การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น เรื่อง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมและความหลากหลายทางชีวภาพ

     งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อมีวัตถุประสงเพื่อ

1)  พัฒนาชุดกิจกรรรมการเรียนรู้ ตามวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น เรื่อง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมและความหลากหลายทางชีวภาพ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 2) ศึกษาประสิทธิภาพและดัชนีประสิทธิผลของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน 4) ศึกษาความก้าวหน้าทางการเรียน 5) ศึกษาความคงทนของความรู้ของนักเรียน และ 6) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน

     กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 ที่เรียนในภาคเรียนที่ 1 โรงเรียนหนองกุงศรีวิทยาคาร อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 40 คน ซึ่งได้มาด้วยวิธีเลือกอย่างเจาะจง

     เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมและความหลากหลายทางชีวภาพ จำนวน 9 ชุด 2) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 9 แผน 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 60 ข้อ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจ เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 20 ข้อ

     โดยมีวิธีการดำเนินการวิจัย ดังนี้ ทดสอบก่อนเรียนด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แล้วดำเนินการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมร่วมกับจัดกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ตามวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น 9 แผน รวมเวลา 20 คาบ เมื่อเสร็จสิ้นทุกชุดกิจกรรมแล้วจึงทดสอบหลังเรียนครั้งที่ 1 ด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชุดเดิมแต่มีการสลับข้อคำถาม และนักเรียนตอบแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ จากนั้นทดสอบหลังเรียนครั้งที่ 2 หลังจากกิจกรรมทั้งหมดเสร็จสิ้นไปแล้ว 2 สัปดาห์

     วิเคราะห์ข้อมูลโดยนำคะแนนทั้งหมดมาหาค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และนำค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน หลังเรียนครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 มาเปรียบเทียบความแตกต่างทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ด้วยสถิติค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างไม่อิสระต่อกัน

     ผลการวิจัยปรากฏดังนี้

     1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้มีค่า E1/E2 เท่ากับ 84.89/83.44 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้ร้อยละ 80/80 และมีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.7108 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ที่ระดับ 0.5

     2.นักเรียนที่เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.05

     3.นักเรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนในระดับสูง (0.73)

     4.คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนทั้ง 2 ครั้ง ไม่แตกต่างกันที่ระดับ0.05 สรุปได้ว่านักเรียนมีความคงทนของความรู้

     5.นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ในระดับพึงพอใจมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.51)

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 42 คน กำลังออนไลน์