โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

รูปภาพของ sss28254

โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

หญิงที่ไม่เคยเป็นเบาหวานมาก่อน และเกิดตรวจพบระดับน้ำตาลสูงถึงขั้นเบาหวาน อาจจะรักษาด้วยการฉีดยา หรือโดยการควบคุมอาหารขณะตั้งครรภ์ สาเหตุไม่ทราบแน่ชัดแต่เชื่อว่าเกิดจากรก [placenta] สร้างฮอร์โมนเพื่อการเจริญเติบโตของทารก ฮอร์โมนนี้ทำให้ความไวต่ออินซูลินลดลง เกิด ภาวะ insulin resistance ทำให้น้ำตาลในกระแสเลือดสูงขึ้นเมื่อคลอดแล้วระดับน้ำตาลจะลดลง

หญิงคนไหนเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์

การเกิดเบาหวานขณะตั้งครรภ์สามารถเกิดได้กับคนที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยง เมื่อคลอดแล้วเบาหวานก็จะหายไป ผู้ที่ตั้งครรภ์และมีลักษณะดังต่อไปนี้ควรจะได้รับการทดสอบน้ำตาล หากการทดสอบให้ผลลบควรจะตรวจซ้ำอีกครั้งเมื่อตั้งครรภ์ 24-48 สัปดาห์

  • อายุมากกว่า 25ปี
  • มีน้ำหนักเกินก่อนตั้งครรภ์
  • มีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน
  • เคยเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์
  • ตรวจพบน้ำตาลในปัสสาวะ
  • เคยคลอดเด็กที่มีน้ำหนักมาก
  • เคยคลอดเด็กที่เสียชีวิตในครรภ์

หญิงกลุ่มนี้ควรตรวจหาน้ำตาลในเลือดตั้งแต่ตั้งครรภ์ประมาณ 6 เดือน

หญิงคนไหนเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภต่ำ

  • อายุน้อยกว่า 25ปี
  • น้ำหนักก่อนตั้งครรภ์ปกติ
  • ไม่มีญาติสายตรงเป็นเบาหวาน
  • ไม่มีประวัติคลอดบุตรผิดปกติ
  • ไม่เป็น impair fasting glucose

ผู้ป่วยกลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องตรวจน้ำตาลขณะตั้งครรภ์

การตรวจวินิจฉัยเบาหวานขณะตั้งครรภ์

เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์มีผลอย่างไรกับทารกและมารดา

อินซูลินที่มีมากในมารดาไม่สามารถผ่านรกไปสู่ทารกได้ แต่น้ำตาลและสารอาหารจำนวนจากผ่านจากแม่ไปสู่ทารกทำให้ตับอ่อนของทารกต้องสร้างอินซูลินเพื่อลดระดับน้ำตาล ผลคือทารกจะอ้วน [macrosomia] ซึ่งอาจทำให้เด็กคลอดยาก และอาจมีบาดเจ็บต่อไหล่ หลังคลอดอาจเกิดภาวะน้ำตาลต่ำเนื่องจากอินซูลินในเลือดสูง เด็กบางรายอาจมีปัญหาระบบหายใจ เด็กกลุ่มนี้โตขึ้นจะมีแนวโน้มเป็นเบาหวาน สำหรับมารดาก็เกิดความดันโลหิตสูงได้ง่ายโรคแทรกซ้อนต่างๆที่อาจเกิดได้แก่

  • เด็กพิการแต่กำเนิดเช่น หัวใจ สมอง ไตพบได้น้อยมากในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์เนื่องจากอวัยวะเด็กจะเริ่มสร้างเมื่ออายุครรภ์ 13 สัปดาห์แต่โรคเบาหวานมักจะเกิดหลัง 12 สัปดาห์แล้ว
  • เด็กตัวโตดังกล่าวข้องต้น
  • เด็กที่เกิดมามีโอกาสเกิดน้ำตาลในเลือดต่ำได้ง่าย
  • เกิดครรภ์เป็นพิษได้สูงกว่าคนทั่วไปซึ่งคนท้องจะมีความดันโลหิตสูง ถ้าสูงมากคุณแม่อาจจะชักได้
  • น้ำคล่ำมากไปทำให้คุณแม่อึกอัด
  • ทางเดินปัสสาวะอักเสบซึ่งอาจจะลุกลามไปไตได้
  • เด็กเกิดมาหายใจหอบเนื่องจากปอดเด็กยังทำงานไม่ได้เต็มที่

