ม.5/6 ส่งงานชิ้นที่ 1 วิชาฟิสิกส์พื้นฐานและเพิ่มเติม เทอม 1 ปี 2552 ถึงครูพวงทิพย์ ร.ร.สตรีศรีสุริโยทัย กทม.

รูปภาพของ puangtip

งานชิ้นที่ 1 บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ให้ระบุสาขาวิชา และเขียนบทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์ โดยมีแหล่งที่มาของเอกสารอ้างอิงด้วย

วิธีส่ง ส่งที่แสดงความคิดเห็น..............นะคะWink

ที่อยู่เว็บและอีเมล

ชื่อโครงงาน : สำรวจจำนวนของสัตว์ภายใน โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย
และ ศึกษาการจัดจำแนกสัตว์

ชื่อผู้ทำโครงงาน : น.ส. ลาตีฟะฮ์ ฮาเซีย ชั้นม.5/6 เลขที่ 5
น.ส.ณัฏฐนิช หรูดำเกิงกิจ ชั้นม.5/6 เลขที่ 7
น.ส. กรรภิรมย์ เนียมสุวรรณ ชั้นม.5/6 เลขที่ 21

ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน : อ. ธนพล กลิ่นเมือง

ที่มาและความสำคัญของโครงงาน/ความเป็นมา : เนื่องจากกลุ่มของข้าพเจ้ามีความสนใจศึกษาเรื่องการจักจำแนกสิ่งมีชีวิต และ ต้องทราบจำนวนสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆภายในโรงเรียนเพื่อที่จะได้เก็บข้อมูลไว้ หากมีกรณีที่จะต้องใช้สิ่งมีชีวิตบางชนิดในการทดลอง จึงตัดสินใจทำทำโครงงานนี้ เพื่อใช้เป็นประโยชน์ในภายหน้า

วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า/เป้าหมาย : เพื่อศึกษาวิธีการจัดจำแนกสิ่งมีชีวิตและทราบจำนวนของสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆภายในโรงเรียน

วิธีดำเนินงาน :
1. สำรวจจำนวนของสัตว์แต่ละชนิดภายในโรงเรียน
2. ระบุของมูลของสัตว์แต่ละชนิด
3. จำแนกสัตว์ตามหมวดหมู่
4. เก็บสัตว์บางชนิดไว้เป็นตัวอย่าง (ดองเก็บไว้)
5. จัดทำโครงงานที่ใช้นำเสนอ

แผนการดำเนินงาน : 28 พ.ค. – 1 ก.ค. วางแผนงาน 3มิ.ย.-10มิ.ย. เริ่มสำรวจ
11มิ.ย.- 20มิ.ย. จัดจำแนกและเขียนผังวิวัฒนาการ 21 มิ.ย. – 10 ก.ค. ทำโครงงานนำเสนอ

ผลที่คาดว่าจะได้รับ : ได้ทราบจำนวนแน่ชัดของสัตว์แต่ละชนิดในโรงเรียนรับความรู้ในเรื่องของสัตว์แต่ละชนิดตามวัตถุประสงค์

ขอแก้ไขโครงงานค่ะ
1. ชื่อโครงงาน
เจลล้างมือถนอมผิว
2. ผู้จัดทำโครงงาน
1.ขัตติยา อุ่นใจ เลขที่ 24
2.ชุติมณฑน์ หาญฤทธิเจริญ เลขที่ 25
3.วรัญญา วิทยาขาว เลขที่ 36
4. กาญวิภา จิตวานิชไพบูลย์ เลขที่ 37
3. ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน
คุณครู ธนพล กลิ่นเมือง
4. ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
ในปัจจุบันทั่วโลกกำลังประสบปัญหากับโรคอุบัติใหม่ซึ่งก็คือ ไข้หวัดใหญ่ 2009 การแพร่ระบาดของไข้หวัดนี้นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่ง วิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันเราจากไข้หวัดได้คือการล้างมือบ่อยๆเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค เป็นวิธีที่ดีที่สุด ซึ่งบางสถามการณ์ก็ไม่สะดวกที่จะล้างมือด้วยน้ำ จึงมีผลิตภัณฑ์ตัวนึงซึ่งช่วยแก้ปัญหานี้ได้นั่นคือ เจลล้างมือแบบไม่ใช้น้ำ แต่โดยทั่วไปตามท้องตลาดแล้วเจลนี้จะมีราคาที่สูงพอสมควร กลุ่มของเราเล็งเห็นปัญหานี้จึงได้จัดทำเจลล้างมืออย่างง่ายพร้อมนำผลไม้และสมุนไพรของไทยที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป เช่น มะนาว มะขาม มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยนำมาผสมเข้ากับเจลล้างมือ เพื่อนอกจากจะใช้เจลฆ่าเชื้อโรคแล้วยังให้เจลช่วยบำรุงและถนอมผิวพรรณอีกด้วย
5. วัตถุประสงค์
1. เพื่อทำเจลล้างมือที่มีราคาพอเหมาะ แก่การนำไปใช้
2. เพื่อศึกษาสารในผลไม้และสมุนไพรที่มีผลต่อผิวหนัง
3. เพื่อเพิ่มประโยชน์ให้แก่เจลล้างมือปกติ
6. วิธีดำเนินการ
1. เขียนบทคัดย่อ และเค้าโครงงานวิทยาศาสตร์
2. ลงมือทำการทดลอง
3. นำผลิตภัณฑ์ที่ได้ นำไปทดลองใช้ และบันทึกผลการทดลอง
7. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. ทำเจลล้างมือที่มีราคาพอเหมาะ แก่การนำไปใช้
2. รู้ถึงสารในผลไม้และสมุนไพรที่มีผลต่อผิวหนัง
3. เจลล้างมือมีประโยชน์เพิ่มขึ้น
8. แผนการกำหนดเวลาปฏิบัติงาน
วัน/เดือน/ปี รายการ
26-29 พ.ค. 52 คิดเค้าโครงงานเพื่อส่งให้อาจารย์ที่ปรึกษาประจำวิชา
29 พ.ค. 52 ส่งบทคัดย่อ
29-31 พ.ค. 52 หาข้อมูล
1 มิ.ย. 52 รวบรวมข้อมูล
8-20 มิ.ย.52 ทำการทดลองและบันทึกผล และสรุปผล
9.เอกสารอ้างอิง
http://www.geocities.com/dordek1/Thaiherb_d7.htm
http://www.komchadluek.net/detail/20090724/21694/%E0%B8%AD%E0%B8%A2.%E0%...

