ประกวดเรียงความ “ครูดี ที่ฉันประทับใจ”

โครงการประกวดเรียงความ “ครูดี ที่ฉันประทับใจ” 

หลักการและเหตุผล 

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ มีจุดมุ่งหมายในการจัดการศึกษา เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข โดยต้องจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ผสมผสานสาระความรู้ด้านต่างๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ไว้ในทุกวิชา และเป็นนโยบายด้านการศึกษาที่สำคัญของทุกรัฐบาล

“ครู” จึงเป็นกลไกและเป็นแบบอย่างที่ดีในการปลูกฝังและถ่ายทอดคุณธรรมทั้ง ๘ ประการ * ได้แก่ ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย สุภาพ สะอาด สามัคคี มีน้ำใจ รวมทั้งต้องมีจริยธรรมความเป็นครูที่ดีโดยทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ให้แก่นักเรียนอย่างเต็มความสามารถ และมีการดำรงตนอยู่บนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียงด้วยการปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างโดยผ่านกระบวนการเรียนการสอนทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้พร้อมทั้งซึมซับความดีงามและยังคงประทับใจอยู่ในความทรงจำของผู้เรียน สามารถทำให้ผู้เรียนยึดเป็นแบบอย่างในการประพฤติ ปฏิบัติตนให้เป็นคนดีของครอบครัว สังคม และประเทศชาติ

การที่จะหล่อหลอมผู้เรียน ซึ่งเป็นเด็ก เยาวชนให้เป็นคนดี คนเก่ง มีความสุข และเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ สร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมคุณธรรมต่อไปในอนาคต  สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา จึงจัดทำโครงการประกวดเรียงความ เรื่อง “ครูดี ที่ฉันประทับใจ” ขึ้น เพื่อให้นักเรียนเขียนเรียงความถ่ายทอดความรู้สึกประทับใจที่มีต่อ “ครู” ที่ประกอบไปด้วยคุณธรรม  ๘ ประการ และเป็นผู้ดำรงตนอยู่บนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีงาม ทำให้นักเรียนสามารถนำไปปรับใช้ในการดำรงชีวิตของตนตลอดไป

วัตถุประสงค์

๑. เพื่อให้นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาได้มีโอกาสถ่ายทอดและแสดงความรู้สึกของความรัก ความประทับใจที่มีต่อครูผ่านงานเขียนเรียงความ
๒. เพื่อเผยแพร่ตัวตนของครูดีที่มีคุณธรรม จริยธรรม เป็นผู้มีความรับผิดชอบในอาชีพครู ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ดำรงตนอยู่บนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง อันเป็นการสร้างเสริมให้สังคมไทยเป็นสังคมคุณธรรม
๓. เพื่อเผยแพร่ผลงานเรียงความของนักเรียนที่มีคุณค่าทั้งทางด้านจิตใจและด้านภาษาสู่สาธารณชนและสังคมในวงกว้าง

คุณสมบัติผู้เข้าประกวด
ผู้ที่ส่งผลงานเข้าประกวดจะต้องเป็นเด็กและเยาวชนที่เรียนอยู่ในปีการศึกษา ๒๕๕๒  ซึ่งแบ่งเกณฑ์ตามระดับการศึกษาเป็น ๓ ระดับคือ  
         ๑. ช่วงชั้นที่ ๒  (ประถมศึกษาปีที่ ๔ – ๖) 
         ๒. ช่วงชั้นที่ ๓  (มัธยมศึกษาปีที่ ๑ – ๓) 
         ๓. ช่วงชั้นที่ ๔  (มัธยมศึกษาปีที่ ๔ – ๖)

เงื่อนไขการประกวด
         ๑. ช่วงชั้นที่ ๒ (ประถมศึกษาปีที่ ๔ – ๖) เรียงความมีความยาวไม่น้อยกว่า ๑ หน้ากระดาษ แต่ไม่เกิน ๒ หน้ากระดาษ A๔   ช่วงชั้นที่ ๓ (มัธยมศึกษาปีที่ ๑ – ๓) เรียงความมีความยาวไม่น้อยกว่า ๒ หน้ากระดาษแต่ไม่เกิน ๓ หน้ากระดาษ  และช่วงชั้นที่ ๔ (มัธยมศึกษาปีที่ ๔ – ๖) เรียงความมีความยาวไม่น้อยกว่า ๓ หน้ากระดาษ แต่ไม่เกิน ๕ หน้ากระดาษ  พิมพ์ใช้ตัวอักษร Angsana New  ขนาด ๑๖ p.   ๒๕-๓๐ บรรทัดต่อหน้า หากเขียนเป็นลายมือให้เขียนตัวบรรจงครึ่งบรรทัด
         ๒. ผู้ส่งเรียงความเข้าประกวด สามารถส่งผลงานได้คนละ ๑ ชิ้น เท่านั้น
         ๓. ผู้ส่งเรียงความเข้าประกวดต้องแนบใบสมัครตามแบบฟอร์มของโครงการ
         ๔. เรียงความที่ส่งเข้าประกวดจะต้องเป็นเรียงความที่เขียนขึ้นเองไม่คัดลอกหรือดัดแปลงผลงานของผู้อื่น และไม่เคยนำไปประกวดที่ใดมาก่อน
         ๕. ผู้ได้รับรางวัลต้องนำเสนอผลงานบนเวทีในวันรับรางวัล
         ๖. การตัดสินของคณะกรรมการตัดสินการประกวดเรียงความถือเป็นที่สุด
         ๗. เรียงความที่ส่งเข้าประกวดผู้จัดการประกวดขอสงวนสิทธิ์ไม่ส่งคืนต้นฉบับไม่ว่ากรณีใดๆ และลิขสิทธิ์การตีพิมพ์ครั้งแรกของผลงานที่ได้รับรางวัลทุกรางวัลถือเป็นของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาที่จะนำไปเผยแพร่ในสื่อสิ่งพิมพ์และสารสนเทศอื่นๆต่อไป
         ๘. เรียงความที่ได้ถ่ายทอดความรู้สึกประทับใจที่มีต่อ “ครู” ครูผู้นั้นต้องมีตัวตนจริง  และเป็นแบบอย่างของ
ครูดีที่มีคุณธรรม
 
