ประวัติวัดยานนาวา

รูปภาพของ sss30351

 

  

หน้าแรก      ประวัติ        การเดินทาง     ร้านอาหาร       ประมวลภาพ        วิดีโอ

 

 

 

ประวัติวัดยานนาวา

            เขตที่ตั้งวัด   วัดยานนาวา เป็น พระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ ตั้งอยู่ที่  ๑๑๑๕  ตําบลบ้านทวาย อําเภอบ้านทวาย 1 ซึ่งปัจจุบันเป็นเลขที่  ๔๐ ถนนเจริญกรุง  แขวงยานนาวา  เขตสาทร  กรุงเทพ มหานคร ได้รับการขึ้นทะเบียนประกาศเป็นโบราณสถานตามประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม  ๑๐๐  ตอนที่  ๓๖  วันที่  ๑๕  มีนาคม  พ.ศ.๒๕๒๖   อาณาเขตของวัดด้านทิศเหนือติดกับที่ดินพระคลังข้างที่  ทิศใต้ติดกับอู่เรือบางกอกด็อก ทิศตะวันออกติดกับถนนเจริญกรุง  ทิศตะวันตกติดกับแม่นํ้าเจ้าพระยา มีเนื้อที่ที่ดินตาม โฉนด  ที่ดินเลขที่  ๓๐๐๐  และที่  ๓๐๐๗  ตําบลบ้านทวาย  อําเภอบ้านทวาย  (บางรัก)  จังหวัด พระนคร

 

 

 

                 วัดยานนาวา   ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่นํ้าเจ้าพระยาด้านตะวันออก บริเวณด้านใต้บ้านอู่  อันเป็น แหล่งต่ออู่สําเภาและซ่อมแซมเรือสําเภาเมืองบางกอก เดิมมีนามว่า  วัดคอกควาย”  สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลาง ราวๆสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แต่ไม่ปรากฏนามผู้สร้าง ในสมัยกรุงธนบุรี  (ประมาณ พ.ศ.๒๓๑๙)  พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  ทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามวัดใหม่ว่า  วัดคอกกระบือ”  และทรงสถาปนาเป็นพระอาราม หลวงเพื่อเป็นที่สถิตของพระราชาคณะ  เมื่อปี  พ.ศ.๒๓๒๕  อันเป็นปีที่  ๑  ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พร้อมๆกับการสร้างกรุงเทพมหานคร พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่  ๑  ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานวิสุงคามสีมาพร้อมกับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างพระ อุโบสถขึ้นใหม่  พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่  ๑  มีขนาดเล็ก แทนพระอุโบสถเดิมที่ชํารุดตั้งแต่คราวกรุงศรีอยุธยาแตก และเมือง บางกอกถูกพม่ายึด  ได้รับความเสียหายมาก  โดยพระอุโบสถที่สร้างขึ้นใหม่นี้หันหน้าไปทางแม่นํ้า เจ้าพระยา  ต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่  ๓  ทรงพระกรุณาโปรด เกล้าฯให้สร้างหมู่กุฏิสงฆ์ และให้ปฏิสังขรณ์พระอารามส่วนที่ทรุดโทรม กับทรงมีพระราชดําริว่าพระอุโบสถเดิมมีขนาดเล็ก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์และขยายพระอุโบสถ ให้มีขนาดใหญ่ ขึ้น  ในปีพ.ศ.๒๓๘๗   พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่  ๓  ทรงมีพระราช ประสงค์จะสร้างพระสถูปเจดีย์ไว้ที่  วัดคอกกระบือเพื่อเป็นอนุสรณ์ในการที่พระองค์ทรงใช้เรือสําเภาขนสินค้าไปทํามาค้าขายถึงเมืองจีนและประเทศต่างๆ โดยทรงมีพระราชดําริว่า ต่อไปในภาย หน้า รูปลักษณ์เรือสําเภาอาจจะเปลี่ยนไป  คนรุ่นหลังอาจจะจํารูปลักษณ์สําเภาจีนที่พระองค์ทรงใช้ เป็นพาหนะไม่ได้ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็นและจํารูปแบบเรือสําเภาจีนที่พระองค์ทรงใช้เป็นพาหนะ ได้กับทรงรําลึกถึงพระธรรมในเวสสันดรชาดกด้วยจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างพระสถูป เจดีย์เป็นแบบอย่างใหม่ขึ้น เป็นสําเภาจีนมีพระเจดีย์๒  องค์อยู่บนเรือ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ทรง สร้างพระสถูปเจดีย์มีฐานเป็นเรือสําเภาจีน พร้อมกับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม วัดคอกกระบือ ว่า  วัดญานนาวาราม” ตามพระสําเภาพระเจดีย์ที่ทรงสร้างถวายไว้ ซึ่งแปลว่า  ญาณอันเป็นพาหนะดุจดั่งสําเภาข้ามโอฆะสงสาร” ซึ่งสืบเนื่องมาจากมหาชาติคําหลวงเรื่องพระ เวสสันดรชาดก ตอนพระเวสสันดร ทรงตรัสเรียกกัณหาและชาลีให้อุทิศตนร่วมกับพระบิดาสร้าง มหากุศลอันเป็นเสมือนสําเภาใหญ่พามนุษยชาติข้ามโอฆะสงสารไปสู่พระนิพพาน กับทั้งทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างรูปหล่อสําริดพระเวสสันดรกัณหาและชาลีไว้บน พระสําเภาพระเจดีย์นี้ ด้วย  สําหรับชื่อวัดญานนาวาราม” นี้ต่อมาได้เลือนมาเป็น วัดยานนาวา ที่มีความหมาย ใกล้เคียงกับชื่อเดิม คือ  วัดอันมีพาหนะดุจสําเภาในการที่จะนําพาเวไนยสัตว์ให้ข้ามพ้นโอฆะ สงสาร” 