http://www.formumandme.com/article.php?a=189

เรียน อาจารย์พวงทิพย์

อาจารย์คะ เค้าโครงชิ้นนี้ไม่ใช่โครงงานวิทยาศาสตร์ของกลุ่มหนูค่ะ

ชิ้นนี้เพื่อนหนูเขาเอาเค้าโครงงานอีกชิ้นที่คิดไว้มาส่ง

ซึ่งอันที่เป็นโครงงงานจริงๆคือโครงงาน 'ครีมทาผิวจากเปลือกมังคุด' ที่หนูได้ส่งเอาไว้แล้วด้านล่างแล้วค่ะ

ขอบคุณค่ะ

โครงงานวิทยาศาสตร์(ฟิสิกส์)
ชื่อโครงงาน : บีบแล้วเย็น
ชื่อผู้ทำโครงงาน: นางสาว ธมชนก จารุพันธ์ ม.5/6 เลขที่ 17
นางสาว นรมน เจียมประเสริฐ ม.5/6 เลขที่ 20
นางสาว มนัญญา เหล่าวีระธรรม ม.5/6 เลขที่ 34
ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน: 1.คุณครูธนพล กลิ่นเมือง
2.คุณครูกุลรณี อารีมิตร
3.คุณครูพวงทิพย์ วีระณรงค์
ที่มา: จากการสังเกตไฟฉายมือปั๊มซึ่งไม่ต้องใช้ถ่านเพราะมีไดนาโมและแหล่งเก็บประจุไฟฟ้าเป็นของตัวเองแล้ว พวกเราจึงมีความคิดว่าหากเปลี่ยนไฟฉายเป็นอย่างอื่นแล้วจะสามารถทำได้หรือไม่ จึงได้ริเริ่มคิดค้นการประดิษฐ์พัดลมแบบมือปั๊มขนาดพกพาขึ้นมา และนำมาเป็นโครงงานวิทยาศาสตร์
วัตถุประสงค์: 1. เพื่อศึกษาการทำงานของไดนาโม และนำมาประยุกต์ใช้
2. เพื่อประดิษฐ์พัดลมขนาดพกพาแบบมือปั๊มซึ่งไม่ต้องใช้ถ่าน
3. เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยการหลีกเลี่ยงใช้สิ่งที่เป็นขยะมีพิษ
4. เพื่อดำเนินตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยการประหยัด
วิธีการดำเนินงาน : 1.คิดค้นหาโครงงานฟิสิกส์
2.ปรึกษาอาจารย์
3.ศึกษาข้อมูลวิธีการทำสิ่งประดิษฐ์
4.ทดลองทำสิ่งประดิษฐ์
5.ทดสอบสิ่งประดิษฐ์
6.สรุปผล
แผนการดำเนินงาน : 21-26 พ.ค. คิดหัวข้อโครงงาน
27-29 พ.ค. เขียนบทคัดย่อ
3-7 มิ.ย. หาข้อมูล
8-20 มิ.ย. ทดลองทำสิ่งประดิษฐ์
21 มิ.ย. ทอสอบสิ่งประดิษฐ์
22-24 มิ.ย. แก้ไขข้อบกพร่อง
25 มิ.ย. สรุปผล
ผลที่คาดหวังว่าจะได้รับ
1. ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานของไดนาโม และนำมาประยุกต์ใช้
2. สามารถประดิษฐ์พัดลมขนาดพกพาแบบมือปั๊มได้
3. สามารถอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยการหลีกเลี่ยงใช้สิ่งที่เป็นขยะมีพิษ
4. สามารถดำเนินตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยการประหยัด

รูปภาพของ puangtip

Cryหนูๆ..ยังไม่ทราบหลักการของไดนาโมหรือคะ ...ไม่เป็นไรถ้าสนใจจะประดิษฐ์ก็ทำได้...แต่...มีข้อแม้ว่า 1.  ต้องสวยกว่าที่เขาทำกัน  2. ทำงานได้ดีกว่าที่เคยพบเห็น...ขอโทษนะ...ครูงงคำว่า "แบบมือปั้ม"

กรุณาส่งครั้งเดียวก็พอ....เศรษฐกิจพอเพียง...นะคะInnocent

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์ (ชีววิทยา)

ชื่อโครงงาน
Coconut-shell coals Episode 2

ชื่อผู้ทำโครงงาน
1. นางสาวนีติรัฐ พึ่งเดช เลขที่ 16 (ประธาน)
2. นางสาวนาฎธิดา เจียมจิตรวนิช เลขที่ 1 (รองประธาน)
3. นางสาววิมลลักษณ์ ทองพยงค์ เลขที่ 3 (เหรัญญิก)
4. นางสาวบุญยวีร์ กระบี่ศรี เลขที่ 14 (เลขานุการ)

ชื่อครูที่ปรึกษาโครงงาน
อาจารย์ธนพล กลิ่นเมือง อาจารย์ผู้สอนวิชาชีววิทยา
อาจารย์วรรณภา ศรีวิไลสกุลวงศ์ อาจารย์ผู้สอนวิชาชีววิทยา
อาจารย์พวงทิพย์ วีระณรงค์ อาจารย์ผู้สอนวิชาฟิสิกส์
อาจารย์กุลรณี อารีมิตร อาจารย์ผู้สอนวิชาเคมี

