หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

รูปภาพของ Anussara Renpanil

หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

     ความหลากหลายในโลกนั้นมีมากมาย เช่น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ศาสนา วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีความเป็นอยู่มนุษย์อยู่กันเป็นสังคม เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ซึ้งหมายความว่ามนุษย์ไม่สามารถอยู่ตัวคนเดียวได้ และเมื่อต้องอยู่กันเป็นสังคมแล้ว ย่อมมีความต่าง ความหลากหลาย เช่นตัวอย่างที่กล่าวมา และเมื่อมีคนหมู่มากร่วมอยู่ด้วยกันแล้วย่อมมีความขัดแย้งเกิดขึ้นเสมอ เริ่มจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ที่ลังเลไม่สามารถตัดสินใจปัญหาต่างๆได้ และเมื่ออยู่กันตั้งแต่สองคนขึ้นไปก็เป็นความขัดแย้งระหว่างบุคคลทั้งสองคน เมื่อเป็นสังคมที่กว้างใหญ่ขึ้นมีผู้คนมากขึ้น ก็จะเกิดความขัดแย้งในด้านต่าง เช่น ความขัดแย้งในครอบครัว ความขัดแย้งของสถาบันต่างๆ ความขัดแย้งในสังคม ความขัดแย้งระหว่างสังคมและรัฐ จนถึงความขัดแย้งระหว่างชาติจนถึงระดับโลก ที่เกิดสงครามในแต่ละครั้งก็มาจากความขัดแย้งในหลายๆปัจจัย ที่เกิดความคิดเห็นที่ไม่เหมือนกัน มีความคิดเห็นต่างกันก็ต้องมีการโต้เถียง เมื่อไม่มีใครยอมใครหรือไม่พอใจมักจะเกิดความขัดแย้งขึ้นทันทีผลเสียที่ตามมานั้น แน่นอนคือสงครามที่โลกเราเคยเจอแบบครั้งยิ่งใหญ่ถึง 2 ครั้ง คือ สงครามโลกครั้งที่ 1 และสงครามโลกครั้งที่ 2 และยังไม่รวมสงครามอื่นๆที่เป็นสงครามระหว่างประเทศ ระหว่างศาสนาที่ประเทศต่างๆทั่วโลกได้เกิดความเสียหายอย่างหนักเพียงเพราะเกิดความขัดแย้งกัน สำหรับกรณีความขัดแย้งภายในประเทศนั้น ก็คงมาจากเรื่องความเห็นที่ไม่ตรงกันของรัฐบาลและยิ่งการที่เราเป็นประเทศประชาธิปไตยนั้น รัฐต้องฟังเสียงประชาชนเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ยังมีบ้างส่วนที่ไม่เห็นด้วย ในที่สุดก็เกิดเป็นความขัดแย้งนั้นเอง การอยู่รวมกันเป็นรัฐอาจจะต้องมีข้อตกลงร่วมกันบางอย่าง โดยทุกฝ่ายต้องยินดีอยู่ร่วมหนึ่งเดียวกัน แต่บางครั้งความยินดีอยู่ร่วมกันนั้นก็อาจไม่ได้เกิดจากความสมัครใจ บางส่วนอาจจะเป็นสถานการณ์ที่ต้องจำยอม ด้วยเหตุนี้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีวิธีการในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น  กลุ่มที่มีจำนวนน้อยกว่าจะถูกเรียกว่าชนกลุ่มน้อย ซึ่งอยู่ร่วมกับชนกลุ่มใหญ่ซึ่งเป็นกลุ่มที่ควบคุมพื้นที่ ทั้งอำนาจทางการเมือง อำนาจเศรษฐกิจมากกว่าชนกลุ่มที่มีจำนวนน้อยกว่า แต่ในบางกรณีกลุ่มที่คุมเป็นชนกลุ่มที่มีจำนวนน้อยกลายเป็นผู้คุมอำนาจรัฐปกครอง  ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมีวิธีการแก้อยู่หลัก 4 วิธีคือ 1 การผสมผสานกลมกลืน โดยทำให้คนกลุ่มน้อยทั้งหลายถูกกลืนกลมเกลียวเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันไปในทางวัฒนธรรม ภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณี และทางศาสนาก็ให้เหมือนกับชนกลุ่มใหญ่ 2 การบูรณาการ คือการที่ทั้งกลุ่มเล็กกลุ่มใหญ่อยู่ร่วมกันโดยสันติโดยมีวัฒนธรรมของทั้งสองกลุ่มก็คือยังใช่วัฒนธรรมทั้ง 2 กลุ่มอยู่ แต่ทุกกลุ่มยังคงรักษาวัฒนธรรมของตนเองไว้ ที่สำคัญคือมีความภักดีต่อชาติทางการเเมือง เพื่อที่ว่าชนกลุ่มน้อยจะไม่สูญเสียเอกลักษณ์หลักของตนไป 3 เพื่อให้การอยู่ร่วมกันอย่างสันติและไม่กระทบกระทั่งซึ้งกันและกันกัน และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ก็คือการเปิดให้มีการปกครองเป็นแบบอิสระ ปกครองตนเองในด้านต่างๆ 4 ใช้วิธีเปิดโอกาส ทางออกที่ดีที่สุดก็คือการผสมผสานระหว่างการแก้ปัญหาข้อ 2 และข้อ 3 