 

 

ที่มาของรูปภาพ

http://www.gerryganttphotography.com/images/bangkok/DTHB0062WatYannawa.jpg

 

  

    ต่อมารูป พระสําเภาพระเจดีย์วัดยานนาวา นี้ ได้กลายมาเป็นต้นแบบในการสร้าง พระ สําเภากระจาดใหญ่ ในงานพระราชพิธีเทศน์มหาชาติในรัชกาลที่  ๔  และรัชกาลที่  ๕  ที่จัดขึ้นที่ หน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรย์มาแต่บัดนั้น คือราว  พ.ศ. ๒๔๐๙  ในคราวที่ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ (พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕) ทรงถวายกัณฑ์เทศน์ มหาชาติกัณฑ์สักกบรรพ เมื่อวันที่  ๒๓  ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๐๙  และในปี พ.ศ. ๒๔๓๔  ในคราว ที่ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงถวายกัณฑ์เทศน์มหา ชาติกัณฑ์สักกบรรพ เมื่อวันที่ ๑๕  ธันวาคม  พ.ศ. ๒๔๓๔ นอกจากนั้น พระเจดีย์ทั้ง  ๒  องค์ที่อยู่บน พระสําเภา วัดยานนาวานั้น ยังเป็น รูปแบบ สถาปัตยกรรม  แบบขนบประเพณี” พระเจดีย์แบบย่อมุมไม้สิบหก และ แบบย่อมุมไม้ยี่สิบ ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่  ๓  ตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์ที่มีความงามและเป็นเอกลักษณ์ยิ่ง โดยปรกติ การสร้างสถูปเจดีย์นั้น ผู้สร้างมักจะสร้างเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สมเด็จ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือเป็นอุทิศสถานเจดีย์ เป็นพุทธบูชา หรือเพื่อเป็นที่บรรจุอัฐิของบุคคลที่ ตนเคารพรัก เพื่อเป็นอนุสรณ์ ยาก ที่จะหา พระเจดีย์แบบนี้ในปัจจุบันให้อนุชนได้ศึกษาและดูเป็นแบบอย่างได้  แต่ พระเจดีย์ ๒  องค์ ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่  ๓  ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯให้สร้างไว้บน พระสําเภา วัดยานนาวานี้ ไม่มีหลักฐานหรือร่องรอยใดๆว่าได้บรรจุพระ บรมสารีริกธาตุ หรือบรรจุอัฐิของใครไว้  ต่อมาเมื่อได้มีการรื้อสะพาน  เฉลิมพันธ์๕๓ (จปร)”  ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่  ๕  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นที่หน้าวัดไตรมิตรวิทยารามออกแล้ว