ที่มาและความสำคัญ
“มะพร้าว” เป็นพืชที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของคนไทยมายาวนาน โดยมีการใช้ประโยชน์จาก ส่วนต่างๆของมะพร้าวอย่างแพร่หลาย กะลามะพร้าวก็ถือเป็นอีกส่วนหนึ่งที่มีคุณค่ามาก แต่ผู้คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักนำมาใช้ ประโยชน์หลักทางหนึ่งของกะลามะพร้าวที่ควรกล่าวถึง คือ การนำมาทำเป็นถ่านเพื่อใช้แทนถ่านไม้ เพราะกะลามะพร้าวนั้นติดไฟได้นานกว่า มีกลิ่น ควันและขี้เถ้าน้อยมีราคาถูก หาได้ง่าย รวมไปถึงช่วยประหยัดพลังงานและลดภาวะโลกร้อนทางอ้อม ด้วยการช่วยลดการตัดไม้เพื่อนำมาทำเป็นถ่านไม้ พวกเราจึงตัดสินใจที่จะค้นคว้าทดลองเกี่ยวกับการทำถ่านจากกะลามะพร้าว และเผยแพร่ให้ถ่านชนิดนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้างต่อไป

จุดมุ่งหมายของโครงงาน
1. เพื่อศึกษาคุณสมบัติของถ่านจากกะลามะพร้าวในด้านการให้พลังงานความร้อน เปรียบเทียบกับถ่านไม้
2. เพื่อศึกษาผลกระทบจากการนำกะลามะพร้าวมาใช้แทนเชื้อเพลิงอื่นๆ ในด้านสุขภาวะและมลภาวะที่เกิดขึ้นต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
3. เพื่อนำเสนอคุณค่าของการนำกะลามะพร้าวมาทำเป็นถ่าน และจูงใจให้มีการนำมาใช้ประโยชน์สูงสุด

สมมติฐานของการศึกษาค้นคว้า
1. ถ่านอัดก้อนจากกะลามะพร้าวทุบละเอียดสามารถให้พลังงานความร้อนได้นานกว่ากะลาทุบเป็นชิ้นและถ่านไม้ที่มีน้ำหนักเท่ากัน
2. ถ่านอัดก้อนจากกะลามะพร้าวทุบละเอียด จะให้ปริมาณก๊าซ CO2 น้อยกว่ากะลาทุบเป็นชิ้นและถ่านไม้ที่มีน้ำหนักเท่ากัน

วิธีดำเนินงาน
วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้
1. กะลามะพร้าวประมาณ 1 กิโลกรัม
2. ถ่านไม้ประมาณ 0.5 กิโลกรัม
2. ค้อนทุบกะลา 1 อัน
3. ท่อ PVC เส้นผ่านศูนย์กลางวงใน 3 เซนติเมตร ยาว 6 เซนติเมตร
4. แป้งสำหรับผสมผงถ่าน
5. เตาอั้งโล่ขนาดเล็ก
6. หม้ออะลูมิเนียม 1 ใบ
7. ตะแกรงตั้งหม้อ 1 อัน
8. ไม้ขีดไฟ 2 กล่อง
9. เศษกระดาษจำนวนมาก (ช่วยในการติดไฟ)
10. น้ำปูนใส 3 ถ้วย
11. กล่องพลาสติกใสขนาดใหญ่กว่าเตาอั้งโล่ 1 กล่อง
แนวในการศึกษาและทดลอง
1. นำกะลามะพร้าว 0.5 กิโลกรัมมาเผาให้กรอบและทุบให้ละเอียดเป็นผง
2. คลุกกับแป้งสำหรับผสมผงถ่าน แล้วใส่ลงในท่อ PVC โดยอัดให้แน่น
3. รอให้กะลาที่อัดไว้ในท่อแห้ง แล้วเคาะเอาก้อนถ่านกะลาออกมา ตากแดดจนแห้งสนิท
4. นำกะลาที่เหลืออีก 0.5 กิโกรัมมาทุบให้แตกเป็นชิ้นๆ
5. ชั่งน้ำหนักถ่านกะลาอัดก้อน เศษกะลาที่เป็นชิ้น และถ่านไม้มาอย่างละ 100 กรัม
6. ตั้งหม้ออะลูมิเนียมใส่น้ำ 0.5 ลิตรบนเตาอั้งโล่ที่ใช้ถ่านกะลาอัดก้อนเป็นเชื้อเพลิง ตั้งน้ำปูนใส 1 ถ้วยไว้ข้างเตา ครอบกล่องพลาสติกใสรอบเตาและถ้วยน้ำปูนใส จับเวลาว่านานกี่นาทีน้ำจึงเดือด เดือดไปได้อีกกี่นาทีถ่านจึงมอด และดูความขุ่นของน้ำปูนใสหลังถ่านมอดแล้ว
7. ทำซ้ำเหมือนข้อ 6 อีก 2 ครั้ง แต่เปลี่ยนจากถ่านกะลาอัดก้อนเป็นเศษกะลาและถ่านไม้
8. ทำตารางบันทึกผลการทดลอง สรุปและเปรียบเทียบตามสมมติฐาน

