การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาล ๕ บ้านกาหยี เทศบาลเมืองตะลุบัน จังหวัดปัตตานี

ชื่องานวิจัย      การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาล ๕ บ้านกาหยี  เทศบาลเมืองตะลุบัน จังหวัดปัตตานี  

ผู้วิจัย             สุวภา  หมะสะอะ

ปีที่วิจัย           2560

บทคัดย่อ

 

          การวิจัย เรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาล ๕ บ้านกาหยี เทศบาลเมืองตะลุบัน จังหวัดปัตตานี  มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบของรูปแบบ การบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาล ๕ บ้านกาหยี เทศบาลเมืองตะลุบัน  จังหวัดปัตตานี  2) สร้างรูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาล ๕ บ้านกาหยี เทศบาลเมืองตะลุบัน จังหวัดปัตตานี  3) ตรวจสอบรูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาล ๕ บ้านกาหยี เทศบาลเมืองตะลุบัน จังหวัดปัตตานี และ 4) ประเมินรูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาล ๕ บ้านกาหยี เทศบาลเมืองตะลุบัน  จังหวัดปัตตานี  โดยมีขั้นตอนการวิจัย 4 ขั้นตอน ดังนี้

          ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาองค์ประกอบของรูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาล ๕ บ้านกาหยี เทศบาลเมืองตะลุบัน  จังหวัดปัตตานี  กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูวิชาการและคณะกรรมการสถานศึกษา จากโรงเรียนเทศบาลสังกัดเทศบาลเมืองตะลุบัน อำเภอสายบุรี และเทศบาลเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี 11 โรงเรียน จำนวน 195 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมขององค์ประกอบของรูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาล ๕  บ้านกาหยี เทศบาลเมืองตะลุบัน จังหวัดปัตตานี

ขั้นตอนที่ 2  การสร้างรูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาล ๕ บ้านกาหยี เทศบาลเมืองตะลุบัน จังหวัดปัตตานี  เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบประเมินความเหมาะสมของคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาล ๕  บ้านกาหยี เทศบาลเมืองตะลุบัน จังหวัดปัตตานีโดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน 

ขั้นตอนที่ 3  การตรวจสอบรูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาล ๕ บ้านกาหยี เทศบาลเมืองตะลุบัน จังหวัดปัตตานี  เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบประเมินความเป็นไปได้   ของรูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาล ๕ บ้านกาหยี เทศบาลเมืองตะลุบัน  จังหวัดปัตตานี โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 20 คน

ขั้นตอนที่ 4 การประเมินรูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาล ๕ บ้านกาหยี เทศบาลเมืองตะลุบัน จังหวัดปัตตานี  เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ ความเหมาะสม และความเป็นประโยชน์ของรูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาล ๕ บ้านกาหยี เทศบาลเมืองตะลุบัน จังหวัดปัตตานี โดยผู้ประเมิน จำนวน 30 คน

          ผลการศึกษา พบว่า  

          1.  องค์ประกอบของรูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาล ๕ บ้านกาหยี เทศบาลเมืองตะลุบัน จังหวัดปัตตานี มีองค์ประกอบหลัก 4 องค์ประกอบ องค์ประกอบย่อย 21 องค์ประกอบ และ124 ตัวชี้วัด ความคิดเห็นเกี่ยวกับองค์ประกอบหลักของรูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาล ๕ บ้านกาหยี เทศบาลเมืองตะลุบัน จังหวัดปัตตานี โดยรวม อยู่ในระดับเหมาะสมมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายองค์ประกอบหลัก พบว่า การบริหารการเรียนการสอนมีค่าเฉลี่ยมากที่สุด รองลงมา คือ การวางแผนเกี่ยวกับงานวิชาการ การจัดการเรียนการสอน และ การวัดและประเมินผล ตามลำดับ

          2.  รูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาล ๕  บ้านกาหยี เทศบาลเมืองตะลุบัน จังหวัดปัตตานี มีขั้นตอนการดำเนินการ 6 ขั้นตอน ได้แก่ 1. หลักการ 2. จุดมุ่งหมาย  3. กลไกการดำเนินการของสถานศึกษา 4. การดำเนินการ 5. การประเมินผล และ 6. เงื่อนไขความสำเร็จ  ผลการประเมินความเหมาะสมของคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาล ๕ บ้านกาหยี เทศบาลเมืองตะลุบัน จังหวัดปัตตานี โดยรวมมีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด           

          3.  รูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาล ๕ บ้านกาหยี เทศบาล เมืองตะลุบัน จังหวัดปัตตานี โดยรวมมีความเป็นไปได้ อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านหลักการมีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านจุดมุ่งหมาย ด้านกลไกการดำเนินการของสถานศึกษา และด้านการดำเนินการ ตามลำดับ   

          4.  ความเป็นไปได้  ความเหมาะสม และความเป็นประโยชน์ของรูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาล ๕ บ้านกาหยี เทศบาลเมืองตะลุบัน จังหวัดปัตตานี โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด พบว่า ด้านความเป็นประโยชน์มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด  รองลงมา คือ ด้านความเหมาะสม และด้านความเป็นไปได้                                   

          5.  ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการนำรูปแบบไปใช้ พบว่า ครูไม่สามารถจัดทำแผน การจัดการเรียนรู้ได้ครอบคลุมสาระการเรียนรู้ที่รับผิดชอบ การทุ่มเทพัฒนางานวิชาการอย่างเดียว ไม่อาจทำให้โรงเรียนประสบผลสำเร็จอย่างสมบูรณ์ได้ และครูไม่สามารถพัฒนาเครื่องมือวัดและประเมินผลให้ได้มาตรฐานครบทุกสาระการเรียนรู้ได้ ข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหา คือ โรงเรียนควรจัดหาแผนการจัดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพดี ให้ครูนำไปใช้เป็นต้นแบบในการจัดทำและนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้ ศึกษาวิจัยผลจากการจัดการเรียนการสอนตามมาแผนการจัดการเรียนรู้นั้น ๆ และพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ให้เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมมากที่สุด ควรนำกระบวนการ บริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมไปประยุกต์ใช้ให้เป็นรูปแบบเดียวกันในการบริหารงานแบบมีส่วนร่วมในโรงเรียนเทศบาล ๕ บ้านกาหยี ทั้งระบบ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 59 คน กำลังออนไลน์