรับซึ่งกันและกันเราก็จะอยู่ร่วมกันได้อย่ามีความสุขโดยปราศจากการ กระทบกระทั่งซึ่งกันและกัน และหากเป็นได้อย่างนั้นโลกนี้คงดูน่าอยู่และน่ามองขึ้นมากเพราะมนุษย์โลกทุก คนนั้นต่างยอมรับซึ่งความแตกต่างของกันและกัน นอกจากความแตกต่างจะทำให้โลกนี้มีความขัดแย้งแล้วอีกปัจจัยหนึ่งนั้นก็คือ การไม่รู้จักให้อภัยซึ่งกันและกัน การไม่ให้อภัยซึ่งกันและกันเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดความขัดแย้งที่รุนแรง เพราะเมื่อเราไม่ให้อภัยกัน ความโกรธนั้นก็จะนำไปยังความแค้น เมื่อมีความแค้นก็จะเกิดเป็นความขัดแย้งที่ไม่สามารถผสานให้เหมือนเดิมได้ ก็เหมือนกับแก้วที่แตกเมื่อมันแตกลงแล้วไม่ว่าเราจะใช้กาวที่ดีที่สุดในโลก มาต่อให้ติดใหม่ หรือนำไปหล่อใหม่มันก็ยังคงเหลือร่องรอยของรอยร้าวและรอยแตกเดิมอยู่ ดังเช่นที่เยอรมันแพ้สงครามโลกครั้งที่ 1 ความแค้นที่เขานั้นถูกย่ำยี ถูกเอาเปรียบและยังสูญเสียดินแดนของประเทศไปนั่นจึงเป็นฉนวนของความโกรธ และเมื่อเขาไม่ให้อภัยจึงนำไปสู่การก่อซึ่งสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อทีจะหลุดจากการถูเอารัดเอาเปรียบ ดังนั้นการให้อภัยซึ่งกันและกันจึงเป็นสิ่งสำคัญในการยุติความขัดแย้งและ ความวุ่นวายของโลกและสังคมนั้นๆได้เป็นอย่างดี หากเราอยากที่จะรวมผู้คนที่มีหลากหลายเชื้อชาติให้มีความสามัคคีกันนั้นจำ เป็นเหลือเกินที่จะต้องมีการให้อภัยซึ่งกันและกัน การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติสุข จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยความมีน้ำใจไมตรีที่ดีต่อกัน ความมีน้ำใจเป็นเรื่องที่ทุกคนทำได้ เพียงแค่แสดงความเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ โดยการช่วยเหลือในส่วนที่เราทำได้ ก็เป็นการแสดงน้ำใจได้ เช่น การพาเด็กหรือผู้สูงอายุข้ามถนน หรือการสละที่นั่งบนรถโดยสารให้หญิงมีครรภ์ หรือแม้แต่การมีส่วนร่วมช่วยกันพัฒนาสังคมของเราให้ดีขึ้นก็ได้ เป็นต้น ก็นับว่าเป็นการแสดงน้ำใจ การแสดงความมีน้ำใจจึงไม่ได้วัดกันด้วยเงินทอง บางคนมีเงินมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะเป็นคนมีน้ำใจ เพราะเขาอาจแล้งน้ำใจก็ได้ บางคนเป็นเศรษฐีแต่มีความตระหนี่มากไม่ยอมแม้จะสละเงินให้ผู้อื่นโดยที่ตน ไม่ได้รับประโยชน์ตอบแทน ถึงกระนั้นคนที่ไม่ได้มีเงินมากเพียงแค่พอมีพอกินอาจเป็นคนที่พอมีน้ำใจให้ คนอื่นบ้างก็ย่อมเป็นที่รัก และชื่นชมของผู้อื่นเสมอ พูดถึงความขัดแย้งแล้วนั้นไม่ใช่เพียงการขัดแย้งทางชาติพันธุ์ แต่ยังโยงไปถึงรากเหง้าวัฒนธรรมของแต่ละสังคมที่มีความแตกต่างกัน เนื่องจากความแตกต่างของวัฒนธรรมจึงทำให้ผู้คนไม่สามารถอยู่ร่วมกันอย่างมี ความสุขและสงบสุขได้ เนื่องจากบุคคลแต่ละบุคคลนั้นจะซึมซับเอาวัฒนธรรมของตนเองที่คุ้นเคนไว้ใน จิตใต้สำนึกไว้ไม่มาก็น้อย และเมื่อไปพบเจอกับบุคคลที่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรม การดำเนินชีวิตนั้นอาจนำไปสู่การขัดแย้งกันได้แต่หากเราอบรมและทำความเข้าใจ กับบุคคลต่างๆในสังคมให้อย่ายึดตนเองเป็นใหญ่และให้ยอมรับในความแตกต่างของ ผู้อื่น ให้เรียนรู้ในสิ่งที่แตกต่างแต่ก็อย่าลืมมากเหง้าวัฒนธรรมของตนเอง เป็นดังเช่น น้ำครึ่งแก้วที่พร้อมรับการเติมเต็มตลอดเวลา การยอมรับในความแตกต่าง และการรุ้จักการให้อภัยนั้นเป็นสิ่งที่จะสามารถช่วยลดการเกิดปัญหาการขัด แย้งได้ เพราะในโลกปัจจุบันการสื่อสารและเทคโนโลยีต่างๆได้ก้าวไกลขึ้นทำให้ผู้คนจาก ทั่วทุกมุมโลกสามรถติดต่อและสื่อสารกันได้อย่าไร้ซึ่งพรมแดน และการติดต่อกันง่ายขึ้นนั้นจึงเป็นการง่ายที่ผู้คนจะเกิดความขัดแย้งกระทบ กระทั่งกันง่ายขึ้นเพราะผู้คนที่อยู่ทั่วทุกมุมโลกเป็นสิ่งที่แน่นอนอยู่ แล้วว่าย่อมมีเชื้อชาติ และวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน เมื่อเป็นเช่นนั้นเราคงจะเปลี่ยนความก้าวไกลของการสื่อสารไม่ได้ฉะนั้นเรา จึงต้องเลือกที่ปรับเปลี่ยนตัวเองและตัวบุคคลให้ไม่มีอคติ และยอมรับในความแตกต่าง และควรที่จะให้อภัยกัน หากเราไม่รู้จักการยอมรับในความแตกต่างก็จะมีปัญหาขัดแย้งตามมา เช่น การเหยียดสีผิว ที่คนผิวขาวมักดูถูกดูแคลนคนสี จึงทำให้เกิดความขัดแย้งของชาติพันธุ์ นอกจากจะเกิดความขัดแย้งแล้วยังตามซึ่งความไม่เท่าเทียมอีกด้วย และการแก้ไขสิ่งต่างๆนั้นง่ายเพียงนิดเดียวเพียงแค่เราต้องยอมรับความแตก ต่างของคนอื่นและเคารพสิทธิส่วนบุคคล และเคารพซึ่งกันและกันไม่ดูถูกคนที่ต่ำต่อยกว่าตนเองเพียงเท่านี้เราก็จะไม่ พบเจอกับปัญหาความขักดแย้งที่รุนแรง แลอยู่ร่วกัันอย่าสันติโดยที่ปัญหาการขัดแย้งเรื่องชาติพันธ์ุ ปัญกาความขัดแย้งด้านวัฒนธรรม สังคม อุดทคติ อุดมคติทางการเมือง และความคิไม่ตรงกันก็จะเบาบางลงเพราะถึงแม้เราอาจจะไม่สามรถยับยั้งความขัด แย้งได้อย่างถาวรแต่เราก็สามารถทำให้ความขัดแย้งต่างๆ นั้นเบบางและลดความรุนแรงลงและทั้งหมดทั้งมวลนั้นเกิดขึ้นได้นันจะต้องเริ่ม ต้นจากตัวเราเองก่อนที่แล้วค่อยเผยแพร่ให้คนอื่นทำแบบที่เราทำเพียงทำนี้ก็ ช่วนลดความขัดแย้งลดลงไปได้บ้างแล้

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 55 คน กำลังออนไลน์