แผนปฏิบัติงาน
30 พ.ค. 2552 ส่งเค้าโครงของโครงงานวิทยาศาสตร์ให้อาจารย์ตรวจครั้งที่ 1
2 มิ.ย. 2552 แก้ไขเค้าโครงของโครงงานตามที่อาจารย์แนะนำ
5 มิ.ย. 2552 ส่งเค้าโครงงานที่แก้ไขแล้วให้อาจารย์อนุมัติโครงงาน
12 มิ.ย. 2552 ประชุมเพื่อแบ่งงานตามแผนที่วางไว้ โดยเริ่มจากการหาข้อมูล
19 มิ.ย. 2552 รวบรวมข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวกับการทดลอง
20 มิ.ย. 2552 เริ่มทำการทดลองตาม แนวในการศึกษาและทดลอง ครั้งที่ 1
27 มิ.ย. 2552 เริ่มทำการทดลองตาม แนวในการศึกษาและทดลอง ครั้งที่ 2
29 มิ.ย. 2552 เปรียบเทียบและสรุปผลให้แน่ชัด แล้วรายงานผลการทดลองเป็นรูปเล่ม
และชิ้นงาน
3 ก.ค. 2552 ตรวจเช็คความเรียบร้อยทั้งหมดของโครงงาน รวมยอดรายจ่าย และประเมินผล
18 ส.ค. 2552 จัดแสดงผลงานในงานสัปดาห์วันวิทยาศาสตร์ของโรงเรียน

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. สามารถศึกษาและเปรียบเทียบคุณสมบัติของถ่านจากกะลามะพร้าวในด้านการให้พลังงานความร้อนกับถ่านไม้ได้อย่างชัดเจน
2. สามารถศึกษาผลกระทบจากการนำกะลามะพร้าวมาใช้แทนเชื้อเพลิงอื่นๆ ในด้าน สุขภาวะและมลภาวะที่เกิดขึ้นต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องก๊าซ CO2
3. สามารถนำเสนอคุณค่าของการนำกะลามะพร้าวมาทำเป็นถ่าน และจูงใจผู้คนให้มีการนำมาใช้ประโยชน์สูงสุดได้

เอกสารอ้างอิง
เว็บไซต์ที่เป็นแหล่งศึกษาข้อมูลในการเขียนเค้าโครงและวิธีการทดลอง มีดังนี้
http://www.thaisumi.com/
http://gotoknow.org/blog/25922592/121886
http://www.sut.ac.th/science/sut_grad2/files/abstract_thai.doc
http://charcoal.snmcenter.com/charcoalthai/business3.php

รูปภาพของ puangtip

Smileดีค่ะ...แต่ดูเหมือนจะมีคนทำไว้นานแล้ว

1. ชื่อโครงงาน
ครีมทาผิวจากเปลือกมังคุด
2. ผู้จัดทำโครงงาน
1.ขัตติยา อุ่นใจ เลขที่ 24
2.ชุติมณฑน์ หาญฤทธิเจริญ เลขที่ 25
3.วรัญญา วิทยาขาว เลขที่ 36
4. กาญวิภา จิตวานิชไพบูลย์ เลขที่ 37
3. ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน
คุณครู ธนพล กลิ่นเมือง
4. ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการรักษาผิวพรรณหลากหลายให้เลือกซื้ออย่างมากมาย ส่วนผสมส่วนใหญ่มักเป็นสารเคมีที่อาจจะส่งผลทำให้เกิดอาการแพ้ได้ ดังนั้นกลุ่มของเราจึงเล็งเห็นปัญหานี้ จึงนำผลไม้ของไทยที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามท้องตลาด คือ มังคุด ซึ่งมีการวางขายในช่วงเดือนพฤษภาคม กลุ่มของเราจึงนำเปลือกของมังคุดที่เหลือจากการรับประทาน มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยนำมาแปรสภาพเป็นครีมทาผิว
5. วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาอัตราส่วนของเปลือกมังคุดและเนื้อครีม ที่เหมาะสมที่สุดต่อผิวพรรณ
2. เพื่อศึกษาสารในเปลือกมังคุดที่มีผลต่อผิวหนัง
3. เพื่อนำเปลือกมังคุดที่ไร้ประโยชน์มาแปรสภาพเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดประโยชน์
6. วิธีดำเนินการ
1. เขียนบทคัดย่อ และเค้าโครงงานวิทยาศาสตร์
2. ลงมือทำการทดลอง
3. นำผลิตภัณฑ์ที่ได้ นำไปทดลองใช้ และบันทึกผลการทดลองหาสัดส่วนที่ดีสุด
7. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. ได้ทราบอัตราส่วนของเปลือกมังคุดและเนื้อครีม ที่เหมาะสมที่สุดต่อผิวพรรณ
2. รู้ถึงสารในเปลือกมังคุดที่มีผลต่อผิวหนัง
3. นำเปลือกมังคุดที่ไร้ประโยชน์มาแปรสภาพเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดประโยชน์
8. แผนการกำหนดเวลาปฏิบัติงาน
วัน/เดือน/ปี รายการ
26-29 พ.ค. 52 คิดเค้าโครงงานเพื่อส่งให้อาจารย์ที่ปรึกษาประจำวิชา
29 พ.ค. 52 ส่งบทคัดย่อ
29-31 พ.ค. 52 หาข้อมูล
1 มิ.ย. 52 รวบรวมข้อมูล
8-20 มิ.ย.52 ทำการทดลองและบันทึกผล และสรุปผล

9.เอกสารอ้างอิง
www.medplant.mahidol.ac.th/pubhealth/garcinia.html
www.samunpai.com/samunpai/show.php?cat=1&id=108
www.kasetonline.net/newsite/index.php?id=284
http://www.vcharkarn.com/vcafe/133278

รูปภาพของ puangtip

Winkดีค่ะ...ลองค้นหา/ค้นคว้าเพิ่มจากงานผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเกษตรแม่บ้าน Otop อะไรแบบนี้เพิ่มเติม ดูนะ

1. ชื่อโครงงาน
   ซิลิกาดูดความชื้นสกัดจากแกลบ

2. ผู้จัดทำโครงงาน
  1.ธนาภรณ์ แซ่ลี้
                เลขที่ 9
  2.กนกวรรณ วิรัตน์วัฒนกุล
   
