บุคคลต้นเเบบ วิล สมิธ Will Smith

วิลล์ สมิธ (Will Smith)

ชื่อจริง:  วิลเลี่ยม ซี สมิธ จูเนียร์ 
ชื่อเล่น:  เฟรชพรินซ์ ตอนยังเด็ก วิลล์มักใช้เสน่ห์เอาตัวรอด ครูจึงเรียกเขาว่า “เดอะ พรินซ์” พอโตขึ้น วิลล์จึงเติมคำว่า “เฟรช” เข้าไป 
วันเกิด:  25 กันยายน 1968 
สถานที่เกิด:  ฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนน์ซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา 
ราศี: อาทิตย์ในราศีตุลย์ จันทร์ในราศีพิจิก 
ครอบครัว: แม่-แคโรไลน์ (กรรมการโรงเรียน) พ่อ-วิลลาร์ด สมิธ ซีเนียร์ (เจ้าของบริษัทตู้เย็น และเป็นวิศวกรในภายหลัง) ภรรยา-เจด้า พิงเค็ต (นักแสดง) (พบกันเมื่อปี 1990 และแต่งงานในคืนวันสิ้นปี 1997) อดีตภรรยา-เชรี แซมปีโน่ (แต่งงานเมื่อ 9 พฤษภาคม 1992 แยกกันอยู่ในปี 1995 และหย่าในเดือนธันวาคม 1995) ลูกชาย-วิลลาร์ด ซี สมิธ เดอะ เธิร์ด หรือ เทรย์ สมิธ (ลูกของชีรี) จาเด้น คริสโตเฟอร์ ไซร์ สมิธ (ลูกของเจด้า) พี่น้อง-แพม (เกิด 1964) และเอลเลน กับแฮร์รี่ สมิธ (คู่แฝด เกิด 1971) 
ส่วนสูง: 6 ฟุต 2 นิ้ว 
การศึกษา: โรงเรียนมัธยมปลายโอเวอร์บรู้ค เพนซิลเวเนีย 
รายการโทรทัศน์: เป็นดารารับเชิญใน Blossom แสดงเป็นตัวเอกในซีรี่ส์เรื่อง Fresh Prince of Bel-Air (ปี 1990-1996) 
ภาพยนตร์: The Imagemaker (1986) 
Where The Day Takes You (1992Made In America (1993)
               
Six Degrees Of Separation (1994)  Bad Boys (1995) Independence Day (1996) 
               
Men In Black (1997)  Wild Wild West (1999) Enemy Of The State (1999) 
               

              

 
                  
                  
ประวัติเรียงตาม :: – ผลงานแสดง – ผลงานอื่นๆ

ผลงานแสดงที่ผ่านมา  
          I Am Legend(2007)   …โรเบิร์ต เนวิลล์   The Pursuit of Happyness(2007)   …คริส การ์ดเนอร์   
          Hitch(2005)   …อเล็กซ์ ฮิตเช่นส์ “ฮิตช์”   Shark Tale(2004)   …ให้เสียง ออสการ์ 
           I Robot(2004)   …นักสืบ เดล สปูนเนอร์   Bad Boys II(2003)   …ไมก์ โลว์รีย์ Wild Wild West(1999)   …เจมส์ เวสท์  
            Men in Black(1997)   …เจย์   Independence Day(1996)   …สตีฟ   Bad Boys(1995)   …ไมก์ โลว์รีย์
         
             วิลล์ สมิธมีผลงานเพลงอัลบั้มแพล็ตตินั่มอยู่หลายอัลบั้มด้วยกัน และยังแสดงนำในซีรีส์แนวตลกสุดฮิตทางทีวีหลายเรื่อง และยังเป็นหนึ่งในดารานำชายซึ่งเป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดในวงการบันเทิง เขาเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ และตอนนี้ เขายังเป็นผู้อำนวยการสร้างของผลงานภาพยนตร์เมื่อเร็วๆ นี้ อาทิเช่น ภาพยนตร์ฮิตบล็อกบัสเตอร์ เรื่อง Hitch และ The Pursuit of Happyness ด้วยความสำเร็จเมื่อเร็วๆ นี้ของเขา กลุ่มผู้บริหารของวงการบันเทิงได้คิดสร้างวลีที่ว่า บิ๊กวิลลี่ วีคเอนด์ เพื่อบรรยายถึงความจริงที่ว่าภาพยนตร์อย่างเรื่อง Bad Boys, Independence Day, Men in Black?, Bad Boys II, Men in Black? II และ I, Robot ล้วนแต่เปิดตัวฉายสุดสัปดาห์แรกที่อันดับ 1 ในตารางบ็อกซ์ออฟฟิศทุกเรื่อง 
           
