การพัฒนารูปแบบการบริหารที่มีส่วนร่วมให้เกิดประสิทธิผลในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 4 บ้านอุเมะ อำเภอสายบุรี

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

-----------

1. ชื่อเรื่อง   การพัฒนารูปแบบการบริหารที่มีส่วนร่วมให้เกิดประสิทธิผลในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล  4  บ้านอุเมะ  อำเภอสายบุรี  จังหวัดปัตตานี

 

2. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

                   ในปัจจุบันสภาพการณ์ของประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงและโดยอ้อมต่อวิถีการดารงชีวิติของประชาชนอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช2550  หมวดที่ 5  เรื่องแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐส่วนที่ 10 เรื่องแนวนโยบายด้านการมีส่วนร่วมที่มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับการปรับปรุงสิทธิ เสรีภาพ หน้าที่ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การปรับโครงสร้างการบริหารโดยใช้หลักการบริหารบ้านเมืองที่ดี และการจัดบริการสาธารณะไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยเร็ว ทั้งนี้เพื่อให้การบริหารงาน และการให้บริการสาธารณะเป็นไปอย่างคล่องตัวมีประสิทธิภาพ และสามารถแก้ไขปัญหาและความต้องการของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น (ไพศาล โชติวรรณพฤกษ์. 2552 : 1)

                   พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2553 (ฉบับที่3)กำหนดให้สังคมมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา (มาตรา 8) จัดระบบโครงสร้างและกระบวนการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา การมีส่วนร่วมของบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ สถาบันสังคมอื่นและให้หน่วยงานทางการศึกษา โดยนำประสบการณ์ความรอบรู้ ความชำนาญ ภูมิปัญญาท้องถิ่นขององค์กร กลุ่มบุคคลดังกล่าวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ทางการศึกษา ยกย่องผู้ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา รวมทั้งให้บุคคล ครอบครัวชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถาบันประกอบการ สถาบันสังคมอื่นระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา โดยให้รู้จัก การมีส่วนร่วมพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา บริจาคทรัพย์สิน ทรัพยากรอื่นให้แก่สถานศึกษา มีส่วนร่วมกับภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษา ตามความเหมาะสมและความจำเป็น

                   ดังนั้น สถานศึกษาที่ซึ่งเป็นหน่วยงานระดับปฏิบัติและผู้บริหารสถานศึกษาจึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำการปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารจัดการการศึกษาของสถานศึกษาที่ตนรับผิดชอบใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐและเกิดประสิทธิผลต่อสถานศึกษา ผู้เรียนผู้เกี่ยวข้องมากที่สุด และแนวคิดการบริหารแนวคิดหนึ่งที่ผู้วิจัยเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษาคือแนวคิดของการบริหารแบบมีส่วนร่วมดังที่ Anthony (1978) กล่าวไว้ว่า “จากงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า การบริหารแบบมีส่วนร่วม แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มประสิทธิผลของผลผลิตและขวัญ และลดการสูญเสียและการขาดงาน ยิ่งไปกว่านั้นวิจัยยังแสดงให้เห็นว่าการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการทำงานได้เป็นอย่างดีกับผู้ร่วมงานและองค์การทุกประเภท” สอดคล้องกับ Owens (2001) กล่าวไว้ว่า “การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และจะช่วยปรับปรุงคุณภาพของการตัดสินใจหากใช้กลยุทธ์และสถานการณ์ที่ถูกต้อง จะทำให้เกิดความเกี่ยวข้องที่จะนำไปสู่ความมีพันธะผูกพันและนาไปสู่การปฏิบัติให้บรรลุผล โดยผู้ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจนั้นอาจประกอบด้วย ผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชนหรือผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ

                   การวิจัยและพัฒนาเป็นงานที่มีลักษณะสร้างสรรค์  ซึ่งดำเนินการอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มพูนคลังความรู้ ทั้งความรู้ที่เกี่ยวกับมนุษย์  วัฒนธรรมและสังคม และการใช้ความรู้เหล่านี้เพื่อประดิษฐ์คิดค้นสิ่งที่เป็นประโยชน์ใหม่ๆ (มนต์ชัย  พงศนฤวงษ์.  2552 : 10-12)  ซึ่งจำแนกได้  3  ประเภท  คือ 1) การวิจัยพื้นฐาน  (Basic  Research) เป็นการศึกษาค้นคว้าในทางทฤษฎีหรือในห้องทดลอง  เพื่อหาความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับสมมติฐานของเหตุการณ์และความจริงที่สามารถสังเกตได้  โดยที่ยังไม่มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนหรือเฉพาะเจาะจงในการนำผลการวิจัยไปใช้ในทางปฏิบัติ  2) การวิจัยประยุกต์ (Applied   Research)  เป็นการศึกษาค้นคว้าเพื่อหาความรู้ใหม่ๆ  โดยมีวัตถุประสงค์หรือจุดมุ่งหมายเบื้องต้นที่จะนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง  และ 3) การวิจัยทดลอง  (Experimental  Research) เป็นการศึกษาอย่างมีระบบ  นำความรู้ที่มีอยู่แล้วจากการวิจัยหรือจากประสบการณ์ในการปฏิบัติงานประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ ผลิตผลและเครื่องมือใหม่ๆ เพื่อสร้างกระบวนการ ระบบและการให้บริการใหม่ ๆ ขึ้นและปรับปรุงสิ่งที่ประดิษฐ์  หรือก่อตั้งแล้วให้ดีขึ้น  ซึ่งมนต์ชัย  พงศกรนฤวงษ์  (2552  :  11) ได้สรุปไว้ว่า  การวิจัยและพัฒนาเป็นการวิจัยรูปแบบหนึ่งที่อาศัยหลักการของการวิจัยแบบผสมผสาน ทั้งวิจัยพื้นฐาน  การวิจัยประยุกต์และการวิจัยทดลองเพื่อให้ได้นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่ต้องมีการศึกษาค้นคว้าในเชิงทฤษฎี  ความรู้ใหม่ๆและเป็นการศึกษาที่เป็นระบบ  เพื่อนำความรู้ที่มีอยู่แล้ว มาปฏิบัติงานสร้าง สิ่งใหม่  โดยมีการตรวจสอบและปรับปรุงการดำเนินการตามขั้นตอนของการวิจัยทุกขั้นตอน