จึงได้นํามาติดตั้งเป็นสะพานข้ามคลองสาทร และรื้อแบ่งสะพานที่เป็นลายลูกกรงเหล็ก มาสร้างที่ สะพานข้ามคลองวัดยานนาวาแทนของเดิมที่ชํารุดด้วย  ในช่วงปลายรัชสมัย รัชกาลที่  ๕  พระอุโบสถเดิม และเสนาสนะสงฆ์วัดยานนาวา ชํารุด เสียหายมาก ทางวัดจึงได้นําช่างพื้นบ้านทําการบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะพร้อมกับสร้างพระอุโบสถ ขึ้นใหม่ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๕๐–๒๔๖๗  ต่อมา ในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา และสงครามโลกครั้งที่สอง ฝ่ายข้าศึกได้ทิ้งระเบิด ในบริเวณต่างๆ ของกรุงเทพมหานครเป็นจํานวนมาก นอกจากนั้น โรงพักบ้านทวาย และ อู่ต่อเรือบางกอกด็อก พร้อมร้านค้าอาคารบ้านเรือน ของประชาชนในย่านนี้ได้ถูกระเบิดเสียหายด้วย ทางราชการจึงย้าย โรงพักบ้านทวาย ไปที่พัก ชั่วคราว ที่ปลายป่าช้าสมาคมแต้จิ๋วใกล้วัดปรก (วัดพม่า)  แล้วจึงย้ายไปตั้งในที่ปัจจุบัน และเปลี่ยน ชื่อเป็น สถานีตํารวจนครบาลยานนาวา ส่วนที่ตั้ง โรงพักบ้านทวาย เดิม ริมถนนเจริญกรุง เยื้อง หน้าวัดยานนาวา ต่อมาได้เปลี่ยนมาเป็น กองดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร สําหรับ โรงพักกอง ตระเวนแม่นํ้า ริมแม่นํ้าเจ้าพระยาวัดยานนาวา ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตั้งขึ้นเพื่อดูแลรักษา ความสะอาดของแม่นํ้าคูคลองในย่านนี้ก็ได้รับความเสียหายจากภัยสงครามเช่นกันจึงถูกยุบเลิกไป เป็นผลให้ พระอุโบสถ และ พระสําเภา พระเจดีย์วัดยานนาวา ได้รับความเสียหายด้วย หลังจาก สงครามโลกสงบลง ทางวัดและอุบาสกอุบาสิกาและพุทธศาสนิกชน ได้ร่วมกัน บูรณปฏิสังขรณ์ พระอุโบสถ และ พระสําเภาพระเจดีย์ใหม่อีกครั้งหนึ่ง และเพื่อเป็นการอนุรักษ์ ความงามและความสําคัญ ของวัดยานนาวา เห็นว่าเป็นวัดที่มีโบราณวัตถุสําคัญ กรมศิลปากร จึง ได้มาทําการสํารวจและได้ขึ้นทะเบียน พระสําเภาพระเจดีย์ พระอุโบสถ พระวิหารเก๋งจีน และ พระแท่นที่ประทับ  ร .๓  ณ วัดยานนาวา เป็น โบราณสถาน ตามราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ ๑๕ มีนาคม  พ.ศ.๒๕๒๖ 

 

ที่มาของรูปภาพ

http://i570.photobucket.com/albums/ss148/amalit1990/DSC03343.jpg

 

