รายงานการใช้แบบฝึกทักษะปฏิบัติ กีฬาฟุตซอล กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) หาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะปฏิบัติ กีฬา ฟุตซอล กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ตามเกณฑ์มาตรฐาน E1/E2 = 80/80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน และหลังเรียนจากการใช้ แบบฝึกทักษะปฏิบัติ กีฬาฟุตซอล กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะปฏิบัติ กีฬาฟุตซอล กลุ่มสาระ การเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มประชากร คือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาลพระพุทธบาท อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 จำนวน 97 คน กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/3โรงเรียนเทศบาลพระพุทธบาท อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 จำนวน 33 คน ใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แบบฝึกทักษะปฏิบัติ กีฬาฟุตซอล ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 2 จำนวน 5 เล่ม แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 10 แผน แบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะปฏิบัติ กีฬาฟุตซอล กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 10 ข้อ ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสถิติที่ทดสอบ t-test
ผลการศึกษา พบว่า 1) แบบฝึกทักษะปฏิบัติ กีฬาฟุตซอล กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีประสิทธิภาพโดยรวม E1/E2 เท่ากับ 86.55/85.25 สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ โดยทั้ง 5 เล่ม มีค่า E1 อยู่ระหว่าง 82.27 – 89.24 และมีค่า E2 เท่ากับ 85.25 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้รับการทดสอบโดยใช้ แบบฝึกทักษะปฏิบัติกีฬาฟุตซอล ก่อนเรียนและหลังเรียน มีค่า t-test เท่ากับ 29.239 มีนัยสำคัญ ทางสถิติระดับ .01 โดยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ซึ่งหลังเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 25.58 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 2.14 และ ก่อนเรียน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 15.91 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.80 มีค่าความแตกต่างเฉลี่ยเท่ากับ 9.67 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการใช้แบบฝึกทักษะปฏิบัติ กีฬาฟุตซอล กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยรวมในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.38 ส่วนเบี่ยงเบน-มาตรฐานเท่ากับ 0.59 ซึ่งมีความพึงพอใจในข้อที่ครูดูแล เอาใจใส่ และให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด มากกว่าข้ออื่น รองลงมา ได้แก่ ครูแนะนำให้นักเรียนปรับปรุงพัฒนาตนเองอยู่เสมอ และนักเรียนมีทักษะการเล่นกีฬาฟุตซอลได้ถูกต้องมากขึ้น และมีเนื้อหาที่เข้าใจง่าย

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 58 คน กำลังออนไลน์