                โรงเรียนเทศบาล 4 บ้านอุเมะ สังกัดเทศบาลเมืองตะลุบัน จังหวัดปัตตานี ในปีการศึกษา 2559  ได้เปิดทำการสอนในระดับชั้นปฐมวัยถึงระดับประถมศึกษา จากผลการประเมินคุณภาพภายนอก  รอบที่  2 พ.ศ. 2549 -2551 มาตรฐานที่ต้องได้รับการพัฒนาในด้านคุณภาพผู้เรียนได้แก่ ความสามารถในการคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น ผลสัมฤทธิ์ตามหลักสูตร การใฝ่รู้ ใฝ่เรียน รักการเรียนรู้และเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต  ด้านผู้บริหารได้แก่ การพัฒนาหลักสูตรที่เหมาะสมกับผู้เรียนการบริหารจัดการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ในด้านครูผู้สอน ได้แก่ ความสามารถของครูผู้สอนในการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพและเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญเช่นเดียวกัน จากผลการประเมินภายนอก รอบ  2 นำไปสู่แนวโน้มของการประเมิน รอบ  3 ในส่วนของสถานศึกษา ก็จะต้องมีการกำหนดยุทธศาสตร์เป้าหมาย ความต้องการและงบประมาณให้สอดคล้องกับนโยบายของประเทศ นโยบายของหน่วยงานต้นสังกัดและงบประมาณที่ได้รับ โดยจะต้องมีการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพและมีการประกันคุณภาพภายในที่มีประสิทธิภาพ และท้ายสุด คือ สมศ. ทำหน้าที่ในการพัฒนาระบบ มาตรฐานและเกณฑ์การประเมินคุณภาพภายนอกในรอบที่สาม  (พ.ศ.2554 –2559)  ที่เชื่อมโยงและสอดคล้องกับการปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่สอง  (พ.ศ. 2552 – 2561)  กฎกระทรวงว่าด้วยการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2553 การดำเนินการประเมินคุณภาพภายนอกที่เชื่อมโยงกับการประกันคุณภาพภายในอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ได้ผลประเมินที่ถูกต้องและนำผลประเมินไปสู่การกำหนดนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาลที่ต้องการเร่งรัดการลงทุนด้านการศึกษาและการเรียนรู้อย่างบูรณาการในทุกระดับการศึกษาและในชุมชน โดยใช้พื้นที่และโรงเรียนเป็นฐานในการบูรณาการทุกมิติ และยึดเกณฑ์การประเมินของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาเป็นหลักในการยกระดับคุณภาพโรงเรียนที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน รวมทั้งเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตในชุมชนโดยเชื่อมโยงบทบาทสถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษาและสถาบันทางศาสนา และจากการวิเคราะห์สภาพปัจจุบันปัญหาพบว่า  ปัญหาและจุดอ่อนเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาหลายด้าน  และด้านที่ต้องมีการปรับปรุงและแก้ไขโดยรีบด่วนเพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างโรงเรียนกับชุมชนคือ  ชุมชนยังขาดความตระหนักในการเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการจัดกิจกรรมและการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา โดยชุมชนขาดความตระหนักในบทบาทหน้าที่ของตนเองในการเข้ามามีส่วนร่วมเท่าที่ควร  โดยเฉพาะในด้านการเป็นองค์คณะบุคคลที่จะทำหน้าที่เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียนกับชุมชนให้เกิดความร่วมมือที่ดีต่อกัน  และจากการประเมินตนเองของโรงเรียน  พบว่าด้านการส่งเสริมความสัมพันธ์  และความร่วมมือระหว่างโรงเรียน  ผู้ปกครอง  ชุมชน  องค์กรภาครัฐและเอกชน ในการจัดการและพัฒนาการศึกษา  อยู่ในเกณฑ์คุณภาพระดับพอใช้  ถึงแม้ว่าชุมชนจะเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา  แต่ก็อยู่ในระดับค่อนข้างน้อย  และยังมีส่วนร่วมในการสนับสนุนส่งเสริมการเรียนรู้น้อยอีกด้วย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับปรุงแหล่งเรียนรู้  เช่น  ห้องคอมพิวเตอร์  เป็นต้นและได้พบปัญหาอีกว่า  โรงเรียนได้จัดให้มีการสร้างความร่วมมือกับชุมชนในการพัฒนาการศึกษา  ยังไม่พบร่องรอยชัดเจนด้านเอกสารหลักฐานและการสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องอีกทั้งชุมชน ยังขาดความตระหนักในการเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยทางตรงยังขาดความตระหนักในการมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาในลักษณะต่าง ๆ  เช่น  การบริจาทรัพย์สินสำหรับปรับปรุงแหล่งเรียนรู้ของนักเรียน และอื่น ๆ ที่มีส่วนในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนขาดความตระหนักในการมีส่วนร่วมทางตรง  เช่น  การเป็นวิทยากรให้การอบรมการให้ความร่วมมือในการศึกษาดูงาน จากแหล่งเรียนรู้ภายในท้องถิ่นที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการร่วมพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาให้แก่โรงเรียน  เป็นต้น

                   จากสภาพปัจจุบันปัญหาดังกล่าว ผู้วิจัยในฐานะผู้อำนวยการสถานศึกษาซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการพัฒนาการมีส่วนร่วมให้เกิดประสิทธิผลในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 4  บ้านอุเมะ  อำเภอสายบุรี  จังหวัดปัตตานี และมองเห็นความสำคัญของการพัฒนาการมีส่วนร่วมให้เกิดประสิทธิผลในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่จะต้องมีการดำเนินการเพื่อให้ชุมชนได้เกิดความตระหนักในการเข้ามามีส่วนร่วมให้เกิดประสิทธิผลเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาร่วมกันของโรงเรียนกับชุมชน จึงได้ดำเนินการศึกษาการพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมให้เกิดประสิทธิผลในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 4 บ้านอุเมะ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เพื่อนำข้อสารสนเทศที่ได้ไปใช้ในการปรับปรุงแก้ไขเพื่อพัฒนาการแบบบริหารแบบมีส่วนร่วมให้เกิดประสิทธิผลในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

