ม.5/8 ส่งงานชิ้นที่ 1 วิชาฟิสิกส์พื้นฐานและเพิ่มเติม เทอม 1 ปี 2552 ถึงครูพวงทิพย์ ร.ร.สตรีศรีสุริโยทัย กทม.

รูปภาพของ puangtip

งานชิ้นที่ 1 บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ให้ระบุสาขาวิชา และเขียนบทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์ โดยมีแหล่งที่มาของเอกสารอ้างอิงด้วย

วิธีส่ง ส่งที่แสดงความคิดเห็น..............นะคะWink

บทคัดย่อ

โครงงานวิทยาศาสตร์ (ชีววิทยา)

เรื่อง เครื่องกลั่นน้ำพลังงานแสงอาทิตย์

ผู้จัดทำโครงงาน

1.) นางสาววาทินี หมายมั่นศร ม.5/8 เลขที่ 1

2.) นางสาวภัทรินทร์ ดิเรกโรจน์วุฒิ ม.5/8 เลขที่ 18

3.) นางสาวนุชจยา หงษ์อุดม ม.5/8 เลขที่ 22

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน

อาจารย์ธนพล กลิ่นเมือง

ที่มาและความสำคัญ

น้ำเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นในการดำรงชีวิตของมนุษย์ เพราะร่างกายมนุษย์ประกอบด้วยน้ำ 2 ใน 3

ของน้ำหนักแต่หากมองในประเทศที่พัฒนาแล้ว ประเทศไทยคือว่าค่อนข้างจะไม่ค่อยมีปัญหาด้านการขาดแคลนน้ำเท่าไหร่

โดยพื้นที่ที่มีปัญหาจะเป็นแถบชนบทจะเป็นเรื่องของการขาดแคลนน้ำสะอาด

โดยส่วนใหญ่แล้ว เครื่องกรองน้ำที่ใช้งบประมาณมาก จะไม่สามารถทำน้ำให้สะอาดใส 100%

แต่หากใช้วิธีกลั่นจะทำให้ไม่ได้รับแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์เลย แม้ว่าน้ำที่กลั่นออกมานั้นจะสะอาดก็ตาม ถ้าหากนำน้ำที่กลั่นแล้วมา

เติมแร่ธาตุลงไป คงจะเป็นประโยฃน์เป็นอย่างมาก ทางผู้จัดทำจึงคิดทำการทดลองนี้ขึ้นมา

วัตถุประสงค์

- เพื่อทำเครื่องกรองน้ำที่มีประสิทธิภาพสูง ราคาถูก

- สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ในพื้นที่ ที่ขาดแคลนน้ำสะอาด

- น้ำที่ได้จากการกรองนั้น เป็นน้ำที่สามารถดื่มได้จริงและยังส่งเสริมแร่ธาตุลงไป เช่น เหล็ก ไอโอดีน ฯลฯ ในอัตราส่วนพอเหมาะ

สมมติฐาน

น้ำที่ได้จากการกรอง กลั่น นำมาเติมแร่ธาตุนี้ จะได้ประโยชน์ต่อร่างกายได้มากกว่าน้ำที่มีขายทั่วไป

ขอบเขตการศึกษา

ตัวแปรต้น น้ำธรรมดา น้ำประปา น้ำที่ได้จากการกรอง

ตัวแปรตาม คุณภาพน้ำ

ตัวแปรควบคุม ปริมาณน้ำ อุณหภูมิ

เวลาในการดำเนินงาน 1 เดือน

วิธีการดำเนินการ

1.ศึกษาการใช้หินชนิดต่างๆเพื่อเสริมแร่ธาตุ

2.ออกแบบโครงงาน

3.สร้าง

4.ทดลอง

5.เปรียบเทียบ

6.บันทึกผล

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

ได้เครื่องกรองน้ำชนิดใหม่ ทำได้ง่าย และไม่เปลืองค่าใช้จ่ายต่อเนื่องในการซื้อน้ำ

แผนการนำเสนอ

นำเสนอชิ้นงานสิ่งประดิษฐ์เครื่องกรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ที่สามารถกรองน้ำให้สะอาดบริสุทธิ์ 100% และทำให้ได้แร่ธาตุที่มี

ประโยชน์ต่อร่างกายให้ได้คุณภาพสูงสุด

***โครงงาน ประเภทฟิสิกส์

***ชื่อโครงงาน : Magna doodle

***ชื่อผู้ทำโครงงาน น.ส.ญาดา มุขอารีวัฒนา ม.5/8 เลขที่ 10
น.ส.นาตยา บุตรครุธ ม.5/8 เลขที่ 12
น.ส.กลธิรา เชาว์วุฒิประสิทธิ์ ม.5/8 เลขที่ 13
น.ส.ศิวพร ฉลองขวัญ ม.5/8 เลขที่ 14
***ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน : อาจารย์ พวงทิพย์ วีระณรงค์
อาจารย์ กุลรณี อารีมิตร
อาจารย์ ธนพล กลิ่นเมือง

***ที่มาและความสำคัญของโครงงาน/ความเป็นมา
เนื่องจากโลกของเราในตอนนี้มีการตัดไม้ทำลายป่ากันมากจึงทำให้เกิดภาวะโลกร้อนกับโลกของเรา กระดาษที่เราใช้กันอยุ่ทุกวันนี้ก็นำมาจากต้นไม้โดยทั่วไปที่ข้าพเจ้าเห็นคือใช้กระดาษกันอย่างสิ้นเปลืองเพื่อเป็นการรักษาสภาพแวดล้อมและรักษาทรัพยากรทางธรรมชาติทางกลุ่มของข้าพเจ้าจึงคิดว่ากระดานMagna doodleนี้สามารถทำให้โลกของเรามีสภาพแวดล้อมที่ดีโดยไม่ก่อให้เกิดฝุ่นและกองขยะกระดาษมากมาย จึงได้คิดทำโครงงานนี้

***วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า/เป้าหมาย
-เพื่อรักษาทรัพยากรของธรรมชาติให้มีสภาพที่ดี
-เพื่อศึกษาส่วนประกอบและทดลองทำกระดานMagna doodle

***สมมติฐานของการศึกษาค้นคว้า (ถ้ามี)
สบู่เหลวสามารถนำมาเป็นส่วนผสมในการทำตัวกระดานได้

***วิธีดำเนินงาน
1.คิดค้นหาโครงงานฟิสิกส์
2.ปรึกษาอาจารย์
3.ศึกษาข้อมูลวิธีการทำสิ่งประดิษฐ์
4.ทดลองทำสิ่งประดิษฐ์
5.ทดสอบสิ่งประดิษฐ์
6.สรุปผล

***แผนการดำเนินงาน
วันที่ 23 พ.ค. 52 คิดค้นหาโครงงาน * สมาชิกทุกคนในกลุ่ม
วันที่ 25-27 พ.ค. 52 สืบค้นข้อมูล * กลธิรา , ศิวพร
วันที่ 28 พ.ค. 52 ปรึกษาอาจารย์ * สมาชิกทุกคนในกลุ่ม
วันที่ 06-14 มิ.ย. 52 ทดลองทำสิ่งประดิษฐ์ * ศิวพร , ญาดา
วันที่ 15 มิ.ย. 52 ทดสอบสิ่งประดิษฐ์ * นาตยา , กลธิรา
วันที่ 16 มิ.ย. 52 สรุปผล * นาตยา ,ญาดา

***ผลที่คาดว่าจะได้รับ
สบู่เหลวนำมาทำเป็นส่วนผสมในการทำกระดานและสามารถเขียนได้

***เอกสารอ้างอิง
http://www.rmutphysics.com/charud/howstuffwork/magna-doodle/magna-doodle...

ชื่อโครงงาน วัดค่าพลังงานแสงอาทิตย์
ชื่อผู้ทำโครงงาน
1. นางสาว ชุณหกาญจน์ สุนทรโชติช่วง เลขที่ 11
2. นางสาว อัญชลี หอมจันทร์ เลขที่ 15
3. นางสาว คำพิลา บุญพุฒ เลขที่ 16
4. นางสาว วิศนันทน์ ศิริศรีวัฒนาถาวร เลขที่ 45
ครูที่ปรึกษา
อาจารย์ พงทิพย์ วีระณรงค์
อาจารย์ กุลรณี อารีมิตร
อาจารย์ ธนพล กลิ่นเมือง
ที่มาและความสำคัญของโครงงาน/ความเป็นมา
เนื่องจากเครื่องวัดพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีขายในท้องตลาดทุกวันนี้ต้องนำเข้าจากต่างประเทศและมีราคาแพงคณะผู้จัดทำโครงงานจึงได้ประดิษฐ์เครื่องวัดพลังงานแสงอาทิตย์ราคาถูกขึ้นเพื่อให้สามารถใช้วัดค่าพลังงานแสงอาทิตย์ได้ตามเครื่องวัดมาตรฐานและสะดวกแก่การใช้งานในปัจจุบันเกิดวิกฤตการณ์ปัญหาภาวะโลกร้อนทำให้อากาศร้อนขึ้นอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงพลังงานของแสงอาทิตย์ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆโดยที่เราไม่รู้เลยว่าพลังงานที่แสงอาทิตย์ส่งมายังโลกนั้นทำให้ค่าพลังงานของแสงอาทิตย์เพิ่มมากขึ้นด้วยโดยไม่รู้ว่าพลังงานของแสงอาทิตย์ส่งมาเท่าใดกลุ่มข้าพเจ้าจึงคิดจัดทำเครื่องวัดพลังงานแสงอาทิตย์
วัตถุประสงค์
1. เพื่อหาค่าของพลังงานแสงอาทิตย์

แผนการกำหนดปฏิบัติงาน
วิธีการประดิษฐ์ทำได้โดยนำแผ่นอะลูมิเนียมทำเป็นกล่องเคลือบผิวหน้าด้วยสีดำเจาะรูอะลูมิเนียมด้านข้างเพื่อใส่เทอร์โมมิเตอร์และตัวต้านทานเข้าไป นำกล่องอะลูมิเนียมใส่ในแท่งโฟมเพื่อกันการสูญเสียความร้อน จากนั้นนำไปทดลองใช้รับแสงอาทิตย์ แล้วอ่านค่าอุณหภูมิจากเทอร์โมมิเตอร์ที่เสียบไว้ แล้วเปลี่ยนค่าอุณหภูมิเป็นค่า พลังงาน / พื้นที่ / วินาที โดยนำแท่งอะลูมิเนียมป้อนด้วยกระแสไฟฟ้า ผ่านตัวต้านทานที่ติดไว้เพื่อให้ความร้อน ปรับกระแสจนมีอุณหภูมิเท่ากับอุณหภูมิที่อ่านได้จากแสงอาทิตย์ จากนั้นคำนวณหาอัตราการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานความร้อน ผลจากการศึกษาทดลองพบว่า ค่าพลังงานแสงอาทิตย์จะขึ้นกับอุณหภูมิและสถานที่
จุดประสงค์
1.เพื่อวัดค่าพลังงานแสงอาทิตย์
สมมติฐาน
คาดว่าแสงอาทิตย์สามารถหาค่าพลังงานได้
วิธีดำเนินการ
วิธีการดำเนินการ
1. คิดหัวข้อโครงงาน
2. ศึกษาหาประโยชน์ของเครื่องวัดพลังงานจากแสงอาทิตย์ 3. เขียนเค้าโครงงาน
4. ปรึกษาครูที่ปรึกษาโครงงาน
5. ลงมือปฏิบัติ
แผนการปฎิบัติงาน
1.26-27พ.ค. คิดหัวข้อโครงงาน
2.27-29พ.ค. เริ่มเขียนเค้าโครงงาน และปรึกษาครูที่ปรึกษาโครงงาน
3.30พ.ค.-30มิ.ย. เริ่มลงมือปฏิบัติงาน
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
เครื่องวัดพลังงานแสงอาทิตย์สามารถวัดหาค่าได้จริง
เอกสารอ้างอิง
http://www.dede.go.th/dede/index.php?id=428

