ชื่อเรื่อง รายงานการใช้หนังสือเสริมทักษะการอ่านเพื่อการเรียนรู้ ด้วยบทร้อยกรอง

ชื่อเรื่อง รายงานการใช้หนังสือเสริมทักษะการอ่านเพื่อการเรียนรู้  ด้วยบทร้อยกรอง 
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่  3 
ผู้รายงาน นางภนิตา   แซ่ปึง 
ปีการศึกษา 2560 
 
บทคัดย่อ 
 
การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า  
1) เพื่อพัฒนาหนังสือเสริมทักษะการอ่านเพื่อการเรียนรู้  ด้วยบทร้อยกรอง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่  3 
ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80  
2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยหนังสือเสริมทักษะการอ่านเพื่อการเรียนรู้  ด้วยบทร้อยกรอง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่  3  
3) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของหนังสือเสริมทักษะการอ่านเพื่อการเรียนรู้  ด้วยบทร้อยกรอง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่  3  และ 
4)  เพื่อศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อหนังสือเสริมทักษะการอ่านเพื่อการเรียนรู้  ด้วยบทร้อยกรอง   กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่  3  กลุ่มตัวอย่าง  คือ  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  3 โรงเรียนบ้านนาคานหักประชานุสรณ์  อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ  ภาคเรียนที่  2  ปีการศึกษา 2560  จำนวน  22  คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling)  เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษารายงานประกอบด้วย หนังสือเสริมทักษะการอ่านเพื่อการเรียนรู้  ด้วยบทร้อยกรอง  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่  3  จำนวน  6  เล่ม  คือ  เล่มที่  1  อำเภอหนองบัวแดง  เล่มที่  2  บุญกระธูปหนองบัวแดง  เล่มที่  3  ชีวิตชาวนา  เล่มที่  4  มะม่วงน้ำดอกไม้  เล่มที่  5  การจักสาน  เล่มที่  6  สิ่งทอหนองบัวแดง  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หนังสือเสริมทักษะการอ่านเพื่อการเรียนรู้  ด้วยบทร้อยกรอง  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  เป็นแบบทดสอบปรนัย  ชนิดเลือกตอบ 4  ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ  ที่มีค่าอำนาจจำแนก (B) ระหว่าง  0.25  ถึง 0.87 ค่าความยาก (P) ระหว่าง 0.25 ถึง 0.71  และค่าความเชื่อมั่น 0.88  และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน  เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating  Scale)  5 ระดับ จำนวน 20  ข้อ  มีค่าอำนาจจำแนก  (rxy)  ระหว่าง  0.46 ถึง 0.80  และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ  0.94  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล  คือ  ร้อยละ  ค่าเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  การหาประสิทธิภาพ  การหาดัชนีประสิทธิผล  และทดสอบสมมติฐานโดยใช้การทดสอบค่าที (t-test  แบบ  Dependent Samples) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน             
ผลการศึกษาค้นคว้า พบว่า  
1.  ประสิทธิภาพของหนังสือเสริมทักษะการอ่านเพื่อการเรียนรู้  ด้วยบทร้อยกรอง  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่  3 มีประสิทธิภาพเท่ากับ  88.89/87.27  สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน  80/80 ที่ตั้งไว้ 
2.  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนที่เรียนโดยใช้หนังสือเสริมทักษะการอ่านเพื่อการเรียนรู้  ด้วยบทร้อยกรอง  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่  3 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน  แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .01 
3.  ดัชนีประสิทธิผลของหนังสือเสริมทักษะการอ่านเพื่อการเรียนรู้  ด้วยบทร้อยกรอง  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่  3  มีค่าเท่ากับ  0.7162  หมายความว่า  นักเรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนเพิ่มขึ้น  0.7162  หรือคิดเป็นร้อยละ 71.62 
  4.  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  4  มีความพึงพอใจต่อหนังสือเสริมทักษะการอ่านเพื่อการเรียนรู้  ด้วยบทร้อยกรอง  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย อยู่ในระดับมาก  ค่าเฉลี่ยเท่ากับ  4.24 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 36 คน กำลังออนไลน์