บุคคลตัวอย่างในการดำเนินชีวิต

 Steve  Jobs 

 

       

         สตีเวน พอล จอบส์ (อังกฤษ: Steven Paul Jobs) หรือที่รู้จักในชื่อ สตีฟ จอบส์ (อังกฤษ: Steve Jobs; 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1955 -   5 ตุลาคม ค.ศ. 2011) เป็นผู้นำธุรกิจและนักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน ผู้ร่วมก่อตั้ง ประธาน อดีตประธานบริหารของแอปเปิลคอมพิวเตอร์ และยังเคยเป็นประธานบริหารพิกซาร์แอนิเมชันสตูดิโอส์ และเป็นคณะกรรมการบริหารบริษัทเดอะวอลต์ดิสนีย์ใน ค.ศ. 2006 หลังดิสนีย์ซื้อกิจการพิกซาร์

       "หิมะที่ขาวโผนนั้น  ไม่ว่ามันจะดำเปรอะเปื้อนสักเท่าไหร่  แต่พอปัดดินทิ้งไป หิมะย่อมขาวดังหิมะเช่นเดิม" คำพูดนี้เหมาะกับ   Steve Jobs สุดยอด CEO ของศตวรรษที่ 21 เป็นอย่างยิ่ง  หากเอ่ยถึงชื่อนี้  ในสังคมชาว IT คงไม่มีใครไม่รู้จัก  แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ประวัติ  ที่ไปที่มาของชายคนนี้  Steve Jobs  เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่มีประวัติน่าสนใจ  รวมไปถึงวิธีการทำงาน  การใช้ชีวิต  และที่สำคัญ  แนวคิดต่างๆของเขาที่ทำให้  คนประทับใจมานักต่อนัก

          ในปี 1995 Steve Jobs ได้เกิดมาจากแม่ที่ยังอยู่ในวัยของความคะนองที่ยังไม่พร้อมจะมีบุตร  แถมยังไม่ได้ต้องการที่จะรับผิดชอบเขาในเวลานั้น  โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าต่อไปเด็กคนนี้จะกลายเป็นตำนานบทหนึ่งของวงการเทคโนโลยี  Steve Jobs  เติบโตมากับพ่อแม่บุญธรรมที่ขายแรงงานเพื่อเลี้ยงดูแลเขาเส้นทางของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ  เขาลาออกจากมหาลัยหลังเข้าเรียนไปได้เพียง  6 เดือน  เพราะหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ว่า  การเรียนมหาลัยจะช่วยอะไรในชีวิตเขาได้ 
          ซึ่งการที่ตัดสินใจครั้งนี้ก็ทำให้เขาลำบากอยู่ไม่น้อย  เขาต้องอาศัยนอนในห้องเพื่อน  และเก็บกระป๋องไปแลกเงินเพื่อซื้ออาหาร  เขารักษาสภาพการเรียนไว้ด้วยการที่เข้าเรียนวิชาใดก็ได้ที่สนใจในเวลา 18 เดือน  เขาได้เลือกเรียนวิชา  ศิลปะการประดิษฐ์และออกแบบตัวอักษร (Calligraphy) โดยที่   ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าจะนำไปใช้อะไรได้ในอนาคต
          แต่ 10 ปีหลังจากนั้น  เขากับเพื่อนได้คิดค้นเครื่องคอมพิวเตอร์  Mac ได้สำเร็จ  เป็นเครื่องแรกของโลก  และก่อตั้งบริษัท Apple ขึ้น  ในโรงรถ ในวัยเพียง  20 ปี
          แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น  ต่อจากนั้นอีก 10 ปี  Apple กลายเป็นเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ มีพนักงานมากมาย แต่หลังจากที่เขาเพิ่งเปิดตัว Macintosh   ซึ่งเป็นประดิษฐกรรมสร้างสรรค์ที่ดีที่สุดของเขา ได้เพียงปีเดียว Steve Jobs ก็ถูกไล่ออกจากบริษัทที่เขาเป็นผู้ก่อตั้งเองกับมือ  หลังจากที่เขาทะเลาะกับผู้บริหารที่เขาจ้างมาด้วยตัวเอง  ชื่อ จอห์น สกัลลีย์ [John Sculley]  และกรรมการบริหารทั้งหมดเลือกที่จะเข้าข้างผู้บริหารที่ชื่อ จอห์น สกัลลีย์!!!
           นับจากเหตุการณ์ครั้งนั้น  ชีวิตเขาก็เหมือนกับทุกอย่างมันพังทลายลงมา เขาหมดอะไรตายอยากถึง 5 ปี เต็ม  ในระหว่างนั้น Apple ก็ทรุดลงเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าจะผ่านผ้บริหารไปหลายคนก็ตามแน่นอน! หิมะขาวยังไงย่อมขาวอยู่วันยันค่ำ  เขาตัดสินใจลุกขึ้นสู้อีกครั้งหนึ่ง     เขาเริ่มต้นก่อตั้งบริษัทใหม่ชื่อ Next และ Pixar และพบรักกับ Laurence ซึ่งต่อมาเป็นภรรยาของเขา Pixar ได้สร้างภาพยนตร์การ์ตูนจากคอมพิวเตอร์  เป็นเรื่องแรกของโลกนั่นคือ Toy Story และขณะนี้เป็นสตูดิโอผลิตการ์ตูนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก  ต่อมาบริษัท Apple ก็มาซื้อ  Next ของเขา  Steve Jobs จึงได้กลับไปยังบริษัทเก่าที่เขาได้ก่อตั้งขึ้นมา  เขาได้ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆที่คิดค้นขึ้นภายในบริษัท Next เพื่อฟื้นฟูให้กับ Apple ที่ทรุดลงไปให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง
          และเมื่อเขามีอายุ 34 ปีแพทย์พบว่าเขาเป็นโรคมะเร็งในตับอ่อนชนิดที่รักษาไม่ได้  ในขณะที่เขากำลังจะเตรียมตัวตายอย่างช้าๆ คณะแพทย์ได้ค้นพบวิธีรักษามะเร็งตับอ่อน  ชนิดที่พบได้ยากอย่างเขา ด้วยวิธีผ่าตัด และเขาได้เข้าการรักษาและหายขาดในเวลาต่อมา นั่นเป็นอีกครั้งในชีวิตที่เขาเฉียดเข้าไปใกล้ความตาย และมีข้อคิดดีดีแก่ผู้อื่นอีกหนึ่งข้อนั่นคือ  "ความตายคือประดิษฐกรรมที่ดีที่สุดของชีวิต ความตายคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิต ความตายกวาดล้างสิ่งเก่าๆ ให้หมดไปเพื่อเปิดทางใหม่แก่สิ่งใหม่ๆ ในชีวิต"
          สตีฟ จ๊อบ ก็ไม่ต่างจากคนธรรมดาทั่วๆไป ที่เกิดมาแบบไม่ได้พร้อมไปทุกอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่เขามีก็คือ ความใฝ่ฝัน และ ความเชื่อมั่นในตัวเอง เขามีวิธีในการทำงานร่วมกับคนฉลาดเพื่อทำความฝันของเขาให้เป็นจริง หนึ่งสิ่งที่ต้องทำให้ได้ก็คือ เชื่อมั่นในตัวเอง เชื่อว่าตัวเองก็เกิดมาเพื่อจะประสบความสำเร็จ  แล้วหลังที่เราเชื่อเราก็จะพัฒนาตัวเองตามความเชื่อนั้น  และมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะประสบความสำเร็จ  นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เราได้เรียนรู้จากชายคนนี้ สตีฟ Steve Jobs
 
