รายงานการประเมินโครงการพัฒนาบุคลากรครูผู้ปฏิบัติการสอนในการทำวิจัย ในชั้นเรียน โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเนรัญชรา สังกัดเทศบาลเมืองชะ

บทคัดย่อ

 

ชื่อเรื่อง           รายงานการประเมินโครงการพัฒนาบุคลากรครูผู้ปฏิบัติการสอนในการทำวิจัย ในชั้นเรียน โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเนรัญชรา  สังกัดเทศบาลเมืองชะอำ

ผู้วิจัย             นายประกิจ  กิ่งทอง

สังกัด             โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเนรัญชรา 

ปีที่วิจัย           2560

 

                  การประเมินโครงการพัฒนาบุคลากรครูผู้ปฏิบัติการสอนในการทำวิจัยในชั้นเรียน โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเนรัญชรา สังกัดเทศบาลเมืองชะอำ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินปฏิกิริยาตอบสนองของครูผู้ปฏิบัติการสอนที่เข้าร่วมโครงการ 2) ประเมินการเรียนรู้ของครูผู้ปฏิบัติการสอนที่เข้าร่วมโครงการ 3) ประเมินพฤติกรรมดำเนินงานการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้ปฏิบัติการสอนที่เข้าร่วมโครงการ 4) ประเมินผลลัพธ์ที่เกิดต่อโรงเรียนเทศบาล 3 วัดเนรัญชรา ประชากรที่ใช้ในการวิจัย  ครั้งนี้ คือ ครูผู้ปฏิบัติการสอนของโรงเรียนเทศบาล 3 วัดเนรัญชรา ในปีการศึกษา 2560 ที่เข้าร่วม    โครงการ จำนวน 15 คน เครื่องมือที่ใช้ ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม แบบทดสอบ  แบบตรวจสอบพฤติกรรม และแบบประเมินผลลัพธ์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

 

                   ผลการวิจัยพบว่า

                   1. การประเมินปฏิกิริยาตอบสนองของครูผู้ปฏิบัติการสอนที่เข้าร่วมโครงการ พบว่า   ผลการประเมินปฏิกิริยาตอบสนองของครูผู้ปฏิบัติการสอนที่เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ การทำวิจัย   ในชั้นเรียนของโรงเรียนเทศบาล 3 วัดเนรัญชรา มีความพึงพอใจต่อการประชุมเชิงปฏิบัติการ การทำวิจัยในชั้นเรียน โดยเฉลี่ยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านสถานที่ วัสดุ  อุปกรณ์และอื่นๆ อยู่ในระดับพึงพอใจมาก มีค่าสูงสุด รองลงมาคือ ด้านเวลาและเนื้อหาสาระ และ ด้านวิทยากร ตามลำดับ และเมื่อพิจารณารายข้อในแต่ละด้าน พบว่า ด้านเวลาและเนื้อหาสาระ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ ความรู้ที่ได้รับตรงตามความต้องการและเป็นประโยชน์ รองลงมา ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปทำการวิจัยในชั้นเรียนได้ ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด การใช้เวลาตามที่กำหนดไว้  ด้านวิทยากร ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ การเชื่อมโยงเนื้อหาไปสู่การปฏิบัติ รองลงมา คือ การสรุปประเด็นในการประชุมเชิงปฏิบัติการในแต่ละหัวข้อ ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ การตอบข้อซักถามและการให้คำปรึกษา และด้านสถานที่ วัสดุ อุปกรณ์และอื่นๆ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือสื่อที่ใช้ในการประชุมเชิงปฏิบัติการ รองลงมา คือ เอกสารประกอบการประชุมเชิงปฏิบัติการมีความเหมาะสม ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ บรรยากาศโดยทั่วไปในการประชุมเชิงปฏิบัติการ ทั้งนี้ปัญหาและข้อเสนอแนะต่อการประชุมเชิงปฏิบัติการการทำวิจัยในชั้นเรียน พบว่า ระยะเวลาในการประชุมเชิงปฏิบัติการการทำวิจัยในชั้นเรียน ค่อนข้างกระชั้น ไม่สามารถควบคุมจนสามารถสรุปเล่มวิจัยในชั้นเรียนได้ เนื่องจากเวลาจำกัดทำให้ผู้เข้าร่วมอบรม ปรึกษา ซักถามปัญหากับวิทยากรได้  ไม่มากนัก สถานที่ในการฝึกอบรมควรสลับมาเป็นที่โรงเรียนบ้าง เพื่อให้เห็นสภาพตามความเป็นจริง  ผู้เข้าร่วมโครงการยังขาดพื้นฐานด้านความรู้ด้านการวิจัยและสถิติ และบรรยากาศในการประชุมบางช่วงเคร่งเครียดเกินไป ควรมีการผ่อนคลายเพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้รับความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                  2. การประเมินการเรียนรู้ของครูผู้ปฏิบัติการสอนที่เข้าร่วมโครงการ พบว่า ครูผู้ปฏิบัติ การสอนของโรงเรียนเทศบาล 3 วัดเนรัญชรา ที่เข้ารับการอบรมโครงสร้างพัฒนาบุคลากรครู ผู้ปฏิบัติการสอนในการทำวิจัยชั้นเรียน มีการประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเข้ารับการอบรมและหลังเข้ารับการอบรม พบว่า ครูผู้ปฏิบัติ การสอนมีความรู้เกี่ยวกับการทำวิจัยในชั้นเรียน ผ่านเกณฑ์การประเมิน  ที่ตั้งไว้ร้อยละ 87.47 หลังผ่านการอบรมโครงการพัฒนาบุคลากรครูผู้ปฏิบัติการสอนการทำวิจัยในชั้นเรียน ทุกคนมีความรู้ ความเข้าใจเรื่องการทำวิจัยในชั้นเรียนเพิ่มมากขึ้น

                   3. การประเมินพฤติกรรมดำเนินงานการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้ปฏิบัติการสอนที่เข้าร่วมโครงการ พบว่า ผลการประเมินพฤติกรรมดำเนินงานการทำวิจัยในชั้นเรียนของผู้เข้ารับการประชุมเชิงปฏิบัติการ ประเมินตามแบบรายงานการดำเนินงานการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้ปฏิบัติการสอน โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเนรัญชรา ได้เท่ากับ 100% ซึ่งถือว่าผ่านตามเกณฑ์การประเมินที่ตั้งไว้แสดงว่าครูผู้ปฏิบัติการสอนมีการนำเสนองานวิจัยทุกท่าน

                4. การประเมินผลลัพธ์ที่เกิดต่อโรงเรียนเทศบาล 3 วัดเนรัญชรา พบว่าผลงานวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้ปฏิบัติการสอนโรงเรียนเทศบาล 3 วัดเนรัญชรา ที่จัดทำขึ้นจำนวน 15 เรื่อง เมื่อนำมาให้คะแนนตามเกณฑ์แล้วพบว่าผ่านเกณฑ์ประเมินร้อยละ 70 ขึ้นไป

 

 

 

 

 

 

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 53 คน กำลังออนไลน์