ชื่อโครงงาน โครงงาน “สีผมสวยด้วยผงใบกาว”
ผู้จัดทำ นางสาวณัฐชา เสนีวงศ์ ณ อยุธยา
นางสาวอุษณีย์ ลายรัตน์
นางสาวแก้วเพชร กองแก้ว
นางสาวปรีดาภรณ์ เกตุสมพงษ์
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/8
คุณครูที่ปรึกษา คุณครูกุลรณี อารีมิตร
ที่มาและเหตุผล
เนื่องจากในปัจจุบัน พืชสมุนไพรต่างๆได้ถูกนำมาประโยชน์ในชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้เพื่อการอุปโภค บริโภค เช่น การดื่มเพื่อสุขภาพ หรือรักษาโรค หรือแม้แต่กระทั่งนำมากำจัดยุง เป็นต้น ดังนั้น พวกเราจึงได้คิดที่จะนำพืชที่มีอยู่ในสิ่งแวดล้อม มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในด้านอื่นๆบ้าง นั่นก็คือ การนำมาย้อมสีผม ซึ่งพวกเราเลือกใช้ใบกาว ในการทดลอง เนื่องจากพวกเราได้ช่วยกันศึกษามาแล้วน่าจะสามารถนำมาย้อมสีผมได้ โดยเราทดลองด้วยกัน 2 วิธีคือใช้ทั้งสารสกัดใบกาวสดและผงของใบกาว ซึ่งอาจจะมีผลที่แตกต่างกันต่อผมที่นำมาย้อม
ทั้งนี้เหตุผลที่พวกเราเลือกที่จะนำใบกาวมาใช้ในการย้อมสีผมก๊เพราะว่าใบกาวเป็นพืช ซึ่งจะไม่ก่อให้เกิดผลเสียหรือเกิดผลเสียต่อเส้นผมน้อยกว่าสีย้อมผมปกติธรรมดาตามท้องตลาดทั่วไป แต่ยังคงมีด้วยประสิทธิภาพที่ดี.

วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการเปลี่ยนสีผมของผงสกัดใบกาวบริสุทธิ์ตามอัตราส่วน
ที่เหมาะสม
2. เพื่อนำพืชในท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์และเพื่อความปลอดภัยของสุขภาพ
สมมุติฐาน
ผงสกัดใบกาวบริสุทธิ์จะมีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนสีผมได้เหมือนกับสารสกัดใบกาวสดและสามารถนำมาใช้แทนกันได้
วิธีการดำเนินงาน
1) ประชุม วางแผนคิดโครงงานที่สนใจและต้องการจะทำ
2) แบ่งกันไปหาข้อมูลเกี่ยวกับโครงงาน ความรู้เพิ่มเติม แล้วนำมาปรึกษากัน
3) เริ่มเขียนเค้าโครงงาน
4) เริ่มวางแผนการทำงาน
- ปรึกษาผู้ที่มีความรู้
- หาวัสดุอุปกรณ์ เพื่อนำมาใช้ในการทดลอง
5) เริ่มปฏิบัติงาน
- ทำการทดลอง
วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินงาน
การทดลองที่ 1
1. ตัวอย่างเส้นผมที่นำมาทดลอง
2. สารสกัดใบกาวสด ตามอัตราส่วนที่เลือกไว้
3. น้ำเปล่า
การทดลองที่ 2
1. ผงสกัดใบกาวบริสุทธิ์ มวลตามอัตราส่วนที่เลือกไว้
2. น้ำสะอาด ปริมาตรตามอัตราส่วนเหมาะสมที่เลือกไว้
3. ตัวอย่างเส้นผมที่นำมาทำการทดลอง
วิธีการทดลอง
การทดลองที่ 1
มวลของใบกาว : ปริมาตรของน้ำสะอาด 100 กรัม : 30 ลูกบาศก์เซนติเมตร
1. นำใบกาวสดมวล 100 กรัม มาปั่นให้ละเอียด
2. นำใบกาวที่ได้จากข้อ 1 ใส่ลงในกะละมังใบเล็ก
3. เติมน้ำสะอาด ปริมาณ 30 ลูกบาศก์เซนติเมตร ลงในกะละมังที่มีใบกาวปั่น
ละเอียด
4. คั้นใบกาวในกะละมังใบเล็กจนกระทั่งใบมีสีซีด
5. กรองเอาสารที่ได้จากข้อ 4 โดยใช้ผ้าขาวบางและใช้ตะแกรงกรอง
6. ได้สารที่สกัดมาจากการสกัดใบกาว
7. นำสารสกัดใบกาวสดลงในหลอดทดลองเพื่อเปรียบเทียบกับอัตราส่วนอื่น
8. นำสารสกัดจากใบกาวสด ตามอัตราส่วนที่กำหนดไว้มาชโลมเส้นผมที่นำมา
ทดลอง
9. หมักตัวอย่างผสมกับสารสกัดใบกาวสดโดยหมักไว้นาน 30 นาที
10. ครบ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า
11. สังเกตการเปลี่ยนแปลงของสีผม
การทดลองที่ 2
1. นำผงสกัดใบกาวบริสุทธิ์ใส่ลงในบีกเกอร์ แล้วเติมน้ำสะอาดลงไปในบีกเกอร์มวล
ของผงสกัดใบกาวบริสุทธิ์ต่อปริมาตรของน้ำสะอาด เป็นไปตามอัตราส่วนที่เลือกไว้
2. นำเอาส่วนผสมของข้อที่ 1 มาชโลมตัวอย่างเส้นผมที่นำมาทดลอง
3. หมักตัวอย่างผมกับผงสกัดใบกาวบริสุทธิ์ไว้นาน 30 นาที
4. ครบ 30 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า
5. สังเกตการเปลี่ยนแปลงของสีผม
ขอบเขตการศึกษา
ตัวแปรต้น สารสกัดใบกาวสด , ผงใบกาว
ตัวแปรตาม สีของผม
ตัวแปรควบคุม อัตราส้วนของน้ำ , ระยะเวลาในการหมักผม
สถานที่ดำเนินการ : โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย,บ้านผู้จัดทำ
ระยะเวลาในการดำเนินงาน : 2 เดือน (ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-เดือนมิถุนายน)
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. ได้อัตราส่วนที่เหมาะสมของผงสกัดใบกาวบริสุทธิ์ต่อน้ำสะอาดใน
การเปลี่ยนสีผม
2. ได้ทราบถึงประสิทธิภาพในการเปลี่ยนสีผมของผงสกัดใบกาวบริสุทธิ์
3. ได้นำพืชในท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์และปลอดภัยต่อสุขภาพ
เอกสารอ้างอิง
http://www.tet2.org/index.php?lay=show&ac=article&Id=560691&Ntype=3