เลขที่ 11
  3.ณัฐพร สภานนท์
            
เลขที่ 15
  4.พฤกษา ชัยพรเรืองเดช
     เลขที่ 22

3. ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน
  1. คุณครู กุลณี
  2. นาย พงศธร กาวิชัย

4. ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
     ในช่วงที่มีฝนตกจะพบว่า มักเป็นช่วงที่มีความชื้นสูง เช่น สังเกตได้จากการตากผ้านั้น ผ้าที่ปากตากไปก็มักจะอับชื้น
 ผ้าไม่ค่อยแห้งเท่าไรนัก เป็นต้น กลุ่มของข้าพเจ้าจึงเกิดความสนใจและได้ค้นคิดวิธีการลดความชื้นลง โดยการใช้สารดูดความชื้น ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ซิลิกาเป็นสารที่สามารถดูดความชื้นได้ จากการศึกษาค้นคว้าพบว่า สิ่งที่มีปริมาณซิลิกามากและเป็นวัสดุจากธรรมชาติ ซึ่งสามารถหาได้ง่ายก็คือ แกลบ  ซึ่งแกลบสามารถให้ซิลิกาได้สูงสุดคิดเป็น 23.2% หรือแม้แต่ขี้เถ้าแกลบให้ซิลิกาสูงถึง 68.2% นอกจากนี้ยังมีราคาที่ถูกและหาได้ง่าย
     กลุ่มของข้าพเจ้าจึงได้คิดจัดทำโครงงานในการสกัดซิลิกาจากแกลบ โดยผ่านกรรมวิธีต่างๆ แล้วนำมาทำเป็นสารดูดความชื้นที่สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
  นอกจากนี้ซิลิกายังมีคุณสมบัติละลายได้ดีในกรดไฮโดรฟลูออริก (กรดกัดแก้ว) ด้วย
 

5. วัตถุประสงค์
  1. เพื่อใช้ความรู้ทางเคมีในการผลิตสารซิลิกาที่สามารถดูดความชื้นได้จากวัสดุทางธรรมชาติคือแกลบ
  2. เพื่อนำซิลิกาไปใช้เป็นตัวดูดความชื้น ซึ่งเหมาะสมกับช่วงที่ฝนตกหรือฤดูฝนอย่างมาก
  3. เพื่อศึกษาถึงข้อเท็จจริงของซิลิกาและแกลบได้อย่างทั่วถึง
  4. เพื่อฝึกความสามารถทางด้านการทำโครงงานวิทยาศาตร์

6. วิธีดำเนินการ
  1. เขียนบทคัดย่อ และเค้าโครงงานวิทยาศาสตร์
  2. จัดหาซื้ออุปกรณ์ที่ต้องการทดลอง
  3. ลงมือทำการทดลอง
  4. นำผลิตภัณฑ์ที่ได้ นำไปทดลองใช้ และบันทึกผลการทดลอง

7. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. สามารถนำสารซิลิกาสามารถสกัดได้จากแกลบ ไปใช้ใด้จริงในชีวิตประจำวัน
  2. สามารถทราบถึงคุณประโยชน์ของซิลิกาที่นอกเหนือจากการเป็นตัวดูดความชื้น
  3. สามารถนำความรู้การทำโครงงานวิทยาศาสตร์ในหมวดวิชาเคมี และฝึกการทำงานเป็นกลุ่ม
  4. สามารถเกิดกระบวนการความคิดเป็นขั้นตอน การใช้ความคิดอย่างมีเหตุผลมาประกอบการทำโครงงาน

8. แผนการกำหนดเวลาปฏิบัติงาน
                   วัน
/เดือน/ปี รายการ ผู้รับผิดชอบ
29/05/2552 ทำการเขียนบทคัดย่อโครงงานเพื่อส่งให้อาจารย์ที่ปรึกษาประจำวิชา ประเมิน สมาชิกทุกคน
05/06/2552 ศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับโครงงานถึงวัตถุ อุปกรณ์ ที่เราต้องการทดลองเพื่อทำให้การทดลองมี
                 ความพร้อมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
12/06/2552 จัดหาซื้ออุปกรณ์เพื่อลงมือทำการทดลองสารเคมี สมาชิกทุกคน
19/06/2552 ลงมือปฏบัติทำการทดลองตามขั้นตอน สมาชิกทุกคน
24-28/06/2552 จักทำการทดลองให้เเน่ชัดและบันทึกผล สมาชิกทุกคน
30/06/2552 ทำผลงานพรีเซนต์เพื่อนำเสนอโครงงาน สมาชิกทุกคน
01/07/2552 สรุปผลการทำงานโครงงานในกลุ่ม สมาชิกทุกคน
  

9.เอกสารอ้างอิง
http://www.promma.ac.th/special_science/silica.htm
http://elib.ipst.ac.th/elib/cgi-
bin/opacexe.exe?op=dsp&wa=E428BA&bid=960&qst=@81&lang=1&db=SCP&pat=%CA%D4%E8%A7%BB%C3%D0%B4%D4%C9%B0%EC&cat=gen&skin=u&lpp=20&catop=&scid=zz
    

รูปภาพของ puangtip

Undecidedเอ...ครูจะให้คำแนะนำก็เกรงใจนะ ไม่ได้เป็นที่ปรึกษา..แต่ก็เป็นเรื่องน่าสนใจค่ะ