เกณฑ์การตัดสิน     แบ่งเป็น ๕ หัวข้อ  รวม ๑๐๐ คะแนน

         ๑.  เนื้อหาสาระ                                                  ๓๐ คะแนน
         ๒.  รูปแบบและการเรียบเรียง                                 ๒๐ คะแนน
         ๓.  มีอรรถรส                                                     ๒๐ คะแนน   
         ๔. สำนวนภาษา                                                 ๒๐ คะแนน
         ๕. การใช้ตัวสะกด ประโยค วรรคตอน ฯลฯ                 ๑๐ คะแนน


รางวัลและทุนการศึกษา

         ๑. รางวัลแบ่งตามภูมิภาคเป็น  ๔  ภาค คือ  ภาคเหนือ   ภาคกลางและตะวันออก   ภาคใต้     และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ   โดยรางวัลของแต่ละภาคแบ่งตามระดับชั้นการศึกษา เป็น ๓ ระดับ ดังนี้

         ๑. ช่วงชั้นที่ ๒ (ประถมศึกษาปีที่ ๔ – ๖)
          - รางวัลชนะเลิศ                     ทุนการศึกษา                      ๗,๐๐๐ บาท
          - รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑      ทุนการศึกษา                      ๕,๐๐๐ บาท 
          - รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒      ทุนการศึกษา                      ๓,๐๐๐ บาท 
          - รางวัลชมเชย                       ทุนการศึกษา                      ๒,๐๐๐ บาท

         ๒. ช่วงชั้นที่ ๓ (มัธยมศึกษาปีที่ ๑ – ๓)
          - รางวัลชนะเลิศ                     ทุนการศึกษา                      ๘,๐๐๐ บาท
          - รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑      ทุนการศึกษา                      ๖,๐๐๐ บาท 
          - รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒      ทุนการศึกษา                      ๔,๐๐๐ บาท 
          - รางวัลชมเชย                       ทุนการศึกษา                      ๒,๐๐๐ บาท

         ๓. ช่วงชั้นที่ ๔ (มัธยมศึกษาปีที่ ๔ – ๖)
          - รางวัลชนะเลิศ                     ทุนการศึกษา                    ๑๐,๐๐๐ บาท
          - รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑      ทุนการศึกษา                      ๗,๐๐๐ บาท 
          - รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒      ทุนการศึกษา                      ๕,๐๐๐ บาท
          - รางวัลชมเชย                       ทุนการศึกษา                      ๒,๐๐๐ บาท 
 
         ๒. รางวัลชนะเลิศประเทศไทย  แบ่งตามระดับชั้นการศึกษา เป็น ๓ ระดับ
         ๑. ช่วงชั้นที่ ๒ (ประถมศึกษาปีที่ ๔ – ๖)     ได้รับทุนการศึกษาเพิ่ม    ๓,๐๐๐ บาท
         ๒. ช่วงชั้นที่ ๓ (มัธยมศึกษาปีที่ ๑ – ๓)       ได้รับทุนการศึกษาเพิ่ม    ๔,๐๐๐ บาท
         ๓. ช่วงชั้นที่๔  (มัธยมศึกษาปีที่ ๔ – ๖)       ได้รับทุนการศึกษาเพิ่ม    ๕,๐๐๐ บาท

สถานที่ส่งผลงานและวันหมดเขต
         ผู้ส่งผลงานเข้าประกวดสามารถส่งใบสมัครและเรียงความ มาที่  ศูนย์ประชาสัมพันธ์การศึกษา  สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา  ๙๙/๒๐  ถนนสุโขทัย  เขตดุสิต  กรุงเทพมหานคร  ๑๐๓๐๐ (วงเล็บมุมซอง “ส่งประกวดเรียงความเรื่อง ครูดี ที่ฉันประทับใจ”)  หมดเขตวันศุกร์ที่  ๒๔  กรกฎาคม  ๒๕๕๒  โดยถือวันที่ประทับบนตราไปรษณียากรต้นทาง

การประกาศผล 
         ๑. ประกาศผลผู้เข้ารอบสุดท้ายได้รับรางวัลการประกวดเรียงความภายในเดือนสิงหาคม  ๒๕๕๒  ทางเว็บไซต์ www.onec.go.th หรือ www.icess.tu.ac.th  และที่ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา   (ผู้ได้รับรางวัลจะได้รับการติดต่อจากคณะกรรมการตัดสินการประกวดเรียงความ หรือ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา)
         ๒. แถลงข่าวและมอบรางวัลในวันพุธที่  ๒๓  กันยายน  ๒๕๕๒
    
ใบสมัครและข้อมูลเพิ่มเติม
         ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดใบสมัครและข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก www.icess.tu.ac.th หรือ www. onec.go.th  สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. ๐๒-๖๑๓-๓๘๒๐-๕ ต่อ ๐ , ๑๑๒ / ๐๘๗-๗๘๕-๗๙๔๔  หรือ ๐๒ ๖๖๘๗๑๒๓ ต่อ ๑๑๑๖-๗ โทรสาร ๐๒-๒๒๕-๗๕๑๗ , ๐๒-๒๒๖-๔๓๙๕

 

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 31 คน กำลังออนไลน์