ชื่อโครงงาน : Bicycle of energy
ชื่อผู้ทำโครงงาน น.ส.สินี ธงถาวรสุวรรณ เลขที่ 2
น.ส. สโรชา วันหวัง เลขที่ 20
น.ส.จตุพร เจริญสุขเกษม เลขที่ 23
น.ส.กานต์ชนิต พัฒนะอิ่ม เลขที่ 24
ครูที่ปรึกษา คุณครู พวงทิพย์ วีระณรงค์
คุณครู กุลรณี อารีมิตร
คุณครูธนพล กลิ่นเมือง
คุณครู สมชาย น่วมกลิ่น
ที่มาและความสำคัญของโครงงาน/ความเป็นมา
ในปัจจุบันนี้มีการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างฟุ่มเฟือยอย่างการเล่นคอมพิวเตอร์ การดูทีวี ทำให้เสียพลังงานไฟฟ้าไปโดยเปล่าประโยชน์ และพวกเราได้คิดหาวิธีการที่จะผลิตพลังงานไฟฟ้าทดแทนขึ้นมาใช้ประโยชน์ โดยพวกเราเล่งเห็นว่าสามารถนำสิ่งต่าง ๆรอบตัวมาสร้างพลังงานไฟฟ้าได้ โดยเริ่มคิดก่อนว่าพลังงานไฟฟ้ามาจากได้บ้าง
ไหนพลังงานไหนสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยวิธีไหน ซึ้งพบว่าการที่จะผลิตพลังงานไฟฟ้าได้มาจาก พลังงานกล พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานจากก๊าซ พลังงานน้ำ พวกเราต่างก็มีความสงสัยว่าพลังงานกลสามารถผลิตไฟฟ้าได้หรือไม่ จึงได้ทำการศึกษาแล้วพบสิ่งใกล้ตัวนั้นก็คือจักรยาน
วัตถุประสงค์
1.เพื่อเป็นการประหยัดพลังงานให้กับสังคมในชนบท หรือ ที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง
2.เพื่อเป็นการส่งเสริมความบากบั่น หมั่นเพียร
3.เพื่อให้เด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่ได้ออกกำลังกาย เป็นการส่งเสริมสมรรถภาพอย่างหนึ่ง
4.เพื่อให้ประชาชนทุกคนตระหนักถึงพลังงาน และรู้คุณค่าของพลังงานและรู้จักใช้พลังงานทดแทนอย่างถูกต้อง
5.เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ
6.เพื่อการเรียนรู้ความรู้ในทางวิทยาศาสตร์และการประยุกต์ใช้ให้กับเด็กๆและเยาวชนผู้ไม่มีโอกาสทางการศึกษา
7.เพื่อการเรียนรู้ความรู้ในทางวิทยาศาสตร์และการประยุกต์ใช้อย่างถูกวิธีให้กับประชาชน
แผนการกำหนดปฏิบัติงาน
1.นำสายพานจากล้อรถจักรยานต่อไปยังมู่เล่ของไดนาโมชนิดกระแสตรง ขนาดแรงเคลื่อน 12 โวลต์
2.เราก็หมุนจักรยานซึ่งเราต่อสายพานจากล้อไปยังมู่เล่ของไดนาโม
3.เก็บกระแสไฟฟ้าที่ได้จากการหมุนล้อจักรยาน นำไปประจุในเซลสะสมไฟฟ้าแบบตะกั่ว หรืออาจจะนำไปใช้โดยตรงก็ได้
4.นำไปใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าได้เกือบทุกชนิด เช่น ชุดจุดหลอดไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ วิทยุ เทป ตู้เย็น ทีวี เป็นต้น
*กระแสที่ได้จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนรอบที่ปั่นจักรยาน
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1.รู้จักการนำพลังงานกลมาเปลี่ยนเป็นรูปพลังงานไฟฟ้าให้เกิดประโยชน์
2.นำไปใช้เป็นเครื่องมือในการออกกำลังกายสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี
3.สามารถนำไปใช้ได้ในทุกๆที่แม้แต่ในชนบทที่ห่างไกล
4.สามารถนำไปใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าได้เกือบทุกชนิด
5.ประหยัดงบประมาณ สามารถนำมาใช้ได้จริง
6. ช่วยลดภาวะโลกร้อนอันเนื่องมาจากการผลิตไฟฟ้าด้วยวิธีอื่นได้เป็นอย่างดี

เอกสารอ้างอิง http://www.rmutphysics.com/charud/oldnews/146/science/dynamo.htm

ชื่อโครงงาน
น้ำ + ขี้เถ้า กู้โลกกกก

ชื่อผู้ทำโครงงาน
น.ส. ณัชชา จันทร์วิถาสวงศ์ ม. 5/8 เลขที่ 29
น.ส. ภาณุมาศ ตันเจริญ ม. 5/8 เลขที่ 32
น.ส. อลีนา พรมศร ม. 5/8 เลขที่ 32
น.ส. พิมพ์ชนก อัศวศรีวรกุล ม. 5/8 เลขที่ 32

ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน
คุณครู กุลรณี อารีย์มิตร
คุณครู พวงทิพย์ วีระณรงค์
คุณครู ธนพล กลิ่นเมือง

ที่มาและความสำคัญของโครงงาน/ความเป็นมา
ในปัจจุบันปัญหาสภาพแวดล้อมเป็นพิษได้รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการเผาขยะก้อเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ควันดำ ควันเสีย ลอยขึ้นไปทำลายชั้นบรรยากาศของโลก ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก และ ยังทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบการหายใจมากขึ้น กลุ่มของข้าพเจ้ารู้สึกสนใจวิธีที่จะช่วยลดปริมาณควันพิษให้น้อยลง จึงได้จัดทำโครงงานนี้ขึ้น

วัตถุประสงค์ของการศึกาค้นคว้า/เป้าหมาย
1. เพื่อเปรียบเทียบว่าระหว่างน้ำกับน้ำขี้เถ้าอันไหนสามารถลดมลพิษได้ดีกว่ากัน
2. เพื่อเป็นแนวทางในการลดมลพิษในอากาศ
3. เพื่อช่วยในการรักษาสิ่งแวดล้อมของบ้านเมือง

สมมุติฐานของการศึกษาค้นคว้า(ถ้ามี)
น้ำขี้เถ้าสามารถลดปริมาณควันพิษได้ดีกว่า น้ำ

ตัวแปรต้น
ได้แก่ น้ำ และ น้ำขี้เถ้า

ตัวแปรตาม
ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือควันพิษที่ได้จากการเผาขยะ

ตัวแปรควบคุม
ปริมาณขยะ ระยะเวลาในการเผา ปริมาณน้ำที่ใช้ในการเผา

วิธีดำเนินงาน
1. คิดโครงงานที่จะทำ
2. วางแผนการทำงาน
3. แบ่งกันหาข้อมูล
4. ปรึกษาอาจารย์
5. ทำการทดลอง
6. สรุปผล

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. ได้วิธีลดมลพิษที่เกิดจากการเผาขยะ
2. ทำให้ทราบว่าน้ำหรือน้ำขี้เถ้าชนิดไหนสามารถลดมลพิษได้ดีที่สุด
3. ทำให้เห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและรู้จักอนุรักษ์ธรรมชาติ

1. ชื่อโครงงาน
-หมึกชา ช่า ช๊า!

2. ชื่อผู้ทำโครงงาน
-นางสาวพัชรภรณ์ บับพาน เลขที่ 19 ม.5/8
-นางสาวจิตราพร แต้สกุลทอง เลขที่ 21 ม.5/8
-นางสาวสิริวรรณ แสงวงศ์ เลขที่ 25 ม.5/8

3. ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน
-คุณครูกุลรณี อารีย์มิตร

4. ที่มาและความสำคัญของโครงงาน/ความเป็นมา
-ปัจจุบันประเทศไทยได้มีการผลิตน้ำหมึกออกมาจำหน่าย ทั้งยังได้มีการรับน้ำหมึกเข้ามาในประเทศ และน้ำหมึกเหล่านั้นอาจจะมีสารเคมีปะปนอยู่ซึ่งอาจจะมีอันตรายต่อผู้ใช้ ทั้งยังมีราคาค่อนข้างสูง ทำให้เป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ กลุ่มของข้าพเจ้าจึงได้คิดทำน้ำหมึกที่มีต้นทุนต่ำและไม่มีสารเคมีปะปนอยู่ โดยน้ำหมึกเหล่านี้จะทำโดยใช้ใบชาซึ่งสามารถหาซื้อได้ทั่วๆไปตามร้านค้ามาทำปฏิกิริยาทางเคมีกับสนิมโลหะที่มีอยู่ทั่วไปซึ่งได้จากโลหะที่เป็นสนิม เมื่อทั้งสองได้ทำปฏิกิริยาทางเคมีแล้วก็จะเกิดเป็นน้ำหมึกที่ไม่มีสารเคมีปะปนอยู่และไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ แล้วยังมีต้นทุนต่ำอีกด้วย
โดยกลุ่มของข้าพเจ้าจะทำการทดลองเกี่ยวกับประสิทธิภาพที่ดีที่สุดของน้ำหมึก โดยจะหาประสิทธิภาพที่ดีที่สุดของน้ำชาที่ได้และจะใช้ใบชาต่างชนิดกันเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของน้ำหมึกที่ได้

5. วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า/เป้าหมาย
- เพื่อศึกษาหาอัตราส่วนที่เหมาะสมของใบชาที่นำมาใช้ทำน้ำหมึก
-เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของน้ำหมึกที่ได้จากใบชามะลิ ใบชาเขียว ใบชาใบหม่อน

6. สมมติฐานของการศึกษาค้นคว้า (ถ้ามี)
-น้ำหมึกที่ได้จากใบชา..........มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด
ตัวแปรต้น : ใบชามะลิ ใบชาเขียว ใบชาใบหม่อน
ตัวแปรตาม : ประสิทธิภาพที่ได้จากใบชาเขียว ใบชามะลิ ใบชาใบหม่อน
ตัวแปรควบคุม : ปริมาณใบชาเขียว ใบชามะลิ ใบชาใบหม่อน, ปริมาณน้ำ, ระยะเวลาในการตั้งน้ำหมึกทิ้งไว้,