  
          
           ในฐานะนักร้องที่เป็นตำนาน สมิธออกผลงานแรกตั้งแต่สมัยที่เขาเรียนปีสุดท้ายอยู่  ในไฮสกูล และต่อมา เขาได้ก้าวเข้าสู่วงการแร็พร่วมกับ ดีเจ แจซซี่ เพื่อนของเขา ทั้งคู่เป็นที่รู้จักในชื่อดีเจ แจซซี่ เจฟฟ์ แอนด์เดอะ เฟรช ปริ๊นซ์ และมีผลงานเพลงอัลบั้มแพล็ตตินั่มอยู่หลายชุดด้วยกัน เคยได้รับสองรางวัลแกรมมี่ และสามรางวัลอเมริกัน มิวสิค อวอร์ด อัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของสมิธ Big Willie Style ทำยอดขายมากถึง 8 ล้านก๊อปปี้ อัลบั้มชุด Willennium ของเขา และซิงเกอร์ Will2K ได้สองแพล็ตตินั่ม และทำยอดขายไปชุดละ 2 ล้านก๊อปปี้ เมื่อเร็วๆ นี้ สมิธได้บันทึกเสียงเพลงยอดนิยมอย่าง Lost & Found 

        แม้ว่าจะสร้างชื่อจากการเป็นศิลปินเพลงแร็พ แต่ วิล สมิธ ก็สามารถพิสูจน์ความสามารถทางด้านการแสดงของตน จนเป็นที่ยอมรับทั้งในแวดวงโทรทัศน์และจอเงิน นอกจากเป็นหนึ่งในคนบันเทิงชาวอเมริกัน ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดคนหนึ่งแล้ว เขายังเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง รางวัลออสการ์นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากการรับบทนักมวยผู้ยิ่งใหญ่ มูฮัมมัด อาลี ใน Ali (2001) อีกด้วย

เมื่อเร็วๆ นี้  สมิธให้เสียงพากย์เป็นตัวละครเอกที่ชื่อออสการ์ ในภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง Shark Tale  ซึ่งประสบความสำเร็จในการโกยรายได้อย่างมหาศาล

        วิล สมิธ มาจากครอบครัวชนชั้นกลางชาวฟิลาเดลเฟีย และได้ฉายา พรินซ์ จากความพริ้วในการหลีกเลี่ยง และพาตัวเองให้หลุดจากปัญหาต่าง ๆ ได้ ฉายานี้ติดตัวเขาจนกลายเป็นชื่อเรียกติดปาก จนเมื่อจับคู่กับ เจฟ ทาวเนส เป็นศิลปินดูโอเพลงแร็พ พวกเขาก็ยังใช้ชื่อวงว่า D.J. Jazzy Jeff & the Fresh Prince สมิธสร้างชื่อได้อย่างมากในฐานะนักร้องเพลงแร็พ โดยมีผลงานแพลตินัมสองอัลบั้ม และคว้ารางวัลแกรมมี่มาครองได้หนึ่งรางวัล