1. ชื่อโครงงาน
ลูกชิ้นเพื่อสุขภาพ
2. ผู้จัดทำโครงงาน
1.นางสาวชนากานต์ นิลภารักษ์ เลขที่ 28 ม.5/6
2.นางสาววุฒิพร ลิขิตอนุสรณ์ เลขที่ 35 ม.5/6
3.นางสาวพัชรี นุตรพิบูลมงคล เลขที่ 38 ม.5/6
3. อาจารย์ที่ปรึกษา
คุณครู ธนพล กลิ่นเมือง
4. ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
ปัจจุบันคนส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ เนื่องจากการเลือกบริโภคอาหารที่ชอบมากกว่าอาหารที่มีประโยชน์ทางโภชนาการ เป็นผลให้ได้รับสารอาหารไม่ครบทั้ง 5 หมู่ จึงทำให้เราคิดที่จะทำลูกชิ้นเพื่อสุขภาพขึ้นมา โดยเราจะนำผักที่ปั่นเป็นน้ำหรือบดแล้วมาผสมกับเนื้อปลา แล้วจะนำมาผลิตเป็นลูกชิ้น ซึ่งการที่เรานำมาผักมาผสมนี้ เพื่อต้องการให้เด็กหรือคนที่ไม่ชอบรับประทานผักได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์และสามารถรับประทานได้ง่าย
5. วัตถุประสงค์
เพื่อเป็นการหาวิธีในการแก้ปัญหาที่คนเรานั้นมักจะเลือกรับประทานสิ่งที่ชอบ และไม่ยอมรับประทานผัก ซึ่งจะทำให้ได้รับสารอาหารไม่ครบ 5 หมู่
6. สมมุติฐาน
ลูกชิ้นที่มีส่วนผสมของผักนั้นจะทำให้คนได้รับสารอาหารมากขึ้น
7. วิธีดำเนินการ
1. ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการทำลูกชิ้น ประโยชน์ของผักแต่ละชนิด
2. เตรียมส่วนผสมในการทำลูกชิ้นให้เรียบร้อย
3. ลงมือปฏิบัติ และทดลองชิมในแต่ละรส
4. บันทึกผล
8. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
บุคคลได้รับสารอาหารเพิ่มขึ้น
9. แผนการกำหนดเวลาปฏิบัติงาน
วัน/เดือน/ปี รายการ ผู้รับผิดชอบ
18/05/52 คิดค้นโครงงาน สมาชิกทุกคน
25/05/52 ศึกษาผักที่เราจะนำมาผสมในลูกชิ้น สมาชิกทุกคน
27/05/52 ทำบทคัดย่อ ส่งอาจารย์ประจำวิชา สมาชิกทุกคน
06-07/06/52 ทดลองทำลูกชิ้นแต่ละสูตร สมาชิกทุกคน
08/06/52 นำมาให้เพื่อนทดลองชิม และบันทึกผล สมาชิกทุกคน
12-15/06/52 จัดทำรูปเล่มรายงาน และสรุปผลการทดลอง สมาชิกทุกคน
14-15/07/52 ทำลูกชิ้นอีกครั้งหนึ่ง เพื่อใช้ในการนำเสนอ สมาชิกทุกคน
17/07/52 นำเสนอผลงาน สมาชิกทุกคน

10. เอกสารอ้างอิง
http://ramaclinic.ra.mahidol.ac.th/herb/herb0023.html
http://bbznet.pukpik.com/scripts2/view.php?user=healthy&board=9&id=19&c=...
http://www.school.net.th/library/create-web/10000/science/10000-1904.html
http://www.geocities.com/spm_bkk/ball.html#player
http://www.ismed.or.th/SME2/src/bin/controller.php?view=knowledgeInsite....

รูปภาพของ puangtip

  Undecidedเอ...ครูจะให้คำแนะนำก็เกรงใจนะ ไม่ได้เป็นที่ปรึกษา..แต่ก็เป็นเรื่องน่าสนใจค่ะ  ทำได้ติดตลาดอาจรวยได้...ให้กำลังใจ

บทคัดย่อโครงงานฟิสิกส์
สมาชิก : นางสาว กัลยารัตน์ ลิขิตรัตติวงศ์ ม.5/6 เลขที่ 4
นางสาว พัชราภรณ์ ปิยะนันทสมดี ม.5/6 เลขที่ 8
นางสาว วนิดา รติยานุวัฒน์ ม.5/6 เลขที่ 18
ชื่อโครงงาน : เครื่องดูดผงชอล์ก
ที่มาและความสำคัญ : เนื่องจากปัจจุบันภายในห้องเรียนมักมีปัญหาเรื่องการทำความสะอาดรางชอล์ก เนื่องจากว่า เมื่อทำความสะอาดแต่ละครั้งผงชอล์กจะปลิวขึ้นทำให้เป็นเรื่องยากต่อการทำความสะอาด และ บางครั้งอาจจะใช้แค่ผ้าชุบน้ำเช็ดแล้วทำให้บริเวณรางชอล์กไม่สะอาด อีกทั้ง หากห้องใดที่ไม่ทำความสะอาดบริเวณรางชอล์กหรือทำความสะอาดไม่เกลี้ยง ผงชอล์กอาจปลิวและกระจายไปในห้องได้ ดังนั้นกลุ่มของพวกเราจึงคิดค้นประดิษฐ์ “เครื่องดูดผงชอล์ก” ขึ้นโดยอาศัยหลักการการทำงานของเครื่องดูดฝุ่นนำมาประยุกต์ใช้กับโครงงานของกลุ่มพวกเรา
วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อความสะดวกรวดเร็วต่อการทำความสะอาดรางชอล์ก
2. เพื่อลดฝุ่นผงภายในห้องเรียน
3. เพื่อศึกษากลไกลการทำงานของเครื่องดูดฝุ่น

รูปภาพของ puangtip

Surprisedเรามาพบครูแล้วนี่..ปรับปรุงแล้วยัง?

