การพัฒนาการนิเทศเสริมทักษะการอ่านเพื่อการสื่อสาร สำหรับครูผู้สอน วิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

ชื่อเรื่อง          การพัฒนาการนิเทศเสริมทักษะการอ่านเพื่อการสื่อสาร สำหรับครูผู้สอน
                     วิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ในโรงเรียนสังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครยะลา

ผู้รายงาน        นางสุนันทา  สะท้าน

ปีการศึกษา      2560

 บทคัดย่อ 

         การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาความสามารถในการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษทักษะการอ่านของครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จากการนิเทศเสริมทักษะการอ่าน 2) เพื่อศึกษาผลการเรียนรู้เสริมทักษะการอ่านเพื่อการสื่อสารของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังการนิเทศเสริมทักษะการอ่าน และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการนิเทศเสริมทักษะการอ่าน ซึ่งผู้รายงานดำเนินการศึกษาเพื่อตอบคำถามของการศึกษา ได้แก่ 1) ความสามารถในการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษทักษะการอ่าน ของครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังการนิเทศเสริมทักษะการอ่านเป็นอย่างไร 2. ผลการจัดการเรียนรู้เสริมทักษะการอ่านเพื่อการสื่อสารของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังการนิเทศเสริมทักษะการอ่านแตกต่างกันหรือไม่ และ 3) ความพึงพอใจของครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการนิเทศเสริมทักษะการอ่าน มีระดับความพึงพอใจเป็นอย่างไร ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นครูผู้สอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 8 คน และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 449 คน ในโรงเรียนสังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครยะลา ได้แก่ 1) โรงเรียนเทศบาล 1 (บ้านสะเตง) 2) โรงเรียนเทศบาล 2 (บ้านมลายูบางกอก) 3) โรงเรียนเทศบาล 3 (วัดพุทธภูมิ) 4) โรงเรียนเทศบาล 4 (ธนวิถี) 5) โรงเรียนเทศบาล 5 (บ้านตลาดเก่า) และ 6) โรงเรียนเทศบาล 6 (วัดเมืองยะลา) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 205 คน ในโรงเรียนสังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครยะลา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 ซึ่งกำหนดขนาดตัวอย่างโดยใช้ตารางสำเร็จรูปของเครจซี่และมอร์แกน (Krejcie and Morgan) (สิน พันธุ์พินิจ, 2554: 137) และสุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ประกอบด้วย คู่มือการนิเทศเสริมทักษะการอ่านเพื่อการสื่อสาร จำนวน 1 เล่ม แบบนิเทศ ติดตามการสอนภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อการสื่อสาร จำนวน 1 ฉบับ แบบสังเกตการสอน จำนวน 1 ฉบับ แบบทดสอบ จำนวน 30 ข้อ และแบบประเมินความพึงพอใจ จำนวน 1 ชุด วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ความแตกต่างของคะแนนโดยใช้ค่า t (t-test Dependent Samples)

          ผลการศึกษาพบว่า

          1. ความสามารถในการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษทักษะการอ่านของครูผู้สอน วิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จากการนิเทศเสริมทักษะการอ่าน พบว่า อยู่ในระดับมาก และเพิ่มขึ้นทุกด้าน ในขณะที่ผลการสังเกตพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พบว่า มีคุณภาพอยู่ในระดับดี

          2. ผลการเรียนรู้เสริมทักษะการอ่านเพื่อการสื่อสารของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังการนิเทศเสริมทักษะการอ่าน พบว่า หลังการนิเทศเสริมทักษะการอ่านมีคะแนนสูงกว่าก่อนการนิเทศ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

         3. ความพึงพอใจของครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการนิเทศเสริมทักษะการอ่าน พบว่า ในภาพรวม ครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 38 คน กำลังออนไลน์