3. วัตถุประสงค์ของการวิจัย

                   1. เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการบริหารที่มีส่วนร่วมให้เกิดประสิทธิผลในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล  4  บ้านอุเมะ  อำเภอสายบุรี  จังหวัดปัตตานี

                   2. เพื่อออกแบบและพัฒนารูปแบบการบริหารที่มีส่วนร่วมให้เกิดประสิทธิผลในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล  4  บ้านอุเมะ  อำเภอสายบุรี  จังหวัดปัตตานี

                   3. เพื่อดำเนินการทดลองใช้รูปแบบการบริหารที่มีส่วนร่วมให้เกิดประสิทธิผลในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล  4  บ้านอุเมะ  อำเภอสายบุรี  จังหวัดปัตตานี

                   4. เพื่อประเมินความพึงพอใจในการใช้รูปแบบการบริหารที่มีส่วนร่วมให้เกิดประสิทธิผลในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล  4  บ้านอุเมะ  อำเภอสายบุรี  จังหวัดปัตตานี

 

4. ระเบียบวิธีการวิจัย

 

                   การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารที่มีส่วนร่วมให้เกิดประสิทธิผลในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล  4  บ้านอุเมะ  อำเภอสายบุรี  จังหวัดปัตตานี  เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development)  โดยมี ครู  คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน นักเรียน     และผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนเทศบาล  4 บ้านอุเมะ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี  ปีการศึกษา 2559  เป็นหน่วยการวิเคราะห์ (Unit  of  Analysis)  เป็นขั้นตอนในการวิจัยตามลำดับ

                         กลุ่มตัวอย่าง  ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ จำนวน 236 คน ได้แก่  ครู  จำนวน 13 คน  คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  จำนวน 9 คน  นักเรียน จำนวน 107 คน และผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 107 คน  โดยการเลือกสุ่มกลุ่มตัวอย่าง ได้จากการเปิดตารางเครจซี่แอนด์มอร์แกน (Krejcie and Morgan)

                   เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่  แบบสอบถาม แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการบริหารที่มีส่วนร่วมให้เกิดประสิทธิผลในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 4  บ้านอุเมะ  อำเภอสายบุรี  จังหวัดปัตตานี และการสนทนากลุ่ม

                    วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา

 

5. ผลการวิจัย

 

                   ตอนที่ 1  การศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมให้เกิดประสิทธิผลในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 4  บ้านอุเมะ  อำเภอสายบุรี  จังหวัดปัตตานี

                         ผลจากการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวกับนโยบายการศึกษา  หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช 2551  เป้าหมายการจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วม             ตามแนวคิด  ทฤษฎี  สาระสำคัญ  งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมที่มีประสิทธิผล เพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา  ด้วยการวิเคราะห์เอกสาร  ตำรา  งานวิจัยต่าง ๆ  ที่เกี่ยวข้อง  รวมถึงการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content  Analysis)  ซึ่งผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานในการมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา  ผู้วิจัยได้ดำเนินการประชุมระดมความคิดกับครูกลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับสภาพปัญหาการมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา  โดยมีการสอบถามและสรุปปัญหาเพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการบริหารที่มีส่วนร่วมให้เกิดประสิทธิผลในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 4  บ้านอุเมะ  อำเภอสายบุรี  จังหวัดปัตตานี พบว่า  ปัญหาและจุดอ่อนในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาหลายด้าน และด้านที่ต้องมีการปรับปรุงและแก้ไขโดยรีบด่วนเพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างโรงเรียนกับชุมชนคือ  ชุมชนยังขาดความตระหนักในการเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการจัดกิจกรรมและการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา  โดยชุมชนขาดความตระหนักในบทบาทหน้าที่ของตนเองในการเข้ามามีส่วนร่วมเท่าที่ควรในด้านวิชาการ งบประมาณ  การบริหารงานบุคคลและการบริหารงานทั่วไป โดยเฉพาะในด้านการเป็นองค์คณะบุคคลที่จะทำหน้าที่เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียนกับชุมชนให้เกิดความร่วมมือที่ดีต่อกัน