                  อย่างไรก็ตาม เมื่ออายุได้ 18 ปี สมิธเริ่มมีหนี้สินรุงรัง เพราะใช้เงินที่ได้มาอย่างไม่ยั้งมือ โชคดีที่ เบนนี่ เมดินา แห่ง วอร์เนอร์ บราเดอร์ส ต้องการจะทำละครเบาสมองทางโทรทัศน์เกี่ยวกับเด็กจน ๆ คนหนึ่งที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวเศรษฐีชาวเบเวอร์ลี จึงได้ชักชวนให้สมิธเข้ามาร่วมงาน ละครเรื่องที่ว่าคือ The Fresh Prince of Bel Air ซึ่งได้รับความนิยมออกอากาศอยู่นานถึง 6 ปี และเป็นประตูให้สมิธได้ก้าวสู่วงการภาพยนตร์ บทแรกที่เขาได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ เป็นบทเกย์หนุ่มในเรื่อง Six Degrees of Separation (1993) อีกสองปีถัดมา เขาประสบความสำเร็จกับหนังแอ๊คชั่นฟอร์มใหญ่อย่าง Bad Boys (1995) แล้วจึงสานต่อความสำเร็จได้อย่างสวยสดงดงาม ด้วยหนังวิทยาศาสตร์ฟอร์มยักษ์ที่ทำเงินมอย่างโหฬารที่สุดในรอบปี เรื่อง Independence Day (1996)

 ในปี 2002 สมิธกลับมาสวมบทเดิมเป็นสายลับในชุดดำ กับภารกิจในการรักษาความสงบเรียบร้อยของมนุษย์ต่างดาวอีกครั้ง ใน Men in Black II ที่ได้รับการคาดหวังอย่างสูง และในปี 2003 เขาจะพบกับผู้ชมอีกครั้ง ในผลงานภาคต่อ ของหนังที่แจ้งเกิดในวงการภาพยนตร์ให้กับเขา คือเรื่อง Bad Boys 2
        สมิธได้รับการยกย่องจากนาโต้/ โชเวสต์ ให้ครองตำแหน่ง ดาราดาวรุ่งชายยอดเยี่ยม ประจำปี 1995 และต่อมายังได้รับตำแหน่ง ดารานำชายแห่งปี ในปี 2002 นอกจากนั้น เขายังได้รับรางวัล International Box Office Achievement Award ในปี 1997 และยังได้รับตำแหน่ง ผู้ให้ความบันเทิงยอดเยี่ยมประจำปี 1999 โดย The NAACP Image Awards สมิธยังทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้างบริหาร ร่วมกับเจด้า พินเก็ตต์ สมิธ ภรรยาของเขา ให้กับซีรีส์แนวตลกที่ได้รับความนิยมเรื่อง All of Us

ดูเหมือนสมิธจะถูกโฉลกกับมนุษย์ต่างดาวเป็นพิเศษ เพราะหลังจาก Independence Day แล้ว เขายังประสบความสำเร็จกับเรื่อง Men in Black (1997) ที่โกยเงินไปได้มหาศาลพอ ๆ กัน โดยในเรื่องนี้เขาจับคู่กับ ทอมมี่ ลี โจนส์ เป็นสายลับผู้คอยตรวจตราความเคลื่อนไหว ของมนุษย์ต่างดาวที่อาศัยอยู่บนโลก นอกจากความสำเร็จด้านรายได้จากการฉายแล้ว ผลงานเรื่องนี้ยังนำมาซึ่งความสำเร็จนอกจอ เมื่อซิงเกิ้ลเพลงเด่นจากหนังได้รับความนิยมอย่างสูง และเป็นแรงบันดาลใจให้สมิธกลับมาแร็พอีกครั้ง ด้วยการออกอัลบั้มเดี่ยวที่ใช้ชื่อว่า Big Wille Style ซึ่งขายดีเป็นเทน้ำเทท่าถึงกว่า 8 ล้านชุด

        ในปี 1998 สมิธกระทบไหล่รุ่นใหญ่อย่าง ยีน แฮ็คแมน บนจอเงิน ในผลงานเรื่อง Enemy of the State ที่ประสบความสำเร็จอีกเช่นเคย ปีถัดจากนั้น เขารับบทนำเป็นผู้รักษากฎหมายในยุคศตวรรษที่ 19 ในเรื่อง Wild Wild West แต่หนังเรื่องนี้กลับล้มเหลวทั้งด้านรายได้และเสียงตอบรับจากนักวิจารณ์

สมิธกู้ชื่อได้จากความสำเร็จที่ไม่โครมครามนัก กับบทแค็ดดี้ในเรื่อง The Legend of Bagger Vance (2000) แล้วจึงพิสูจน์ตนเองได้อย่างภาคภูมิ เมื่อเขารับบทเป็น มูฮัมมัด อาลี นักชกผู้เป็นตำนาน ในเรื่อง Ali (2001) บทนี้นับเป็นบทที่ยากที่สุดในอาชีพนักแสดงของเขา แต่ความอุตสาหะของเขาในการศึกษาบทเป็นอย่างดี ก็ทำให้เขาได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์จากบทนี้ด้วย