บทคัดย่อ โครงงานเคมี เรื่อง : ครีมรักษาสิวจากธรรมชาติ
ระดับชั้น : มัธยมศึกษาปีที่ 5
ชื่อผู้จัดทำโครงงาน : นางสาวณัฐธิดา อู่ทิฆัมพร ม.5/6 เลขที่ 26
นางสาวสสินี ปานสายลม ม.5/6 เลขที่ 27
นางสาวภารดี สรรพพิทยากร ม.5/6 เลขที่ 33
ระยะเวลาโครงการ : ประมาณ 1 เดือน
บทคัดย่อ : ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนนั้น วัยรุ่นอย่างพวกเราก็มักจะรักความสวยความงาม และสิ่งที่เป็นปัญหาบนใบหน้าของพวกเรามากที่สุดนั้นก็คือสิว และครีมที่ใช้รักษาสิวทั้งหลายนั้น ประกอบด้วยสารเคมีมากมาย ที่บางคนก็อาจแพ้ได้ และมีราคาค่อนข้างที่จะสูง ทางคณะผู้จัดทำ จึงคิดว่าจะดีกว่ามั้ย ถ้าเราจะใช้ครีมรักษาสิวที่ทำจากธรรมชาติ อย่างเช่น เปลือกมังคุด เปลือกทับทิม เปลือกองุ่น ซึ่งมีสารแทนนิน ที่มีสรรพคุณในการช่วยสมานแผลในปริมาณที่ต่างกัน โดยทางคณะผู้จัดทำจะผลิตครีมทั้งสามชนิดนี้ขึ้น และทดลองโดยการให้กลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นวัยรุ่น 3 คนซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับสิว มาทดลองใช้ครีมทั้ง 3 ชนิดนี้ เป็นเวลา 1 สัปดาห์ และเมื่อครบกำหนดเวลานั้น ก็มาเปรียบเทียบปริมาณสิวบนใบหน้า ว่าลดลงไปมากน้อยแค่ไหน

รูปภาพของ puangtip

Surprisedน่าสนใจ...ระวังเรื่องสารเคมีที่อาจแพ้ได้

บทคัดย่อ โครงงานเคมีเรื่อง การชะลอความสุกของผลไม้ด้วยว่านหางจระเข้
ในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่า ทุกๆประเทศทั่วโลกประสบปัญหาเศษฐกิจ ทำให้ประชาชนในประเทศ ลดการบริโภคสินค้าต่างๆ รวมถึง มีผลต่อผลผลิตทางการเกษตรออกสู่ตลาดมากเกินไปต่อความต้องการของผู้บริโภค เช่น ลำไย มังคุค เงาะ และอื่นๆอีก ส่งผลให้ราคาขายในท้องตลาดมีราคาต่ำลง เกษตรกรมีรายได้ลดลง
จากปัญหาดังกล่าวข้างต้น ได้ทำการสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต พบว่า มีการทดลองยืดอายุของมะม่วง ทุเรียน กล้วยซึ่งเป็นผลไม้ที่เสียค่อนข้างง่าย โดยใช้สารละลายลอคตินเอ ซึ่งเป็นสารที่อยู่ในว่านหางจระเข้ กลุ่มของเราจึงคิดที่จะลองทำการทดลอง โดยนำมาทดลองกับส้มแทน เนื่องจากในบางฤดูกาลปริมาณส้มก็มีค่อนข้างมากและอาจจะเกิดการเน่าเสียได้ ดังนั้น กลุ่มของเราจึงทำโครงงาน “การชะลอความสุกของผลไม้ด้วยว่านหางจระเข้” ขึ้นมา

สมาชิกในกลุ่ม
1.ศศิธร นิมิตรเมธากร เลขที่ 2 ม.5/6
2.จุฬาลักษณ์ เดชเฟื่อง เลขที่ 12 ม.5/6
3.ณัฐณิชา อนันต์วุฒิสมบัติ เลขที่ 13 ม.5/6
4.ธมลวรรณ พรมพลอย เลขที่ 32 ม.5/6

รูปภาพของ puangtip

Surprisedว้าว...ดีจัง..ขอให้สำเร็จนะ...เป็นกำลังใจให้...(การนำเสนอบทคัดย่อไม่สมบูรณ์)

ไม่ทราบว่ามีข้อมูลหรือวิธีสำกัดป่าวคับ

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์สาขาฟิสิกส์

1. ชื่อโครงงาน
Feed Ur Fish in urgent day

2. ผู้จัดทำโครงงาน
1. นางสาวมโนชา สุทธิชัยพิชาติ เลขที่ 23 ม.5/6
2. นางสาวจิรัชญา ตั้งเจตสกาว เลขที่ 39 ม.5/6
3. นางสาวปาจรีย์ อิทธิรัตนโชติ เลขที่ 40 ม.5/6

3. อาจารย์ที่ปรึกษา
1. คุณครู พวงทิพย์

4. ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
เนื่องจากในยุคปัจจุบัน เป็นยุคแห่งความเร่งรีบและความเครียด ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ต้องออกจากบ้านตั้งแต่เช้า และกลับมาอีกทีก็ดึกๆเลย ไม่เว้นแม้กระทั่งนักเรียน นักศึกษา
ผู้คนเหล่านี้ต้องเผชิญกับงาน งาน และงาน ก่อให้เกิดความเครียดสะสม ซึ่งในปีๆหนึ่งอาจจะไม่ได้ไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจบ้างเลยก็มี บุคคลเหล่านี้อาจเป็นจุดเสี่ยงของโรคต่างๆมากมายเช่น โรคไมเกรน โรคเครียด หรือแม้กระทั่งมะเร็ง การเลี้ยงสัตว์อาจเป็นทางช่วยหนึ่งในการผ่อนคลายความเครียดได้ แต่ผู้คนส่วนใหญ่กลับกลัวว่าตนจะไม่มีเวลาให้สัตว์เลี้ยงนั้นๆ แม้กระทั่งเวลาให้อาหารก็ตาม
ทางคณะผู้จัดทำเล็งเห็นปัญหาในจุดนี้ จึงคิดค้นโครงงานนี้ขึ้นมา ซึ่งโครงงานของเราคือ “เครื่องให้อาหารปลาอัตโนมัติ” เพียงตั้งเวลาไว้ เมื่อถึงกำหนดเครื่องจะทำการปล่อยอาหารลงไปในตู้ปลาเองโดยอัตโนมัติ