 

                   ตอนที่ 2  การออกแบบและและพัฒนารูปแบบการบริหารที่มีส่วนร่วมให้เกิดประสิทธิผลในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 4  บ้านอุเมะ  อำเภอสายบุรี  จังหวัดปัตตานี

         ผลจากการออกแบบและพัฒนาเครื่องมือการมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา ได้รูปแบบการจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมที่มีประสิทธิผลที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นใช้ชื่อเรียกว่า  “ PORT   Model”  ซึ่งได้พัฒนาตามหลักการ  และแนวคิด  การออกแบบรูปแบบการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) และแนวคิดทฤษฎีรูปแบบของนักการศึกษา นักจิตวิทยาและนักวิชาการ (ธิดา ภูประทาน.  2542 : 13 ; วิมล จันทร์แก้ว. 2555 : 78 ; วิทยา  อารีราษฎร์.2549 : 69 ; มนต์ชัย  พงศนฤวงษ์.  2552 : 10-12) โดยรูปแบบที่มีองค์ประกอบ  คือ  หลักการ  วัตถุประสงค์  กระบวนการจัดการเรียนรู้  สิ่งสนับสนุน หลักการตอบสนอง สิ่งที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วม และการจัดการแบบมีส่วนร่วม  โดยมีส่วนประกอบของรูปแบบได้แก่   P = การวางแผน  O = การสังเกต  R = การสะท้อนผล และ T=การตรวจสอบ ปรากฏว่า มีความเหมาะสมและเป็นไปได้ของรูปแบบนี้        

                   ตอนที่ 3  การทดลองใช้รูปแบบการบริหารที่มีส่วนร่วมให้เกิดประสิทธิผลในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 4  บ้านอุเมะ  อำเภอสายบุรี  จังหวัดปัตตานี

                      การทดลองใช้รูปแบบการบริหารที่มีส่วนร่วมให้เกิดประสิทธิผลในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 4  บ้านอุเมะ  อำเภอสายบุรี  จังหวัดปัตตานี ได้มีการนำรูปแบบไปทดลองใช้กับ ครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน นักเรียน และผู้ปกครองนักเรียน หลังจากผ่านการประชุมปรึกษาหารือเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของชุมชนที่ก่อให้เกิดประสิทธิผลในด้านการบริหาร  ผลการทดลองใช้โดยรวมอยู่ในระดับมาก  

                   ตอนที่ 4  การประเมินความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการบริหารที่มีส่วนร่วมให้เกิดประสิทธิผลในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 4  บ้านอุเมะ  อำเภอสายบุรี  จังหวัดปัตตานี

                    การประเมินความพึงพอใจในการใช้รูปแบบการบริหารที่มีส่วนร่วมให้เกิดประสิทธิผลในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 4  บ้านอุเมะ  อำเภอสายบุรี  จังหวัดปัตตานี ปรากฏว่า  ครู  คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน นักเรียน และผู้ปกครองนักเรียน มีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

 

 

 

 

 

6. ข้อเสนอแนะ

                   นอกจากผลการวิจัยที่ได้นำมายังได้ข้อค้นพบบางประการจากการวิจัยเรื่องการพัฒนารูปแบบการบริหารที่มีส่วนร่วมให้เกิดประสิทธิผลในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 4  บ้านอุเมะ  อำเภอสายบุรี  จังหวัดปัตตานี ซึ่งผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและข้อเสนอแนะสำหรับการนำไปใช้ ดังนี้

