รายงานการพัฒนาหนังสือส่งเสริมการอ่านเพื่อการเรียนรู้ด้วยคำประพันธ์ ชุด นิทานพื้นบ้านเมืองตรัง ชั้น ป.6 / ภูวดล ชมช่วยธานี

บทคัดย่อ

         การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า 1) เพื่อพัฒนาหนังสือส่งเสริมการอ่านเพื่อการเรียนรู้ ด้วยคำประพันธ์ ชุด นิทานพื้นบ้านเมืองตรัง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80  2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน และหลังเรียนด้วยหนังสือส่งเสริมการอ่านเพื่อการเรียนรู้ ชุด นิทานพื้นบ้านเมืองตรัง  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  3) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของหนังสือส่งเสริมการอ่านเพื่อการเรียนรู้ ด้วยคำประพันธ์ ชุด นิทานพื้นบ้านเมืองตรัง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อหนังสือส่งเสริมการอ่านเพื่อการเรียนรู้ ด้วยคำประพันธ์ ชุด นิทานพื้นบ้านเมืองตรัง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/2 โรงเรียนเทศบาลบ้านคลองภาษี อำเภอกันตังจังหวัดตรัง  ภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา 2559 จำนวน 23 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษารายงาน ประกอบด้วย หนังสือส่งเสริมการอ่านเพื่อการเรียนรู้ ด้วยคำประพันธ์ ชุด นิทานพื้นบ้านเมืองตรัง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 7 เล่ม คือ เล่มที่ 1 เรื่อง ตำนานถ้ำเขาช้างหาย  เล่มที่ 2 เรื่อง เขาเศษ เล่มที่ 3 เรื่อง ตาหมอช่อง เล่มที่ 4 เรื่อง ถ้ำพระพุทธโกษีย์ เล่มที่ 5 เรื่อง เกาะพระม่วง เล่มที่ 6 เรื่อง ตาเหลียนกับศรีนังกรี  และเล่ม 7 เรื่อง ตาพันวังยายคำพลี แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ชุด นิทานพื้นบ้านเมืองตรัง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เป็นแบบทดสอบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ ที่มีค่าอำนาจจำแนก (B) ระหว่าง 0.33 ถึง 0.67 ค่าความยาก (P) ระหว่าง 0.32 ถึง 0.67 และค่าความเชื่อมั่น 0.90 และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 20 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนก (rxy) ระหว่าง 0.46 ถึง 0.80 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.92 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การหาประสิทธิภาพ การหาดัชนีประสิทธิผล และทดสอบสมมติฐานโดยใช้การทดสอบค่าที (t-test แบบ Dependent Samples) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน   

        ผลการศึกษาค้นคว้า พบว่า

1. ประสิทธิภาพของหนังสือส่งเสริมการอ่านเพื่อการเรียนรู้ ด้วยคำประพันธ์ ชุด นิทาน

พื้นบ้านเมืองตรัง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 88.39/84.06 สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่ตั้งไว้

2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านเพื่อการเรียนรู้  ด้วยคำประพันธ์ ชุด นิทานพื้นบ้านเมืองตรัง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

3. ดัชนีประสิทธิผลของหนังสือส่งเสริมการอ่านเพื่อการเรียนรู้ ด้วยคำประพันธ์ ชุด นิทานพื้นบ้านเมืองตรัง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีค่าเท่ากับ 0.6636 หมายความว่า นักเรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนเพิ่มขึ้น 0.6636 หรือคิดเป็นร้อยละ 66.36

4. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีความพึงพอใจต่อหนังสือส่งเสริมการอ่านเพื่อการเรียนรู้ ด้วยคำประพันธ์ ชุด นิทานพื้นบ้านเมืองตรัง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย อยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.59

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 200 คน กำลังออนไลน์