การขยายพันธุ์

รูปภาพของ sss31250

        หน้าแรก  ประวัติความเป็นมา  ข้อมูลทั่วไป  ลัหษณะทางพฤกษศาสตร์  ลักษณะดอกและใบ  ลักษณะเมล็ดและผล 

การดูแลรักษา  การขยายพันธุ์  ประโยชน์  ประมวลภาพ  คลิปวิดิโอ 

การขยายพันธุ์ของกุหลาบเมาะลำเลิงทำได้โดย

1. การปักชำ

วิธีการปักชำ

เลือกกิ่งแก่ที่มีความแข็งแรงจากต้นแม่ที่สมบูรณ์ไม่มีโรคมารบกวน  ดูที่ตุ่มตาที่เต่งและสมบูรณ์ มีข้อตาห่างเท่ากัน

ทำการตัดกิ่งแก่ที่ต้องการออกมาโดยตอนตัดก็ใช้กรรไกรตัดกิ่งที่เตรียมไว้ตัดโดยตัดเป็นแนว 45 องศา ปลายด้านตัดจะมีแนวขนาดชิดกับข้อ

ซึ่งการตัดกิ่งนั้นควรเลือกตัดในตอนเช้า หลังจากนั้นก็เอากิ่งไปแช่น้ำซัก 1 ถึง 2 ชั่วโมง

กรีดแผลที่โคนกิ่งซัก 2 ถึง 3 รอยเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการออกราก

ชุดโคนกิ่งที่ทำเป็นแผลลงในฮอร์โมนเร่งรากให้ถึงแผลที่ทำไว้เพื่อช่วยให้รากออกดี หลังจากนั้นก็นำไปปักลงในวัสดุที่เตรียมไว้ตั้งแต่แรกนั้นเองโดยปักเอียงเล็กน้อย

กลังจากปักชำไปแล้วควรที่จะรดน้ำให้ชุ่ม รากจะเริ่มออกภายใน 4 ถึง 6 สัปดาห์

ที่มาของภาพ http://www.thaiarcheep.com/wp-content/uploads/2014/07/.jpg 

 

2. การตอนกิ่ง

การตอนเป็นวิธีการขยายพันธุ์พืชอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้กิ่งหรือต้นพืชเกิดรากขณะติดอยู่กับต้นแม่

เมื่อตัดไปปลูกจะได้ต้นพืชใหม่ที่มีลักษณะทางสายพันธุ์เหมือนต้นแม่ทุกประการ แต่มีข้อเสียคือ ระบบรากของพืชไม่ค่อยแข็งแรง

เนื่องจากไม่มีระบบรากแก้ว

วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการตอนกิ่ง

1. มีดบางหรือมีดที่ใช้สำหรับขยายพันธุ์พืช

2. ตุ้มตอน (ตุ้มตอน หมายถึง ขุยมะพร้าวอัดถุงพลาสติกขนาด ๔ x ๖ นิ้ว)

3.เชือกหรือลวด

4. กรรไกรตัดแต่งกิ่ง 

วิธีการตอนกิ่ง 

1)  การตอนกิ่งในอากาศ (Air Layering) 
   การตอนกิ่งในอากาศ โดยเฉพาะแบบควั่นกิ่งเหมาะสำหรับไม้ดอกไม้ประดับเ ช่น กุหลาบ โมก โกสน แสงจันทร์ เล็บครุฑฯลฯ และไม้ผลบางชนิด  เช่น มะม่วง ลำไย มังคุด มะเฟือง ฯลฯ  เป็นต้น  มีขั้นตอน  ดังนี้

1. เลือกกิ่งที่มีอายุไม่เกิน  1  ปี หรืออยู่ในวัยหนุ่มสาว ซึ่งจะออกรากได้ดีกว่ากิ่งที่มีอายุมาก และควรเป็นกิ่งกระโดงหรือกิ่งน้ำค้าง ที่สมบูรณ์ ปราศจากโรคและแมลง

2. ควั่นเปลือกกิ่ง  ความยาวของรอยแผล ประมาณเส้นรอบวงของกิ่ง ทั้งด้านบนและล่างของกิ่ง แล้วลอกเอาเปลือกออกและขูดเยื่อเจริญที่เป็นเมือกลื่นๆ รอบกิ่งออกให้หมด

3.นำตุ้มตอน (ขุยมะพร้าวเก่าที่แช่น้ำจนอิ่มตัว แล้วบีบน้ำออกพอหมาดๆ อัดลงในถุงพลาสติกแล้วผูกปากถุงให้แน่น) มาผ่าตามความยาวแล้วนำไปหุ้มรอยแผลของกิ่งตอน มัดด้วยเชือกทั้งบนและล่างรอยแผลที่ควั่น