           พระอุโบสถ   หลังเดิม ที่สร้างมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ได้ชํารุดทรุดโทรม พระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกรัชกาลที่ ๑  จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระอุโบสถใหม่ขนาด เล็ก  หันหน้าไปทางแม่นํ้าเจ้าพระยา และพระราชทานวิสุงคามสีมา ให้แก่วัดนี้ ในปี พ.ศ. ๒๓๒๕  ต่อมาในปี  พ.ศ. ๒๓๘๕  พระอุโบสถที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างไว้ ได้ชํารุดทรุดโทรมลง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่  ๓  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างพระอุโบสถขึ้นใหม่ มีขนาดใหญ่กว่าเดิม หันหน้าไปทางแม่นํ้า เจ้าพระยา พร้อมกับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์พระอาราม เกือบทั้งพระอาราม เสร็จในเดือน  ๙  ปีมะโรง  พ.ศ.๒๓๘๗  ต่อมา ในระหว่างปี พ.ศ.๒๔๕๐–๒๔๗๐  พระอุโบสถและเสนาสนะวัดยานนาวา ได้ ชํารุดทรุดโทรมลงอีก ทางวัดและชาวบ้าน จึงได้ร่วมกันซ่อมแซมเสนาสนะและสร้างพระอุโบสถขึ้น ใหม่ โดยทําการรื้อพระเจดีย์เล็ก  ๓๔  องค์รอบพระอุโบสถออก พร้อมกับรื้อกุฏิสงฆ์ข้างพระสําเภา พระเจดีย์ และข้างพระวิหารเก๋งจีน ออกอีก ๑๓ หลัง เพื่อทําให้บริเวณพระอุโบสถกว้างขึ้น แล้ว สร้างกําแพงแก้วรอบพระอุโบสถให้เป็นสัดส่วนด้วย ซึ่งพระอุโบสถที่สร้างขึ้นใหม่นี้ หันหน้าไปทาง ถนนเจริญกรุง อันเป็นเหตุให้พระสําเภาพระเจดีย์ที่เคยประดิษฐานอยู่หลังพระอุโบส ถ กลายมา เป็นประดิษฐานที่หน้าพระอุโบสถ ดังกล่าวแล้วข้างต้น ต่อมาในสมัยสงครามโลกครั้งที่  ๒  วัดยานนาวาได้ประสบภัยจากระเบิด ทําให้พระอุโบสถ และพระสําเภาพระเจดีย์ ชํารุดด้วย ทางวัดและชาวบ้านจึงได้ร่วมกันบูรณะพระอุโบสถอีกครั้งหนึ่ง พระอุโบสถที่สร้างขึ้นใหม่ ดังที่ เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ เป็นฝีมือช่างชาวบ้านร่วมกันสร้าง มี ลักษณะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ขนาด  ๕  ห้อง หลังคาลด  ๒  ชั้น ประดับด้วยช่อฟ้าใบระกา หาง หงส์ประดับกระจกสี หน้าบัน ทําด้วยไม้แกะสลัก ลงรักปิดทอง ประดับกระจกสีเป็นรูปเทพพนม ท่ามกลางลาย ก้านขดรูปสัตว์ต่างๆ มีเสาพาไลย่อมุมไม้สิบสอง รองรับหลังคาชั้นลดด้านหน้าและด้านหลังของ อาคาร บัวหัวเสาเป็นปูนปั้นลงรักปิดทอง ประดับกระจกสี กรอบซุ้มประตูหน้าต่างพระอุโบสถ ทําเป็นรูปนาค บานประตูด้านนอก ปิดทองรดนํ้าเป็น รูปเสี้ยวกางยืนเหยียบสิงห์ ด้านในประตู เป็นภาพจิตรกรรมรูปกระทงใหญ่ ที่ใช้ในพิธีลอยพระ ประทีปในสมัยรัชกาลที่  ๓  บานหน้าต่างด้านนอก ปิดทองรดนํ้าเป็นภาพเล่าเรื่องทศชาติจากด้านทิศใต้ฝั่งตะวันออก ไปฝั่งตะวันตก และทางด้านทิศเหนือจากฝั่งตะวันตกไปยังฝั่งตะวันออก เป็นลายภาพจิตรกรรม ทศชาติเล่าเรื่องพระเตมีย์พระมหาชนก พระสุวรรณสาม พระเนมิราช พระมโหสถ พระภูริทัต พระจันทกุมาร พระพรหมนารท พระวิธูร และพระเวสสันดร ตามลําดับ ส่วนด้านในบานหน้าต่าง เป็นภาพจิตรกรรมรูปโถยาคูตามแบบอย่างที่ทําเลี้ยงพระในพระ ราชพิธีสารท เอปี  พ.ศ. ๒๓๗๐  ส่วนรอบนอก มีฐานลูกนิมิตประดับใบเสมาเก่าล้อมรอบพระ อุโบสถทั้ง  ๘  ทิศ 