5. วัตถุประสงค์
1. ประดิษฐ์เครื่องให้อาหารปลาอัตโนมัติ
2. ลดภาระการดูแลสัตว์เลี้ยงของประชาชน ในภาวะเร่งรีบเช่นนี้

6. สมมุติฐาน
1. เครื่องจะสามารถปล่อยอาหารปลาได้ภายในเวลาที่กำหนด
2. เครื่องสามารถให้อาหารได้ในปริมาณที่กำหนด

7. ขอบเขตการศึกษา
ศึกษาและประดิษฐ์เครื่องให้อาหารปลาอัตโนมัติ ที่สามารถใช้งานได้จริง

8. วิธีดำเนินการ
1. ศึกษาอุปกรณ์ที่จะใช้ในการประดิษฐ์เครื่องให้อาหารปลาอัตโนมัติ
2. ออกแบบสิ่งประดิษฐ์
3. ซื้ออุปกรณ์ และลงมือปฏิบัติ
4. ทดลองใช้ บันทึกผล

9. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. เครื่องจะสามารถปล่อยอาหารปลาได้ภายในเวลาที่กำหนด
2. เครื่องสามารถให้อาหารได้ในปริมาณที่กำหนด

10. แผนการกำหนดเวลาปฏิบัติงาน
วัน/เดือน/ปี รายการ ผู้รับผิดชอบ
23/05/2552 ทำบทคัดย่อเพื่อส่งให้อาจารย์ประจำวิชา ประเมิน สมาชิกทุกคน
06/06/2552 ศึกษาเครื่องมือ และออกแบบสิ่งประดิษฐ์ สมาชิกทุกคน
13/06/2552 ซื้ออุปกรณ์เพื่อลงมือสร้างสิ่งประดิษฐ์ สมาชิกทุกคน
20/06/2552 ลงมือสร้างสิ่งประดิษฐ์ สมาชิกทุกคน
28-30/06/2552 ทำการทดลองและบันทึกผล สมาชิกทุกคน
11/06/2552 ทำพรีเซนต์เทชั่น เพื่อนำเสนอ สมาชิกทุกคน
20/06/2552 สรุปผลการทำงานในกลุ่ม สมาชิกทุกคน

11. เอกสารอ้างอิง

คู่มือการสร้างสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ ของ ดร. ประพันธ์ นิติวิวัฒกูล

รูปภาพของ puangtip

Winkก็ดีนะ ถ้าเปลี่ยนเป็นให้อาหารสุนัขได้ไหม...ครูมีสุนัขต้องรับผิดชอบ

ยินดีที่พบกัน.......ครู พวงทิพย์ วีระณรงค์ โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย

1. ชื่อโครงงาน เครื่องอัดชอล์ก
2. ชื่อผู้ทำโครงงาน
1.นางสาวอัจฉรา คล้ายแก้ว(29)
2.นางสาวปรียาภรณ์ อัครวุฒิเมธากรณ์(30)
3.นางสาวเกวลิน ตันวัชรปาณี (31)
3. ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน ครูพวงทิพย์
4. ที่มาและความสำคัญของโครงงาน/ความเป็นมา
ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันคุณครูตามโรงเรียนต่างๆล้วนใช้ชอล์กในการเรียนการสอนเกือบทั้งสิ้น ทำให้เกิดผลชอล์กมากมายก่อให้เกิดความสกปรก ยิ่งในห้องเรียนที่ทำความสะอาดรางชอล์กนานๆครั้งจะมีผงชอล์กสะสมอย่างมากมายทำให้ห้องเรียนไม่น่าเรียน คณะผู้จัดทำจึงคิดหาวิธีที่จะใช้ประโยชน์จากผงชอล์กที่ดูไร้ค่าให้กลับมาเป็นผงชอล์กอีกครั้ง
ซึ่งการแปรรูปผงชอล์กให้เป็นชอล์กนั้นวิธีการ คือ การผสมโดยใช้มือ ซึ่งจะกินเวลานานมาก ดังนั้นคณะผู้จัดทำจึงจะคิดค้นเครื่องอัดชอล์กที่จะช่วบทุ่นแรงและประหยัดเวลามากกว่านี้
5. วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า/เป้าหมาย
1.เพื่อช่วยทุ่นแรงในการทำผงชอล์กให้กลับคืนรูปเดิม
2.เพื่อประหยัดเวลา
3.ประดิษฐฺ์เครื่องอัดชอล์กได้สำเร็จ
6. วิธีดำเนินงาน
1.คิดหัวข้อโครงงาน
2.เขียนบทคัดย่อ
3.หาข้อมูล
4.ประดิษฐ์เครื่องอัดชอล์ก
7. แผนปฏิบัติงาน
21-26พ.ค. คิดหัวข้อโครงงาน
27-29พ.ค. เขียนบทคัดย่อ
30พ.ค.-10มิ.ย. หาข้องมูล
11-30 มิ.ย. ประดิษฐ์เครื่องอัดชอล์ก และทดลอง
8. ผลที่คาดว่าจะได้
สามารถทำชอล์กจากผงชอล์กเก่าด้วยเครื่องมือที่ประดิษฐ์ขึ้นมาให้เป็นแท่งชอล์กได้
9. เอกสารอ้างอิง
http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=25238
http://www.sudipan.net/phpBB2/viewtopic.php?p=38516
http://learners.in.th/blog/phetarphorn3204/251714

รูปภาพของ puangtip

Innocent ...เราคุยกันแล้วนะ..

ยินดีที่พบกัน.......ครู พวงทิพย์ วีระณรงค์ โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 72 คน กำลังออนไลน์