4. เมื่อกิ่งตอนงอกรากซึ่งจะเกิดตรงบริเวณรอยควั่นด้านบน และรากเริ่มแก่เป็นสีเหลือง หรือมีสีน้ำตาล ปลายรากมีสีขาวและมีจำนวนรากมากพอ จึงตัดกิ่งตอนไปชำหรือปลูกได้

5. ตัดกิ่งตอนไปชำในภาชนะ ในกระถางหรือถุงพลาสติก เพื่อรอการปลูกต่อไป 

ที่มาของภาพ https://sites.google.com/site/kruplanoizeeta55bio/_/rsrc/1391949341878/bth-thi-1-krabwnkar-subphanthu-khxng-phuch/3.gif

ที่มาของภาพ http://i1307.photobucket.com/albums/s598/kaikppf/kasetporpeang/graft02image027.gif

2) การตอนกิ่งแบบฝังยอด (Tip Layering) 

การตอนกิ่งแบบนี้ รากจะออกตรงบริเวณใกล้กับยอดที่นำฝังลงดิน เหมาะกับพืชบางชนิด  เช่น  ต้นประทัดจีน  มีขั้นตอน  ดังนี้

1.    ใช้เสียมหรือพลั่วกาบอ้อย  ขุดดินให้เป็นหลุมลึก ประมาณ  7 – 8 เซนติเมตร
2.    สอดปลายยอดเข้าไปในหลุม แล้วกลบดินทับ
3.    รดน้ำทุกวัน  และดูแลอย่าให้วัชพืชขึ้นบดบังแสง
4.    ประมาณ  30 – 45  วัน เมื่อยอดใหม่โผล่ขึ้นมาจากดิน จะมีราก พร้อมที่จะย้ายปลูกได้ทันที

ที่มาของภาพ http://i1307.photobucket.com/albums/s598/kaikppf/kasetporpeang/graft03image029.gif

3) การตอนกิ่งแบบฝังกิ่งให้ยอดโผล่พ้นดิน (Simple Layering)

 การตอนกิ่งแบบนี้ เหมาะสำหรับพืชที่มีกิ่งยาวและมีลักษณะดัดโค้งได้ง่าย  เช่น  มะลิชนิดต่างๆ เป็นต้น  มีขั้นตอน ดังนี้

1. เลือกกิ่งที่มีอายุมากกว่า  1  ปี
2. ทำแผลให้เกิดขึ้นโดยการบิดให้แตกหรือใช้มีดปาด
3. โน้มกิ่งลงหาพื้นดิน  แล้วกลบดินบริเวณบางส่วนของกิ่ง  โดยให้ยอดโผล่ขึ้นเหนือดิน  ยาวประมาณ  15 – 30  เซนติเมตร
4. ใช้ไม้ปัก ผูกมัดยอดให้ตรง เพื่อให้รากเกิดขึ้นเร็วบริเวณกิ่งที่กลบดิน
5. รดน้ำทุกวัน  และดูแลอย่าให้วัชพืชขึ้นบดบังแสง
6. ประมาณ  50 - 60  วัน จะมีรากเกิดขึ้นบริเวณที่เป็นแผล พร้อมที่จะย้ายปลูกได้ทันที

ที่มาของภาพ http://i1307.photobucket.com/albums/s598/kaikppf/kasetporpeang/graft04image031.gif

4) การตอนกิ่งแบบงูเลื้อย (Compound Layering)  

การตอนกิ่งแบบนี้ คล้ายกับวิธีที่  3 เหมาะกับชนิดต่าง ๆ  ได้แก่  ไม้ดอกไม้ประดับ เช่น  มะลิ  เล็บมือนาง การเวก พลูชนิดต่างๆ ตีนตุ๊กแก  และไม้ผลชนิดต่างๆ เช่น  องุ่น  มันเทศ  พริกไทย เป็นต้น มีขั้นตอนดังนี้

1. เลือกกิ่งยาวและมีลักษณะดัดโค้งได้ง่าย  แบ่งเป็นตอน ๆ  ยาวประมาณ  30  เซนติเมตร
2. ใช้มีดปาดให้เกิดแผล แล้วกลบดินทับ  เป็นตอน ๆ   ตลอดความยาวของกิ่ง
3. รดน้ำทุกวัน  และดูแลอย่าให้วัชพืชขึ้นบดบังแสง
4. ประมาณ  30 – 45  วัน เมื่อยอดใหม่โผล่ขึ้นมาจากดิน จะมีรากพร้อมที่จะย้ายปลูกได้ทันที

ที่มาของภาพ http://i1307.photobucket.com/albums/s598/kaikppf/kasetporpeang/graft05image033.gif

5) การตอนกิ่งแบบขุดร่อง (Trench Layering) 

การตอนกิ่งแบบนี้ เหมาะสำหรับไม้ผลเมืองหนาวบางชนิด  เช่น ท้อ สาลี่  และเชอรี่  เป็นต้น มีขั้นตอน  ดังนี้

