รายงานการใช้เอกสารประกอบการเรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ลูกเสือ-เนตรนารี)ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดโลกา ภาคเรียนที่ 2 ป

ชื่อผลงาน        รายงานการใช้เอกสารประกอบการเรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ลูกเสือ-เนตรนารี)ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  โรงเรียนวัดโลกา  ภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา 2560

ชื่อผู้วิจัย          นางสาวโศภิษฐ์  โรจนรักษ์

ตำแหน่ง          ครู  วิทยฐานะ ครูชำนาญการ  โรงเรียนวัดโลกา

                   สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1

ปีที่ทำการวิจัย   ปีการศึกษา 2560

 

             รายงานการใช้เอกสารประกอบการเรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ลูกเสือ-เนตรนารี) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดโลกา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 นี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพเอกสารประกอบการเรียนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ลูกเสือ-เนตรนารี) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4โรงเรียนวัดโลกา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80  2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ลูกเสือ-เนตรนารี) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดโลกา  และ 3) เพื่อศึกษาความ  พึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยการใช้เอกสารประกอบการเรียนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ลูกเสือ-เนตรนารี) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดโลกา ประชากรที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดโลกา ภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา 2560 โดยใช้แบบเจาะจง Purposive Sampling จำนวน 22 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ เอกสารประกอบการเรียนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ลูกเสือ-เนตรนารี) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หน่วยที่ 4-8  จำนวน 5 เล่ม  แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และประเมินผล จำนวน 21 แผน  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ลูกเสือ-เนตรนารี) เป็นแบบเลือกตอบชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ  และแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ลูกเสือ-เนตรนารี)  เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 12 ข้อ และสถิติพื้นฐานที่ใช้ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบสมมติฐานในการทดสอบทีแบบไม่อิสระ  สถิติที่ใช้หาคุณภาพเครื่องมือ ได้แก่ การหาค่าความเที่ยงตรงตามสูตรของ  IOC  การหาค่าความเชื่อมั่นแบบทดสอบตามสูตร KR-20  หาค่าความเชื่อมั่นแบบประเมินความพึงพอใจตามสูตร สัมประสิทธิแอลฟา และสถิติหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียนใช้  E1/E2

              ผลการวิจัย พบว่า

             1)  ผลการหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ลูกเสือ-เนตรนารี) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พบว่า มีประสิทธิภาพโดยรวมระหว่างเรียนและหลังเรียน E1/E2 = 83.92/84.40 สูงกว่าเกณฑ์ประสิทธิภาพที่กำหนด 80/80 สอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้

             2)  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ลูกเสือ-เนตรนารี) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พบว่า หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้

             3)  ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดโลกา ที่มีต่อการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ลูกเสือ-เนตรนารี) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน    มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (µ = 4.32 , ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 0.74) ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้

 

 

 

 

 

 

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 172 คน กำลังออนไลน์