วิลล์ สมิธ มีชื่อเกิดว่า วิลล์ คริสโตเฟอร์ สมิธ เขาประสบความสำเร็จทั้งด้วยภาพยนตร์ฮิต ซีรีส์โทรทัศน์ของตัวเองและอัลบัมที่ทำยอดขายได้มัลติแพลตินัม เขาได้รับการเสนอชื่อชิงอคาเดมี อวอร์ดครั้งแรกและได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลลูกโลกทองคำจากบทนักมวยในตำนาน มูฮัมหมัด อาลี ในภาพยนตร์อัตชีวประวัติของไมเคิล แมนน์เรื่อง Ali เมื่อเร็วๆ นี้ สมิธเพิ่งแสดงและอำนวยการสร้างดรามาที่สร้างจากชีวิตจริงและได้รับเสียงวิจารณ์ชื่นชมอย่างล้นหลามเรื่อง The Pursuit of Happynes การแสดงของเขาทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อชิงอคาเดมี อวอร์ดเป็นครั้งที่สอง ได้รับการเสนอชื่อชิงลูกโลกทองคำเป็นครั้งที่สี่และได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลสมาพันธ์นักแสดงสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม 

ล่าสุด สมิธเพิ่งนำแสดงในภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์เรื่อง I am Legend ที่กำกับโดยฟรานซิส ลอว์เรนซ์ และหลังจากนี้ เขาจะกลับไปร่วมงานกับผู้กำกับและทีมผู้อำนวยการสร้างจาก The Pursuit of Happyness อีกครั้งใน Seven Pounds ดรามาสะเทือนอารมณ์เกี่ยวกับชายคนหนึ่งที่จะเปลี่ยนชีวิตของคนแปลกหน้าเจ็ดคน

ในปี 2005 สมิธได้นำแสดงและอำนวยการสร้างภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดีเรื่อง Hitch ที่กำกับโดยแอนดี เทนเนนต์ ปีก่อนหน้านั้น เขาได้นำแสดงและอำนวยการสร้างบริหารภาพยนตร์ไซไฟยอดฮิต I, Robot ที่ดัดแปลงจากหนังสือโดยไอแซค อาซิมอฟ และกำกับโดยอเล็กซ์ โพรยาส ในปีเดียวกันนั้นเอง เขาได้พากย์เสียง ออสการ์ ตัวละครเอกในภาพยนตร์อนิเมชันบล็อกบัสเตอร์เรื่อง Shark Tale ที่ร่วมพากย์เสียงโดยเรเน เซลวีเกอร์, แองเจลินา โจลีและโรเบิร์ต เดอ นีโร

ในเดือนกรกฎาคม ปี 2003 เขาได้กลับมาร่วมงานกับมาร์ติน ลอว์เรนซ์อีกครั้งใน Bad Boys II ซีเควลของ Bad Boys ผลงานฮิตในปี 1995 ของพวกเขา ก่อนหน้านี้ สมิธได้นำแสดงในภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์สองเรื่องที่ขึ้นถึงอันดับหนึ่งบ็อกซ์ออฟฟิศสองปีซ้อน โดยในปี 1996 เขาได้ฟาดฟันกับเหล่าเอเลียนผู้รุกรานในภาพยนตร์แอ็กชันไซไฟของโรแลนด์ เอ็มเมอริคเรื่อง Independence Day ในปีถัดมา เขาได้แสดงประกบทอมมี ลี โจนส์ในภาพยนตร์คอเมดีไซไฟของแบร์รี ซอนเนนเฟลด์เรื่อง Men in Black ซึ่งสมิธได้ร่วมบันทึกเสียงในเพลงไตเติลที่ได้รับรางวัลแกรมมีด้วย ในปี 2002 สมิธ, โจนส์และซอนเนนเฟลด์ได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในซีเควลเรื่อง Men in Black II