 

 

 

ที่มาของรูปภาพ

http://www.wbtvonline.com/download/27-06-201614-45-04.jpg

 

พระสําเภาพระเจดีย์

            ก่อสร้างด้วยการก่ออิฐถือปูน เป็นรูปเรือสําเภา เพื่อเป็นการรําลึกถึงความสําคัญของเมือง บางกอก อันเป็นศูนย์กลางการส่งออกในการต่อเรือสําเภาแบบจีนขาย ซึ่งมีชื่อเรียกโดยเฉพาะว่า เรือสําเภาจีนหัวขาว  (แป๊ ะ-โถว-จุ๊น) ” ความยาวตอนบนตลอดลําเรือสําเภา วัดจากหัวเรือถึงท้ายบาหลียาว  ๒๑  วา  ๒  ศอก  (๔๓ เมตร)  ความยาวตอนล่าง ส่วนที่ติดกับพื้น  ๑๘  วา  ๑ ศอก  (ประมาณ ๓๖.๕ เมตร)  ความ กว้างตรงส่วนกลางของเรือ  ๒๑  วา  ๓  ศอก  (๙.๕ เมตร)  ความสูงตรงส่วนกลางลําเรือ  ๒ วา  ๓  ศอก  (๕.๕ เมตร)  มีลักษณะคล้ายกับเรือสําเภาจีนแต้จิ๋ว หัวเรือหันสู่ทิศใต้ และปากแม่นํ้าเจ้าพระยา ส่วนท้ายเรือหันไปทางทิศเหนือ หัวเรือแต่เดิมทําเป็นรูปคล้ายเสี้ยววงเดือนแบบใบมีดโกนของพระในสมัยก่อน แต่เมื่อมี การบูรณะใหม่ในภายหลัง เมื่อปี  พ.ศ.๒๔๖๖  โดยกรมกัลปนา ทําให้มีลักษณะหัวเรือเปลี่ยนไป คล้ายรูปมีดดาบแทน บนเรือสําเภา เป็นที่ตั้งของพระเจดีย์ใหญ่  ๑  องค์ เล็ก  ๑  องค์ ตรงกับบริเวณตําแหน่ง เสากระโดงเรือ แทนที่จะตั้งอยู่บนพื้นดินตามปกติ พระเจดีย์องค์ใหญ่ เป็นพระเจดีย์ฐานย่อมุมไม้ยี่สิบ ขนาดฐานล่างกว้าง  ๓  วา  ๑  ศอก เศษ สูงประมาณ  ๘  วา  ๒  ศอก  (๑๗ เมตร)  ส่วนพระเจดีย์องค์เล็ก ฐานย่อมุมไม้สิบหก ขนาดฐานล่างกว้าง  ๗  ศอกเศษ สูงประมาณ  ๖  วา  (๑๒ เมตร)  ระยะห่างความสูงจากฐานพระเจดีย์ที่ตั้งอยู่สูงจากระดับพื้นดินประมาณ  ๓.๑๐  เมตร พระสําเภาพระเจดีย์ วัดยานนาวาดังกล่าวนี้ เป็นศิลปกรรมในแบบ ขนบประเพณี” สมัยรัชกาลที่  ๓  ที่มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ที่สําคัญมาก

 

 

 

 

ที่มาของข้อมูล

1.http://www.dhammaaromdee.com/image/mypic_customize/History%20yannawa.pdf

ที่มาของภาพที่จัดทำแบรนเนอร์ 

1.http://www.gerryganttphotography.com/images/bangkok/DTHB0062WatYannawa.jpg

2.http://i570.photobucket.com/albums/ss148/amalit1990/DSC03343.jpg

3.http://www.wbtvonline.com/download/27-06-201614-45-04.jpg

 จัดทำโดย 

1.นางสาวบุรัสกร  อยู่ชุมพล   เลขที่ 14

2.นางสาวอภิชญา  ทัศน์เอี่ยม   เลขที่ 24

3.นางสาวกุลณัฐ  พรมอักษร   เลขที่ 38

4.นางสาวณัฎฐา  หลิว  เลขที่ 41

 

 

  

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 45 คน กำลังออนไลน์