รายงานผลการจัดกิจกรรมการสอนลูกเสือ-เนตรนารีสามัญโดยใช้เกมภูมิปัญญาท้องถิ่น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

ชื่อเรื่อง           รายงานผลการจัดกิจกรรมการสอนลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ

                     โดยใช้เกมภูมิปัญญาท้องถิ่น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

                    โรงเรียนเทศบาล ๔ (ธนวิถี)

ผู้รายงาน         นายจักรพงศ์  กูรพิศไตรย์

ปีการศึกษา      2561

บทคัดย่อ 

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพคู่มือการจัดกิจกรรมการสอนลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ โดยใช้เกมภูมิปัญญาท้องถิ่น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 2) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยการจัดกิจกรรมการสอนลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ โดยใช้เกมภูมิปัญญาท้องถิ่น 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของครูผู้สอนลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ ที่มีต่อคู่มือการจัดกิจกรรมการสอนลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ โดยใช้เกมภูมิปัญญาท้องถิ่น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการสอนลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ โดยใช้เกมภูมิปัญญาท้องถิ่น ประชากรที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ ครูผู้สอนลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ในโรงเรียนเทศบาล ๔ (ธนวิถี) สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 10 คน และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ในโรงเรียนเทศบาล ๔ (ธนวิถี) สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 155 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 ในโรงเรียนเทศบาล ๔ (ธนวิถี) สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 31 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ประกอบด้วย คู่มือการจัดกิจกรรมการสอนลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ โดยใช้เกมภูมิปัญญาท้องถิ่น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 15 เล่ม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 40 ข้อ แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 17 แผน แบบสอบถามความพึงพอใจของครูผู้สอนลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ จำนวน 1 ชุด และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 1 ชุด วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ ค่าประสิทธิภาพ และวิเคราะห์ความแตกต่างโดยใช้ t-test (Dependent Sample) ผลการศึกษาพบว่า

          1. คู่มือการจัดกิจกรรมการสอนลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ โดยใช้เกมภูมิปัญญาท้องถิ่น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีประสิทธิภาพ E1/E2 เท่ากับ 82.58/83.06

          2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

หลังการจัดกิจกรรมการสอนลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ โดยใช้เกมภูมิปัญญาท้องถิ่น สูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

          3. ครูผู้สอนลูกเสือ-เนตรนารีสามัญมีความพึงพอใจต่อคู่มือการจัดกิจกรรมการสอนลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ โดยใช้เกมภูมิปัญญาท้องถิ่น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยภาพรวม    อยู่ในระดับมาก

          4. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการสอนลูกเสือ-เนตรนารี สามัญ โดยใช้เกมภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 34 คน กำลังออนไลน์