สมิธเป็นศิลปินที่เคยคว้ารางวัลแกรมมีมาแล้ว ในตอนที่เขาได้ขยับขยายไปชิมลางงานแสดงในแวดวงจอแก้วและจอเงิน หลังจากการแสดงใน Where the Day Takes You และ Made in America เขาก็ได้รับเสียงวิจารณ์ชื่นชมอย่างล้นหลามสำหรับบทบาทของเขาในดรามาเรื่อง Six Degrees of Separation ที่เขาร่วมแสดงกับสต็อคการ์ด แชนนิงและโดนัลด์ ซุทเธอร์แลนด์ ในปี 1995 เขาได้รับการยกย่องให้เป็นดาราชายแห่งอนาคตของโชเวสต์ ผลงานภาพยนตร์ของเขาได้แก่ Enemy of the State ที่เขาแสดงประกบจีน แฮ็คแมน, Wild Wild West ที่เขาได้ร่วมบันทึกเสียงเพลงไตเติลของเรื่อง และบทนำในภาพยนตร์ของโรเบิร์ต เร้ดฟอร์ดเรื่อง The Legend of Bagger Vance 10

สมิธเริ่มต้นเข้าวงการเพลงตั้งแต่ยังอยู่ในไฮสคูล เขาได้ร่วมกับเจฟฟ์ ทาวน์ส เพื่อนของเขาก่อตั้งวงดีเจ แจ๊สซี เจฟฟ์ แอนด์ เดอะ เฟรช ปรินซ์ โดยสมิธกลายเป็นศิลปินแร็พที่มีเพลงติดอันดับท็อปของชาร์ต พวกเขาได้ร่วมกันบันทึกเสียงหลายอัลบัมที่ทำยอดขายได้ถึงระดับแพลตินัมและมัลติแพลตินัม อีกทั้งยังได้รับรางวัลอีกมากมาย ซึ่งรวมถึงสองรางวัลแกรมมีและสามรางวัลอเมริกัน มิวสิค อวอร์ด ความสำเร็จด้านดนตรีของสมิธนำไปสู่การแสดงนำในซิทคอมฮิตเรื่อง "The Fresh Prince of Bel-Air" ซึ่งแพร่ภาพทางเอ็นบีซีนานถึงหกปี และทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลลูกโลกทองคำสองครั้ง

สมิธยังคงไม่ละทิ้งจากงานเพลง โดยเขาได้เปิดตัวอัลบัมโซโลชุดแรก “Big Willie Style” ในปี 1998 ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัลแกรมมีและสี่รางวัลอเมริกัน มิวสิค อวอร์ด ในปี 1999 เขาได้รับรางวัลเอ็นเอเอซีพี อิเมจ อวอร์ด สาขาผู้ให้ความบันเทิงแห่งปี อัลบัมชุดถัดไปของเขา Willennium นำเสนอซิงเกิลฮิต "Will2K" ซึ่งทำยอดขายได้ถึงระดับดับเบิล แพลตินั

ในฐานะผู้อำนวยการสร้าง สมิธได้ร่วมงานกับเจมส์ แลสซิเตอร์และเคน สโตวิทซ์แห่งโอเวอร์บรูค เอนเตอร์เทนเมนต์ ซึ่งได้อำนวยการสร้างภาพยนตร์มากมายหลายเรื่องเช่น Ali, I, Robot, Saving Face, Hitch, ATL และ The Pursuit of Happyness ภายใต้แบนเนอร์โอเวอร์บรูค สมิธและจาดา พิงเก็ตต์ สมิธ ภรรยาของเขา ได้ร่วมกันสร้างและอำนวยการสร้างซีรีส์คอเมดียอดนิยมเรื่อง "All of Us" ซึ่งเพิ่งจะจบลงหลังจากแพร่ภาพได้สี่ซีซัน โปรเจ็กต์ต่อไปของสมิธในฐานะผู้อำนวยการสร้างหรือผู้อำนวยการสร้างบริหารนอกเหนือจาก Seven Pounds แล้วได้แก่ Lakeview Terrace ที่นำแสดงโดยซามวล แอล. แจ็คสันและเคอร์รี วอชิงตัน และ The Human Contract ซึ่งเป็นผลงานการกำกับเรื่องแรกของจาดา พิงเก็ตต์ สมิธ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 17 คน กำลังออนไลน์