 
           
              
                 แนวคิดในการดำเนินชีวิต 
       สตีฟ จ๊อบ เพียงแค่เราพูดชื่อหลายๆคนก็ต่างรู้จัก เขาเป็นคนไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคที่มาขวางทางของเขาเลย ตั้งแต่เขาเกิดมาทั้งที่พ่อแม่แท้ๆ ยังไม่ยอมรับในตัวเขา  เขาต้องขวนขวานทำทุกอย่าง แต่เขายังมีสิ่งที่เขารักนั้นคือ การออกแบบตัวอักษรและเทคโนโลยี เขาเข้าและออกมหาลัยหลายครั้งและเสียเวลาไปมากกับการเรียน ผลสุดท้ายเขาก็เรียนไม่จบ แต่เขาก็พยายามพัฒนาในสิงที่เขารักและทำได้ดีจนมีบริษัทที่ไม่ว่าใครก็เคยได้ยินนั่นก็คือ "APPLE" แต่ก็ยังมีอุปสรรคขวางกั้นแต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ยังสามารถกลับมาได้เหมือนเดิม ดังคำที่เขาได้กล่าวคือ "หิมะที่ขาวโผนนั้น  ไม่ว่ามันจะดำเปรอะเปื้อนสักเท่าไหร่  แต่พอปัดดินทิ้งไป หิมะย่อมขาวดังหิมะเช่นเดิม" ดังนั้นเราก็ต้องอย่าท้อถอยต่ออุปสรรคที่มาขวางกั้นและจงสู้ต่อไป
              แนวทางในการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 
-ไม่ว่าชีวิตจะเจออุปสรรคมาขวางกั้นเราเท่าใด ขอแค่เราเชื่อมั่นในตนเอง
-อุปสรรคที่เข้ามาในชีวิตอย่าไปเกลียดมัน คิดเพียงว่ามันคือแบบทดสอบไปสู้ความสำเร็จของชีวิต
-ชีวิตต้องมีล้มบ้าง เพื่อจะทำให้เราลุกขึ้นเป็น
-ชอบสิ่งไหนก็จงตั้งใจมุ่งมั่นทำให้ดีที่สุดแล้วผลก็จะออกมาดีเสมอ
-เชื่อมั่นในตัวเองและจงเชื่อว่าตัวเองก็เกิดมาเพื่อจะประสบความสำเร็จ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 73 คน กำลังออนไลน์