7. วิธีดำเนินงาน
-วางแผนว่าจะเลือกเรื่องอะไร
-ถ้าคุยกันรู้เรื่องหรือได้ว่าจะทำเรื่องไรก็หาเนื้อหาหาข้อมูลที่ต้องการ
-นำข้อมูลเหล่านั้นไปปรึกษาคุณครู
-หาสรุปว่าเราทำโครงงานนี้เพื่ออะไร
-ทำการทดลอง
-ดูผลที่ออกมาว่าชาประเภทไหน......แล้วแต่จะทราบ

8. แผนปฏิบัติงาน
-25/05/09 คิดหัวข้อโครงงานเพื่อมานำเสนอต่อสมาชิกในกลุ่ม - สมาชิกทุกคน
25/05/09 เลือกหัวข้อโครงงานและค้นหาข้อมูล - สมาชิกทุกคน
28/05/09 เสนอโครงงาน - สมาชิกทุกคน
29/05/09 ร่างและส่งบทคัดย่อ - สมาชิกทุกคน
9. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
-สามารถได้น้ำหมึกออกมา และนำไปใช้ประโยชน์ได้
10. เอกสารอ้างอิง
-http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=40676
-http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%B2

ชื่อโครงงาน
ประเภทโครงงาน : เคมี
การชะลอการสุกของผลไม้ด้วยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
ชื่อผู้ทำโครงงาน
นางสาวธนัยนันท์ ลีหะสุนนท์ เลขที่ 9 ม.5/8
นางสาวกนกนพร รัตนเจริญพร เลขที่ 17 ม.5/8
นางสาวศิรินธร สาเสนา เลขที่ 41 ม.5/8
ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน
อาจารย์กุลรณี อารีย์มิตร
อาจารย์พวงทิพย์ วีระณรงค์
อาจารย์ธนพล กลิ่นเมือง
ที่มาและความสำคัญ
เนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองเกษตรกรรม มีการปลูกผลไม้เป็นจำนวนมากทำให้ผลไม้ล้นตลาด ส่งขายไม่ทันเกิดการเน่าเสีย ส่งผลต่อเกษตรกรเป็นอย่างมาก ดังนั้นโครงงานชิ้นนี้จึงจัดทำขึ้นเพื่อชะลอการสุกของผลไม้เพื่อลดการเน่าเสียซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของเกษตรกร และการชะลอการสุกของผลไม้ต้องอาศัยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ เนื่องจากว่าการที่ผลไม้เน่าเสียได้เร็วนั้นเพราะในอากาศมีแก๊สออกซิเจนจึงทำให้เชื้อโรคและผลไม้เจริญเติบโตได้เร็ว เราจึงต้องพยายามลดแก๊สออกซิเจนด้วยการใช้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า
1.เพื่อชะลอการสุกของผลไม้
2.เพื่อยับยั้งเชื้อโรคซึ่งอาจติดมากับผลผลิต
สมมติฐานของการศึกษาค้นคว้า
ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สามารถชะลอการสุกของผลไม้ได้
วิธีดำเนินงาน
1.วางแผนว่าจะทำโครงงานเรื่องอะไร
2.ได้หัวข้อโครงงานและช่วยกันหาข้อมูล
3.นำโครงงานไปปรึกษาอาจารย์
4.ทำการทดลองตามที่วางแผนไว้
5.เก็บรวบรวมข้อมูลที่ได้ทดลองไว้
แผนปฏิบัติงาน
22/05/09 คิดหัวข้อโครงงานเพื่อมานำเสนอต่อสมาชิกในกลุ่ม - สมาชิกทุกคน
25/05/09 เลือกหัวข้อโครงงานและค้นหาข้อมูล - ธนัยนันท์ + กนกพร
28/05/09 เสนอโครงงาน - สมาชิกทุกคน
29/05/09 ร่างและส่งบทคัดย่อ - สมาชิกทุกคน
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1.ชะลอการสุกของผลไม้ ทำให้ยึดอายุการเก็บรักษาของผลไม้ได้
2.ยับยั้งเชื้อโรคซึ่งอาจติดมากับผลผลิต
เอกสารอ้างอิง
http://www.rdi.ku.ac.th/FOODS/Apita/index_fruit.html
http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=56883
http://www.tistr-foodprocess.net/vegetable/vegetable_home/veg_home2.html
http://www.chemtrack.org/Board-Detail.asp?TID=0&ID=1042

ชื่อโครงงาน
“กล่องกำจัดกลิ่นด้วยโอโซน”
ผู้จัดทำ
นางสาว แก้วตา เรือนอินทร์ เลขที่ 38
นางสาว ตวงทอง สุระรังสิต เลขที่ 33
นางสาว รัตนา แซ่ฮึง เลขที่ 36
นางสาว วรัญญา สุจีรกุลกิจ เลขที่ 26

ครูที่ปรึกษา
คุณครู พวงทิพย์ วีระณรงค์
คุณครูกุลรณี อารีย์มิตร
คุณครูธนพล กลิ่นเมือง
คุณครู สมชาย น่วมกลิ่น

ที่มาและความสำคัญของปัญหา
เนื่องจากสภาพอากาศในปัจจุบัน ซึ่งเป็นฤดูฝน กอปรกับประเทศไทยเป็นประเทศเขตร้อนชื้น อาจทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์กับสิ่งของ เครื่องใช้ รวมทั้งเสื้อผ้าของเรา
แก๊สโอโซนมีคุณสมบัติที่ดูดกลิ่น กรองอากาศ และฆ่าเชื้อโรคได้ จึงเหมาะสำหรับการทำโครงงานชิ้นนี้ แต่เนื่องด้วยเครื่องผลิตแก๊สโอโซนมีราคาสูง ทางกลุ่มของดิฉันจึงได้ค้นคว้าเพิ่มเติม เพื่อหาทางเลือกอื่นในการสร้างแก๊สโอโซน ซึ่งก็ได้ข้อสรุปว่า โอโซนเป็นแก๊ซที่เกิดจากปฏิกิริยายาเคมีระหว่างออกไซด์ของไนโตรเจนและ ไฮโดรคาร์บอน และมีแสงแดดเป็นตัวพลังงานที่ทำให้เกิดก๊าซโอโซน แสงแดดหรือแสง UV ซึ่งเราสามารถแทนด้วยหลอดฆ่าเชื้อได้
วัตถุประสงค์
1. นักเรียนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ที่มีอยู่ได้
2. นักเรียนรู้จักการสังเกต การแก้ปัญหา และฝึกกระบวนการคิด
3. นักเรียนสามารถนำความรู้ที่มีมาแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้
4. นักเรียนสามารถนำความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สร้างสรรค์ผลงานที่แปลกใหม่และสามารถนำมาปรับใช้ได้จริง
5. นักเรียนรู้จักการทำงานเป็นหมู่คณะ
6. นักเรียนมีความสามัคคี มีการวางแผนการทำงาน และทำงานอย่างเป็นระบบ