                  1.  ข้อเสนอเชิงนโยบาย

                         1.1  ผู้บริหารสถานศึกษาควรกำหนดเป็นนโยบายในการพัฒนารูปแบบการบริหารที่มีส่วนร่วมให้เกิดประสิทธิผลในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 4  บ้านอุเมะ  อำเภอสายบุรี  จังหวัดปัตตานี เพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาเพื่อให้ชุมชนได้เข้าใจถึงบทบาทการมีส่วนร่วมได้อย่างยั่งยืน

                         1.2  ผู้บริหารสถานศึกษาควรสนับสนุนและส่งเสริมให้ครูและและชุมชนได้จัดกิจกรรมร่วมกันเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาอย่างจริงจัง

                         1.3 ผู้บริหารและชุมชนควรมีการปรึกษาหารือกันในการมีส่วนร่วมการบริหารจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการมีส่วนร่วมการจัดการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนให้เกิดประสิทธิผลและคุณภาพการศึกษาของผู้เรียน

                   2.  ข้อเสนอแนะสำหรับการนำไปใช้

                         2.1 จากการวิจัยที่พบว่า การพัฒนารูปแบบการบริหารที่มีส่วนร่วมให้เกิดประสิทธิผลในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 4  บ้านอุเมะ  อำเภอสายบุรี  จังหวัดปัตตานี      เพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา ต้องสร้างความเข้าใจอันดีต่อกันในการมีบทบาทของตนเอง  ดังนั้น ในการพัฒนาการมีส่วนร่วมตามบทบาทหน้าที่ของชุมชนต้องมีการประชุมปรึกษาหารือกัน   ทุกครั้งก่อนดำเนินการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน

                        2.2  จากการวิจัยที่พบว่า กลุ่มตัวอย่างได้ปฏิบัติตามกำหนดการที่ได้กำหนดไว้และให้ความร่วมมือในกิจกรรมในการพัฒนาอย่างเต็มที่  ดังนั้น การพัฒนาการบริหารที่มีส่วนร่วมให้เกิดประสิทธิผลในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน จึงต้องมีการกำหนดปฏิทินการปฏิบัติงานที่ชัดเจน ซึ่งจะทำให้การพัฒนาประสบผลสำเร็จ

                        2.3  จากการวิจัยที่พบว่า การบริหารที่มีส่วนร่วมให้เกิดประสิทธิผลในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 4  บ้านอุเมะ  อำเภอสายบุรี  จังหวัดปัตตานี ในการพัฒนาการมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาต้องใช้สื่อ  อุปกรณ์ และการสนับสนุนการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง  ดังนั้น  โรงเรียนจะต้องให้การสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินการจัดกิจกรรมร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง

                         2.4 โรงเรียนควรจัดให้มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการดำเนินงานการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียนที่ได้รับความร่วมมือจากชุมชน เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ชุมชนได้รับทราบถึงกิจการของโรงเรียน และเพื่อให้ชุมชนมีความต้องการเข้ามามีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น

                         2.5 โรงเรียนควรจัดทำข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาในด้านต่าง ๆ ให้ชุมชนได้รับทราบทุกครั้งที่จะดำเนินการจัดกิจกรรมเพื่อขอความร่วมมือและให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมทุกครั้ง

                         2.6  โรงเรียนควรตระหนักถึงความสำคัญตามบทบาทหน้าที่ของชุมชนที่มีต่อการพัฒนาการมีส่วนร่วมที่มีประสิทธิผลเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา เพื่อให้ชุมชนได้เข้ามา          มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานศึกษาให้มากยิ่งขึ้น

                   2.  ข้อเสนอแนะเพื่อการศึกษาค้นคว้าต่อไป

                         2.1  ควรศึกษาการมีส่วนร่วมที่มีประสิทธิผลเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่อยู่ในสภาพการณ์ที่เป็นลักษณะเดียวกัน เพื่อให้ได้ข้อสนเทศสำหรับนำไปใช้ในการพัฒนาการมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาต่อไป