1. ขุดร่องลึก ประมาณ 5 เซนติเมตร เพื่อเตรียมสำหรับโน้มกิ่งไว้ก่อน

2. เมื่อกิ่งต้นแม่เริ่มแตกยอดอ่อนให้โน้มกิ่งขนาดติดกับผิวหน้าดิน โดยใช้ตะขอเหล็กเส้น รูปตัวยู (U)

ปักยึดโคนกิ่งไว้ให้กิ่งนอนราบกับพื้นร่องที่เตรียมไว้

3. ตัดปลายกิ่งออกเล็กน้อย  แล้วใช้ดินร่วนกลบให้หนา ประมาณ 3 – 5 เซนติเมตร  

4. รดน้ำทุกวัน  และดูแลอย่าให้วัชพืชขึ้นบดบังแสง

5. เมื่อตากิ่งเริ่มแตกยอดพ้นผิวดินที่กลบครั้งแรก  ให้กลบดินเพิ่มขึ้นอีก และต้องรีบกลบก่อนที่ยอดจะเริ่มคลี่ใบ

6. ในช่วง  2 – 3  สัปดาห์  ให้กลบดินแบบนี้อยู่เรื่อย ๆ  ไป  จนกว่าจะแน่ใจว่า  บริเวณของกิ่งที่แตกยอดนั้น ไม่ได้รับแสงแดด

การกลบดินแต่ละครั้งให้กลบประมาณ  ½  ของยอดที่โผล่ออกมาพ้นดิน

7. การเกิดราก จะเกิดขึ้นที่บริเวณฐานของกิ่งที่แตกยอดใหม่  ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ  50 - 60  วัน

8. การย้ายปลูก ให้ขุดเอาดินที่กลบออก  แล้วตัดกิ่งออกเป็นท่อน ๆ  ตามจำนวนต้นที่เกิดใหม่  นำไปชำในถุงดำ  ดูแลรักษา จนกว่าต้นสมบูรณ์ดี  จึงนำไปปลูกต่อไป

ที่มาของภาพ https://lh3.googleusercontent.com/-MyFaSNecYqo/UmW7DUE0BhI/AAAAAAAAANE/DnuavzLyGWw/s640/blogger-image--281903754.jpg

6) การตอนแบบสุมโคน (Mound or Stool Layering) 

การตอนกิ่งแบบนี้  จะต้องตัดต้นพืชที่ต้องการออกให้เหลือสั้น  ติดผิวดิน ในขณะที่ต้นพืชอยู่ในระยะพักตัว   ส่วนมากทำกับต้นพืชที่มีกิ่งแข็งแรง  ไม่สะดวกต่อการโน้มกิ่งลงมายังพื้นดินหรือตัดกิ่งได้ยาก   แต่มีความสามารถที่จะแตกกิ่งก้านจากต้นตอคอดิน   พืชที่นิยมทำส่วนมากเป็นไม้ผล  เช่น  พุทรา  แอปเปิ้ล   ลำไย  ลิ้นจี่   เป็นต้น     มีขั้นตอน  ดังนี้

1. เมื่อตัดต้นที่ต้องการออกแล้ว  จะสังเกตเห็นตามที่โคนต้น เริ่มแตกเป็นต้นอ่อน
2. เมื่อต้นอ่อนที่เกิดใหม่ ยาวประมาณ  6 – 12  เซนติเมตร  ใช้ดินร่วนสุมโคน ประมาณ  ½  ของยอดที่เกิดใหม่
3. เมื่อต้นสูง ประมาณ 25 เซนติเมตร ให้สุมโคนครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 เมื่อ กิ่งยาวประมาณ 50 เซนติเมตร
4. รดน้ำทุกวัน  และดูแลอย่าให้วัชพืชขึ้นบดบังแสง
5. หลังจากนั้น ประมาณ 2 สัปดาห์ จึงตัดกิ่งไปปลูกหรือชำ โดยตัดให้ชิดโคนต้นและมีรากติดไปด้วยให้มากที่สุด
6. เมื่อตัดกิ่งไปแล้ว จะต้องเอาดินที่สุมโคนออก ให้ถึงต้นตอเดิม  เพื่อให้ตอเดิมแตกยอดใหม่อีก  และทำการสุมโคนต่อไปเมื่อต้องการต้นใหม่ 

  

ที่มาของภาพ https://bonsee.files.wordpress.com/2011/01/.gif

 

 

 

ที่มาของแหล่งข้อมูล : http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=467.0

ที่มาของภาพที่จัดทำแบนเนอร์ : http://topicstock.pantip.com/isolate/topicstock/2012/03/M11831464/M11831...

จัดทำโดย : นางสาวสุธีรา  ทัพทวี โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย

 

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 19 คน กำลังออนไลน์