สมมุติฐาน
ถ้าเกิดแก๊สโอโซนขึ้น กลิ่นที่ต้องการศึกษา จะหายหรือ เจือจางลง

ขอบเขตการศึกษา
ระยะเวลาดำเนินงาน 1 เดือน

แหล่งข้อมูล
-Internet
-หนังสือ บุคลากรที่มีความรู้
-คุณครู/อาจารย์
-รุ่นพี่

วิธีดำเนินงาน/ขั้นตอนการดำเนินงาน
เลือกหัวข้อโครงงาน 26/05/2552 สมาชิกทุกคนในกลุ่ม
หาข้อมูลรายละเอียดโครงงาน 26-28/05/2552 ตวงทอง,วรัญญา
เสนอโครงงาน 28/05/2552 สมาชิกทุกคนในกลุ่ม
ร่างและเขียนบทคัดย่อ 28/05/2552 สมาชิกทุกคนในกลุ่ม

งบประมาณ
600 บาท

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. นักเรียนนำความรู้ที่มีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้
2. นักเรียนสังเกต แก้ปัญหาได้ และคิดเป็น
3. นักเรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สร้างสรรค์ผลงานที่แปลกใหม่และสามารถนำมาปรับใช้ได้จริง
4. นักเรียนสามรถทำงานเป็นหมู่คณะได้
5. นักเรียนมีความสามัคคี มีการวางแผนการทำงาน และทำงานอย่างเป็นระบบ

เอกสารอ้างอิง
ที่มา http://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_toxic/applications/pics/o3.htm
http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Cid=28&Pid=19309
http://www.ozonicinter.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=27088&Ntype=1
http://www.toshibalight.com/detail27_t.html

โครงงาน ฟิสิกส์
ชื่อโครงงาน : กระดาน Magna doodle
ชื่อผู้ทำโครงงาน : นางสาวญาดา มุขอารีวัฒนา ม.5/8 เลขที่10
นางสาวนาตยา บุตรครุธ ม.5/8 เลขที่12
นางสาวกลธิรา เชาว์วุฒิประสิทธิ์ ม.5/8 เลขที่ 13
นางสาวศิวพร ฉลองขวัญ ม.5/8 เลขที่ 14
ชื่อครูที่ปรึกษา : คุณครูพวงทิพย์ วีระณรงค์
บทคัดย่อ: สิ่งประดิษฐ์ที่จัดทำขึ้นมานั้นทางผู้จัดทำประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อรักษาทรัพยากรของธรรมชาติไม่ให้สิ้นเปลืองโดยเฉพาะตอนนี้เกิดภาวะโลกร้อนกับโลกของเราเพื่อประหยัดทรัพยากรของธรรมชาติอย่างเช่นต้นไม้ซึ่งตอนนี้ป่าไม้บ้านเราต้นไม้เริ่มเหลือน้อยเต็มทีทางผู้จัดทำจึงเกิดความคิดที่จะช่วยโลกของเราประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ขึ้นมา ในการทำกระดานMagna doodleนั้นจะมีพลาสติกใสอยุ่3ส่วนคือส่วนของด้านหน้า ชั้นกลางและด้านหลัง ด้านหน้าจะเป็นพลาสติก ชั้นกลางนั้นจะเป็นพลาสติกรูปรังผึ้ง ด้านหลังจะเป็นพลาสติกใสหรือกึ่งใส ในชั้นกลางนั้นเราจะนำสบู่เหลวและเม็ดสีที่เราต้องการใส่เข้าไปซึ่งในนั้นจะมีอนุภาคของแม่เหล็กอยุ่นั้นคือแมกนีติก ออกไซด์ แมกนีติก อัลลอยด์ แล้วนำพลาสติกทั้ง3ส่วนประกบเข้าด้วยกัน แล้วนำมาประกอบกับตัวของกระดานที่ทำจากไม้ ตัวลบนั้นทำจากแม่เหล็กแผ่นบาง เมื่อตัวกระดานนั้นสำเร็จรูปแล้วปากกานั้นส่วนที่เขียนจะต้องทำด้วยแม่เหล็กเพราะเวลาเราเขียนปากกาจะดูดอนุภาคแม่เหล็กขึ้นมาทำให้กลายเป็นรูปที่เราเขียนไปนั้นเอง กระดานMagna doodleนี้เป็นที่แพร่หลายในหมู่วงเด็กเล็กๆแต่คนทั่วไปก็ใช้ได้เช่นกันเพราะสามารถจดข้อความกันลืมฯลฯ คุณจะเชื่อไหมว่าสามารถนำไปเขียนในอวกาศได้?

เอกสารอ้างอิง http://203.158.100.139/charud/howstuffwork/magna-doodle/magna-doodlethai...

