การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นปร

ชื่อรายงาน       การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)

                     กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔

ชื่อผู้ศึกษา       กณิศ  นิเลาะ

สถานที่ศึกษา    โรงเรียนเทศบาล ๓ บ้านปาตาตีมอ เทศบาลเมืองตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี

ปีที่ศึกษา         พ.ศ. ๒๕๖๐

 

บทคัดย่อ

 

          การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ มีวัตถุประสงค์ ๑) เพื่อพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ ๘๐/๘๐ ๒) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนก่อนและหลังเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ๓) เพื่อหาดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะ หาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ และ ๔) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ กลุ่มเป้าหมายในการศึกษา คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนเทศบาล ๓ บ้านปาตาตีมอ เทศบาลเมืองตะลุบัน  อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๐ จำนวน ๒๑ คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ ๑) แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ จำนวน ๕ เล่ม ๒) แผนการจัดการเรียนรู้ ๒๔ แผน ชั่วโมงสอน  ๒๔ ชั่วโมง ๓) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชนิดเลือกตอบ ๔ ตัวเลือก จำนวน ๓๐ ข้อ มีค่าความเชื่อมั่น (KR-20) ๐.๘๕ และ ๔) แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนมีค่าความเชื่อมั่น () ๐.๘๒ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเปรียบเทียบกลุ่ม ตัวอย่างที่ไม่มีความเป็นอิสระต่อกัน (t- test Dependent Samples)

          ผลการศึกษา พบว่า

          ๑.แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ มีประสิทธิภาพเท่ากับ ๘๔.๑๑/๘๓.๑๗  ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ๘๐/๘๐

          ๒.ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๑

          ๓.ดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ มีค่าเท่ากับ ๐.๗๕๔๖ หรือคิดเป็นร้อยละ ๗๕.๔๖ แสดงว่า หลังจากนักเรียนได้เรียนรู้ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะ นักเรียนมีความ ก้าวหน้าทางการเรียนหรือมีความรู้เพิ่มขึ้น ๐.๗๕๔๖ หรือคิดเป็นร้อยละ ๗๕.๔๖

          ๔.ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย ๔.๕๐ S.D. ๐.๑๖

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 97 คน กำลังออนไลน์