                         2.2  ควรมีการศึกษาเชิงสำรวจในด้านการพัฒนาการมีส่วนร่วมที่มีประสิทธิผลเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่หลากหลาย เพื่อจะได้ข้อสนเทศที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาได้มากยิ่งขึ้น

                         2.3 ควรศึกษาการมีส่วนร่วมที่มีประสิทธิผลต่อการบริหารในด้านอื่น ๆ เพื่อประโยชน์ในด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา

                  

ประโยชน์ที่ได้รับ

                   1.  ประโยชน์ต่อนักเรียน

                         1.1 ทำให้นักเรียนได้รู้จักกระบวนการบริหารจัดการของชุมชนและสถานศึกษาในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนที่ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของผู้เรียนมากขึ้นได้

                         1.2 นักเรียนได้รู้ถึงการบริหารงานของสถานศึกษาร่วมกับชุมชนที่เกิดประสิทธิผลอันเป็นสิ่งที่มุ่งต่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาให้เป็นไปตามแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของชุมชนในท้องถิ่นกับสถานศึกษามากขึ้น

                   2.  ประโยชน์ต่อครู

                        2.1 เป็นแนวทางสำหรับการพัฒนาการมีส่วนร่วมที่เกิดประสิทธิผลต่อการบริหารโรงเรียนของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  นักเรียน และผู้ปกครองนักเรียน  ของโรงเรียนเทศบาล 4  บ้านอุเมะ จังหวัดปัตตานี  ในการมีส่วนร่วมตามบทบาทหน้าที่ของชุมชนกับสถานศึกษา

                         2.2 ทำให้ครูได้รู้ถึงวิธีการและรูปแบบในการมีส่วนร่วมที่เกิดประสิทธิผลต่อการพัฒนาคุณภาพการจะพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา ตามบทบาทหน้าที่ในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาร่วมกับชุมชนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพด้านการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาเพิ่มมากขึ้น

                   3.  ประโยชน์ต่อผู้บริหาร

                        3.1 ได้ข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมที่มีประสิทธิผล เพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา เพื่อแก้ปัญหาขาดความร่วมมือเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนเทศบาล 4  บ้านอุเมะ จังหวัดปัตตานี

                           3.2 เป็นการแก้ปัญหาการมีส่วนร่วมที่เกิดประสิทธิผล เพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 4  บ้านอุเมะ จังหวัดปัตตานี  ให้สามารถแก้ปัญหาหรือพัฒนาการมีส่วนร่วมที่มีประสิทธิผล เพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

                   4.  ประโยชน์ต่อโรงเรียน

                        4.1 ได้ข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมที่มีประสิทธิผล เพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา เพื่อแก้ปัญหาขาดความร่วมมือเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนเทศบาล 4  บ้านอุเมะ จังหวัดปัตตานี สำหรับนำไปใช้เป็นแนวทางทางแก้ไขปัญหาและปรับปรุงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน

                          4.2 เป็นข้อสนเทศสำหรับนำไปใช้ในการมีส่วนร่วมที่มีประสิทธิผล เพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา เพื่อแก้ปัญหาขาดความร่วมมือเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนเทศบาล 4  บ้านอุเมะ จังหวัดปัตตานี ให้สามารถแก้ปัญหาหรือพัฒนาการมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

                   5.  ประโยชน์ต่อชุมชน

                         5.1 ชุมชนได้เข้ามีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาในสถานศึกษา เพื่อก่อให้เกิดความร่วมมือต่อกันในการบริหารพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

                         5.2  โรงเรียนและชุมชนได้ร่วมกันกำหนดแนวทางในการมีส่วนร่วมตามบทบาทหน้าที่ของตนเอง เพื่อให้สถานศึกษาเกิดประสิทธิภาพต่อการบริหารสถานศึกษาของโรงเรียนต่อไป

                         5.2 รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมที่มีประสิทธิผลดังกล่าวทำให้ชุมชนได้ทราบถึงวิธีการที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนและส่งเสริมเพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนได้ดียิ่งขึ้น

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 57 คน กำลังออนไลน์