ม.5/8 ส่งงานชิ้นที่ 1 วิชาฟิสิกส์พื้นฐานและเพิ่มเติม เทอม 1 ปี 2552 ถึงครูพวงทิพย์ ร.ร.สตรีศรีสุริโยทัย
สาขาวิชา : ชีววิทยา

ชื่อโครงงาน : BA-NA-NA
ชื่อผู้ทำโครงงาน : น.ส. ศุภนุช ยิบแสงทอง เลขที่ 27 ชั้น ม. 5/8
น.ส. ชุติกาญจน์ พิทยพรพงศ์ เลขที่ 30 ชั้น ม. 5/8
น.ส. สุภาดา โค้ววัฒนา เลขที่ 35 ชั้น ม. 5/8
น.ส. ลัทธวรรณ เพ็ชรทอง เลขที่ 42 ชั้น ม. 5/8
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน : อาจารย์ ธนพล กลิ่นเมือง
ที่มาและความสำคัญของโครงงาน : เนื่องจากที่บ้านของเพื่อนคนหนึ่งปลูกต้นกล้วยน้ำว้าไว้ที่บ้าน แล้วไปตัดใบกล้วยแล้วยางกล้วยกระเด็นไปติดเสื้อ หลังจากที่ยางกล้วยติดที่เสื้อแล้วไม่สามารถซักออกได้ จึงมีความคิดว่า ยางกล้วยน่าจะมีประสิทธิภาพซึ่งสามารถติดผ้าได้ดี และอาจจะสามารถนำมาตกแต่งเสื้อผ้าให้สวยงามได้ รวมถึงในปัจจุบันส่วนมากจะใช้สารเคมีในการย้อมสีของผ้า ซึ่งบางครั้งอาจจะมีอันตรายต่อผู้บริโภค คณะผู้จัดทำจึงเกิดความคิดว่าถ้านำยางกล้วยมาทำเป็นผลิตภัณฑ์สีย้อมผ้า น่าจะทำให้ความเสี่ยงของผู้บริโภคลดน้อยลง และทุกส่วนของต้นกล้วยมีประโยชน์มากมาย เช่น หัวปลีสามารถนำมาประกอบอาหารได้ ใบกล้วยสามารถนำมาห่อขนม ทำกระทง ลำต้นถ้านำไปตากแห้งแล้วสามารถทำเป็นเชือกกล้วยได้ ผลกล้วยสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายชนิด ตลอดจนถึงยางกล้วยสามารถนำไปตกแต่งเสื้อผ้าให้สวยงามได้
วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า :
1.เพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการติดสีของสีย้อมผ้าที่ได้จากยางกล้วยแต่ละสายพันธุ์
2.เพื่อศึกษาชนิดของเนื้อผ้าที่มีประสิทธิภาพในการติดสีของยางกล้วยแต่ละสายพันธุ์
3.เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์สีย้อมผ้าจากยางกล้วย
สมมติฐานของการศึกษาค้นคว้า :
1.เมื่อใช้ยางกล้วยน้ำว้ามาทำเป็นผลิตภัณฑ์จะสามารถติดผ้าได้ดี
2.เมื่อใช้ยางกล้วยตานีจะทำให้ประสิทธิภาพของการติดสีของเนื้อผ้าได้ไม่ดี
3.เมื่อใช้ผ้าที่มีลักษณะเรียบ เช่น ผ้าที่มีสีสัน จะสามารถติดสีของยางกล้วยได้ดี
4.เมื่อใช้ผ้าที่มีลักษณะขรุขระ เช่น ผ้าดิบ จะทำให้ประสิทธิภาพของการติดสีได้ไม่ดีนัก
ขอบเขตของการศึกษา :
ตัวแปร
-ตัวแปรต้น
ตอนที่ 1 ชนิดของยางกล้วยสายพันธุ์ต่างๆ
ตอนที่ 2 ชนิดของเนื้อผ้าชนิดต่างๆ
-ตัวแปรตาม
ตอนที่ 1 ประสิทธิภาพของการติดสี
ตอนที่ 1 ประสิทธิภาพของการติดสี
-ตัวแปรควบคุม
ตอนที่ 1 เนื้อผ้า
ตอนที่ 2 ยางกล้วย
วิธีดำเนินงาน :
1.สำรวจสายพันธุ์ของกล้วย
2.ศึกษาคุณสมบัติของยางกล้วยสายพันธุ์ที่ต่างจากอินเทอร์เน็ต และหนังสือที่เกี่ยวข้อง
3.ศึกษาชนิดของผ้าที่จะนำมาทดลอง
4.หาส่วนผสมที่จะนำมาเป็นผลิตภัณฑ์
5.ทำการทดลองตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
6.เก็บรวบรวมข้อมูลจากการทดลองผลิตภัณฑ์
แผนปฏิบัติงาน :
1.ช่วยกันร่วมออกความคิดเห็นภายในกลุ่ม ในการทำโครงงานว่าจะทำในเรื่องอะไร
2.วางแผนการทำงาน ตั้งเป้าหมายในการทำโครงงาน
3.รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงงาน
4.เริ่มแบ่งงานกันภายในกลุ่ม เช่น หาผ้าต่างๆ ยางกล้วย ในการทำโครงงาน
5.ดำเนินงานตามเป้าหมายของการทำโครงงานนี้
6.รวบรวมข้อมูลต่างๆที่ได้จากการดำเนินการ เพื่อสรุปผลการทดลอง
ผลที่คาดว่าจะได้รับ :
1.เพื่อนำผลิตภัณฑ์จากยางกล้วยไปใช้ในชุมชนบริเวณโรงเรียน
2.เพื่อทราบสายพันธุ์ของกล้วยที่ยางมีประสิทธิภาพการติดสีได้ดี
3.เพื่อทราบชนิดของผ้าที่สามารถนำมาใช้ได้ดีกับผลิตภัณฑ์ยางกล้วยนี้
เอกสารอ้างอิง : ได้ศึกษาถึงยางกล้วยของกล้วยสายพันธุ์ต่างๆ และชนิดของผ้าจากเว็บไซต์
- http://school.obec.go.th/elp/wit_online/charp_41.html
- http://www.dsc.ac.th/inweb/student_job/ann/banana6.htm
- http://www.vorabhasd.co.th/Adv_Con_Fabric.htm

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 12 คน กำลังออนไลน์