โดยไม่กระทบกระเทือนต่อความเป็นหนึ่งเดียวอันเดียวกันของประเทศชาติ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความเห็นชอบของทุกฝ่ายของทุกฝ่าย และขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละประเทศ ที่ไม่สามารถพูดโดยรวมได้ เรื่องความขัดแย้งที่จะนำไปสู่การใช้กำลังความรุนแรงนั้น มีมากขึ้นในสังคม ยิ่งสมัยนี้มีเทคโนโลยีเกิดขึ้นมากมาย ทั้งโซเซียลและทางสังคม ความขัดแย้งทางเศรษฐกิจก็มีมากไม่ใช่น้อย เช่น ความขัดแย้งในเรื่องดินแดน ความขัดแย้งในเรื่องทรัพยากร ความขัดแย้งในเรื่องการเมือง ความขัดแย้งในเรื่องผลประโยชน์ทางการค้า เป็นต้น ซึ้งหลายความขัดแย้งอาจนำไปสู่การใช้กำลังซึ่งเป็นวิธีการที่รุนแรงที่สุด ยิ่งใหญ่ไปจนถึงสงครามที่จะมีความเสียหายอยู่มาก ถ้าหากเลือกตัดสินใจด้วยการใช้กำลัง โดยเฉพาะยกตัวอย่างง่ายๆคือ ถ้ามีความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับเพื่อนบ้าน และเพื่อนบ้านเป็นศตูรกับเรา มันไม่ใช่เรื่องดีเลยที่การที่มีเพื่อนบ้านไม่ถูกกัน ขัดแย้งกัน มันจะทำให้เป็นที่จะหลอกหลอนอันตรายวนเวียนอยู่ตลอดเวลา จนทำให้เกิดความไม่สงบ ไม่รู้ว่าเขาคิดยังไง อาจจะทำร้ายเราเมื่อไรก็ได้ ยิ่งประเทศมหาอำนาจแล้วยิ่งน่ากลัวเข้าไปอีก และถ้ามีปัญหาทั้งภายในประและนอกประเทศด้วย ยากที่จะหาวิธีไปแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ได้ ความขัดแย้งเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่ตรรกะแนวคิดและความเชื่อในข้อมูลข่าวสารของแต่ละบุคคล บางคนมองความขัดแย้งเป็นสิ่งไม่ดี ซึ้งตัวข้าพเจ้าก็เห็นด้วย แต่เป็นไปไม่ได้ที่เราไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นเลย อย่างที่กล่าวไปคือ เมื่อมนุษย์ต้องอยู่กันเป็นสังคมแล้ว ย่อมมีความต่าง ความหลากหลาย เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ศาสนา วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณี และเมื่อมีคนหมู่มากร่วมอยู่ด้วยกันแล้วย่อมมีความขัดแย้งเกิดขึ้นเสมอ ความขัดแย้งนั้นเป็นของคู่กันกับความรุนแรง ความขัดแย้งบางอย่างเป็นสิ่งที่ดีเพราะช่วยให้เราคิด และพยายามที่จะแก้ไขปัญหานั้นให้ได้ โดยเปลี่ยนความขัดแย้งให้มีประโยชน์และสร้างสรรค์ด้วยการคิดที่จะพยายามแก้ไขปัญหานั้นๆ ในกรณีที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงระหว่างสมาชิกในกลุ่มที่มีความขัดแย้งกัน อาจจะก่อให้เกิดการใช้ความรุนแรงในการตัดสินปัญหา อาจถึงขั้นทะเลาะ ผิดใจกัน ตัดสินปัญหาด้วยความรุนแรง สุดดท้ายแล้วผลที่ตามมาก็คือการบาดเจ็บหรือถึงขั้นเสียชีวิต รวมไปถึงคนอื่นๆที่อาจได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำนั้นๆไปด้วย พูดในความหมายง่ายๆคือโดนลูกหลงนั้นเอง สุดท้ายแล้วความขัดแย้งนั้นไม่มีใครมีอำนาจเหนือใคร แต่สัมพันธ์กันด้วยความสมัครใจ มีอิสระที่จะคิดเองตัดสินใจเอง เรียนรู้และเกิดประโยชน์ร่วมกัน จึงมีความสุขและความสร้างสรรค์สูง มีความเชื่อถือไว้วางใจกัน จึงมีความสูงส่งทางจิตวิญญาณ สันติภาพย่อมไม่เกิดขึ้นจริง ถ้ายังไม่มีการพัฒนา ... หากไม่มีการพัฒนา ก็ย่อมไม่มีสันติภาพ และถ้าหากไม่มีการเคารพสิทธิมนุษยชน และหลักนิติธรรม สันติภาพก็ย่อมไม่เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง จึงขอให้เราได้ร่วมกันเน้นย้ำถึงการร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์สำหรับอนาคต พร้อมกับร่วมแลกเปลี่ยนถึงแนวทางที่ประเทศจะสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างมีเอกภาพ การสร้างหรือยอมรับเอกลักษณ์ที่แตกต่างหลากหลาย รวมถึงความคิดเห็นและแนวความคิดต่างๆ เราต่างล้วนมีหน้าในการสร้างสันติสุข โดยที่จะต้องพยายามหลีกเลี่ยงความขัดแย้งต่างๆ ด้วย.

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 25 คน กำลังออนไลน์