การเฝ้าติดตามผลน้ำตาลและสุขภาพเด็ก

  • ควรเจาะน้ำตาลในเลือดเพื่อปรับขนาดยา สำหรับผู้ที่รักษาเบาหวานโดยการฉีดอินซูลินควรจะเจาะน้ำตาลหลังอาหารดีกว่าน้ำตาลก่อนอาหาร
  • ไม่แนะนำให้ตรวจหาน้ำตาลในปัสสาวะเนื่องจากไม่เพียงพอ
  • ควรจะตรวจความดันโลหิตและปริมาณไข่ขาวในปัสสาวะเพื่อเฝ้าติดตามเรื่องความดันโลหิต
  • ตรวจทารกโดยใช่คลื่นเสียงความถี่สูงเมื่อเด็กอายุ 6-7เดือน

การรักษา

เป้าหมายของการรักษาคือลดระดับน้ำตาลให้ใกล้เคียงคนปกติให้มากที่สุด โดยการ คุมอาหาร ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และการฉีดอินซูลิน และควรจะเจาะเลือดเพื่อปรับขนาดอินซูลิน

  • ปรึกษาโภชนากรเพื่อควบคุมอาหารให้มีสารอาหารเพียงพอสำหรับเด็กและมารดา และไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง
  • ผู้ป่วยที่อ้วน BMI>30 ให้ลดพลังงานลง 30-33%(ประมาณ1800 กิโลแคลอรี)
  • ให้ใช้อินซูลินเมื่อคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วระดับน้ำตาลก่อนอาหารเช้ายังสูงกว่า 95 มก.% หรือระดับน้ำตาลหลังอาหาร 2 ชม.มากกว่า 120 มก.%

  • น้ำตาลหลังอาหาร 1-h postprandial whole blood glucose <=140 mg/dl (7.8 mmol/l)
    1-h postprandial plasma glucose <=155 mg/dl (8.6 mmol/l)
    หรือ 2-h postprandial whole blood glucose <=120 mg/dl (6.7 mmol/l) 2-h postprandial plasma glucose
    <=130 mg/dl (7.2 mmol/l)

  • แนะนำให้ออกกำลังกาย

  • ไม่ใช้ยาเม็ดลดน้ำตาล

  • ให้ใช้อินซูลินที่มีโครงสร้างเหมือนคน [human insulin]

  • แนะนำให้คลอดเมื่อตั้งครรภ์ประมาณ 38 สัปดาห์ เนื่องจากหากอายุครรภ์มากกว่านี้โอกาสที่เด็กจะอ้วนมีมาก
  • แนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยนมมารดา
  • การติดตามโรค

    • ควรเจาะน้ำตาลตรวจหาระดับน้ำตาลทุกวันซึ่งจะให้ผลดีกว่าการเจาะเลือดนานๆครั้ง
    • ไม่ควรใช้วิธีการตรวจหาน้ำตาลในปัสสาวะในการปรับยา แต่ควรตรวจหา คีโตนในปัสสาวะเพื่อดูว่าพลังงานที่ได้เพียงพอหรือไม่
    • เมื่อแม่มาตรวจควรวัดความดันโลหิต และตรวจไข่ขาวในปัสสาวะ

    หลังจากคลอดแล้วจะเป็นเบาหวานจะหายหรือไม่

    หลังคลอดบุตรเบาหวานจะหายไป หากตั้งครรภ์อีกโอกาสจะเป็นเบาหวาน 2/3 หลังคลอด 6 สัปดาห์ควรเจาะหาระดับน้ำตาล ถ้าปกติให้เจาะเลือดทุก 3 ปี เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานขณะตั้งครรภ์มีโอกาสเป็นเบาหวานชนิดที่สอง ดังนั้นจึงต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการดำรงชีวิต

    • ลดน้ำหนัก ซึงจะป้องเบาหวานชนิดที่สองได้
    • รับประทานอาหารที่มีคุณภาพ เพิ่มผัก ผลไม้ ลดอาหารไขมันโดยเฉพาะไขมันอิ่มตัว
    • การออกกำลังกาย ซึ่งป้องกัน insulin resistant
    สร้างโดย: 
    sss28254

    มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
     
     

     ช่วยด้วยครับ
    นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
    คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
    ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
    หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
    ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
    มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

    ช่วยกันนะครับ 
    ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
    ไม่ถูกปิดเสียก่อน

    ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

    อ่านรายละเอียด

    ด่วน...... ขณะนี้
    พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
    มีผลบังคับใช้แล้ว 
    ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
    เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
    ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
    อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

     

    สมาชิกที่ออนไลน์

    ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 96 คน กำลังออนไลน์