การเพาะปลูกของต้นชาฮกเกี้ยน

รูปภาพของ sss30453

หน้าแรก   ประวัติความเป็นมา   ลักษณะทั่วไป   การเพาะปลูก  การขยายพันธุ์   การดูแลรักษา       การปักชำ   คุณค่าด้านความสวยงามลักษณะของใบ   คุณค่าด้านทางเศรษฐกิจ  คลิปวิดิโอ  ประมวลภาพ 

      ต้นชาดัด หรือชาฮกเกี่ยนใช้วิธีขุดเป็นทางยาวให้ขนานกับกำแพงหรือรั้วก่อน เมื่อได้แนวหลุมแล้วเวลาปลูกก็ขุดซ้ำลงไปในทางดินเดิมแล้วจับยัดลงไปในหลุม จะเป็น 1-2 ต้นก็ได้หลุมเดียวกันหรือใกล้ๆกันควรเป็นดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดีและใส่ปุ๋ยคอกรองก้นหลุมก่อนปลูกได้ก็ดีถ้ามี และควรปลูกในที่มีแสงแดดส่องถึงเกือบทั้งวัน

 วิธีปลูกชาฮกเกี้ยน 

1) สำรวจกิ่งก้านต้นชา เลือกกิ่งที่มีตา มีสุขภาพแข็งแรง ไม่เลือกกิ่งที่อ่อนหรือแก่เกินไป เอากิ่งที่มีทั้งสีน้ำตาล และเขียว
ตัดเป็นปากเฉลียง เล็มใบออกบ้างเล็กน้อย
2) นำกิ่งที่ได้ แช่ไว้ในน้ำสะอาดเป็นการทำความสะอาดกิ่ง เพื่อป้องกันรากเน่า
3) นำกิ่งที่เตรียมไว้ แช่ในน้ำยาเร่งรากประมาณ 1-24 ชั่วโมง
4) นำไปปลูกลงในดินที่เตรียมไว้ รอจนรากก็จะงอกออกมา เป็นต้นชาจิ๋ว จึงนำไปปลูกในบริเวณที่ต้องการ

1. ตัดกิ่งให้มีความยาวประมาณ 3-6 นิ้ว โดยตัดใต้ข้อ เพราะบริเวณนั้นจะมีอาหารสะสม และมีฮอร์โมนที่ช่วยกระตุ้นให้แตกตาใหม่ ตัดเฉียงประมาณ 45 องศา

2. ควรตัดให้มีใบติดอยู่ ถ้าใบมีขนาดใหญ่หรือจำนวนมากเกินไป ลิดใบออกให้เหลือครึ่งหนึ่ง หรือเหลือใบที่ปลายยอดสัก 3-4 ใบ จากนั้นตัดใบออก 1/2 หรือ1/3 ของใบและลิดใบล่างออกให้หมด เพื่อลดการคายน้ำ

3. โดยปกติรากของกิ่งชำจะออกตามบาดแผล แต่หากต้นไม้ที่ต้องการปักชำเป็นต้นไม้เนื้อค่อนข้างแข็ง (สังเกตว่าสามารถลอกเปลือกได้) ให้กรีดเป็นรอยแผลตรงๆยาวประมาณ 2 ซม. 3-4 รอย เพื่อเพิ่มพื้นที่การแตกรากให้มากขึ้น หรือหากพืชชนิดนั้นออกรากให้มากขึ้น หรือหากพืชชนิดนั้นออกรากยาก ควรนำไปจุ่มฮอร์โมนเร่งราก (โดยใช้ในอัตราตามฉลากระบุ)หรือใช้สารป้องกันเชื้อราร่วมด้วย

4. ปักชำลงในวัสดุลึกประมาณ 1/3 ของความยาวกิ่ง
· วัสดุปักชำที่นิยมใช้ ได้แก่ ขี้เถ้า แกลบ (ควรแช่น้ำก่อนประมาณ 3วัน เพื่อลดความเป็นด่าง ยกเว้นขี้เถ้าแกลบที่เก่าแล้ว) ข้อดีคือ มีความร่วนซุยสูง พืชจึงแตกรากได้ดีทั้งยังไม่เกาะตัวกับรากต้นไม้ จึงทำให้ย้ายปลูกง่ายโดยรากไม่ขาด หากไม่มีอาจจะใช้ดินร่วนทั่วไปผสมขุยมะพร้าว และทรายหยาบ อัตราส่วน 1:1:1
· หลังปักชำเสร็จแล้ว ควรรดน้ำตามทันทีซึ่งอาจใช้สารป้องกันเชื้อรารดในขั้นตอนนี้ก็ได้เช่นกัน
5. กรณีที่ปักชำปริมาณมากๆ ควรคลุมกระบะเพาะชำด้วยพลาสติกใส เพื่อเก็บรักษาความชื้น ขณะเดียวกันยังให้แสงผ่านลงไปได้ แต่กรณีที่มีจำนวนไม่มากนัก สามารถนำใส่ถุงพลาสติกหรือใช้ขวดพลาสติก ครอบแก้วทรงระฆังครอบเพื่อควบคุมไม่ให้ความชื้นออกมาจนกว่าจะแตกใบใหม่

6. หากปักชำใส่หรือกระถางที่เคลื่อนย้ายง่ายควรนำไปวางบริเวณที่มีแสงส่องถึงเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโต โดยสภาพอากาศบริเวณนั้นควรได้รับความชื้นและอุณหภูมิเหมาะสม
· วิธีวัดคือ ให้ลองนั่งดูถ้ารู้สึกว่าเย็นสบาย ตรงนั้นคือ ที่ที่เหมาะสำหรับวางต้นไม้ปักชำ หรือวางบนพื้นอิฐมอญเย็นๆ ชื้นๆก็ได้
ข้อสังเกตถึงเวลาต้องย้ายที่ปลูก
· หลังจากปักชำไปแล้วสักพักจะรู้ได้อย่างไรว่าย้ายพืชไปปลูกได้ ข้อสังเกตง่ายๆคือ หากปักชำลงแก้ว หรือถุงพลาสติกใสจะเห็นรากลงมาถึงก้นแก้ว หรือให้สังเกตว่ามีใบแตกออกมาจำนวนมาก อย่างไรก็ตามไม่ควรย้ายต้นไม้ออกมาทันที ให้ค่อยๆเผยอที่ครอบทีละนิด เพื่อให้ต้นไม้ปรับตัว จากนั้นจึงย้ายปลูกในแปลงหรือกระถางตามต้องการ
ข้อระวังคือ ช่วงที่แตกใบใหม่ๆไม่ควรรดน้ำมากเกินไป เพราะอาจทำให้รากเน่าได้

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 11 คน กำลังออนไลน์