การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดทฤษฎีการสร้างความรู้ โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การหาร

ชื่อเรื่อง     การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดทฤษฎีการสร้างความรู้  โดยใช้แบบฝึก

                ทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การหาร  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  สำหรับนักเรียน

                ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 

ผู้วิจัย        นายสรยุทธ  สิริเพ็ชร์

ปีที่วิจัย      2562

บทคัดย่อ

          การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดทฤษฎีการสร้างความรู้ โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การหาร กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับ  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and  Development  :  R&D ) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดทฤษฎีการสร้างความรู้ โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การหาร กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 2) ออกแบบและพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดทฤษฎีการสร้างความรู้ โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การหาร กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 3) ทดลองใช้รูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดทฤษฎีการสร้างความรู้ โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การหาร กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และ 4) ประเมินประสิทธิผลการใช้รูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดทฤษฎีการสร้างความรู้ โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การหาร กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยมุ่งประเมินในสิ่งต่อไปนี้คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน และความพึงพอใจของนักเรียนภายหลังได้รับการสอนด้วยรูปแบบการสอน ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้  ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/3 ที่กำลังเรียนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 โดยการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) จำนวน 29 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย รูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดทฤษฎีการสร้างความรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การหาร กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจ  การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  สถิติทีแบบไม่อิสระ (t-test แบบ Dependent Samples) และการวิเคราะห์เนื้อหา

           ผลการวิจัย  พบว่า    

               1. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์  เป็นวิชาที่พัฒนาให้นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์ตามแนวคิดทฤษฎีการสร้างความรู้ มีความคิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ และมีแบบแผน แต่สภาพการจัดการเรียนการสอนของครู ยังใช้รูปแบบการสอนแบบบรรยาย ให้ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดจากบทเรียน การใช้สื่อ แหล่งเรียนรู้ และฝึกให้ผู้เรียนคิด แก้ปัญหาได้อย่างมีเหตุผลยังมีน้อย  แนวทางในการแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งพิจารณาแล้วว่าแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เป็นสื่อการเรียนการสอนอย่างหนึ่ง ที่สามารถใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนคณิตศาสตร์   เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน และผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนจากการศึกษาค้นคว้าโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ช่วยให้นักเรียนได้มีทักษะเพิ่มมากขึ้น

               2. ผลการสร้างรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น  มีชื่อเรียกว่า  SO-SIRI  Model  มีองค์ประกอบคือ หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการเรียนการสอน สิ่งที่ส่งเสริมการเรียนรู้ เงื่อนไขในการใช้รูปแบบการสอน สิ่งสนับสนุน หลักการตอบสนอง และประเมินผล มีกระบวนการเรียนการสอน 6 ขั้นตอนคือ 1) ขั้นทำให้เข้าใจง่าย ชัดเจน (S : Simplify) 2) ขั้นรวบรวม ทำให้มีประสิทธิภาพ (O : Oiganise) 3) ขั้นฝึกทักษะ (S : Skill) 4) ขั้นพินิจพิจารณา (I : Introspect) 5) ขั้นรายงานผล (R : Report) และ 6) ขั้นสรุป (I : Inference) มีประสิทธิภาพเท่ากับ 83.10/82.13 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ยอมรับสมมติฐานการวิจัยข้อที่ 2

               3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการเรียนการสอน ตามแนวคิดทฤษฎีการสร้างความรู้ โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การหาร  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พบว่า นักเรียนในกลุ่มทดลอง จำนวน 29 คน ได้คะแนนเฉลี่ยจากการทำแบบทดสอบก่อนเรียน จากการทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) นักเรียนได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 12.31 จากคะแนนเต็ม 30 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 41.00 และได้คะแนนเฉลี่ยจากการทำแบบทดสอบหลังเรียน (Post-test) นักเรียนได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 24.93 จากคะแนนเต็ม 30 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 81.10 แสดงว่า นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

               4. ผลการประเมินการใช้รูปแบบการเรียนการสอน ตามแนวคิดทฤษฎีการสร้างความรู้ โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การหาร กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ปรากฏว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และผลประเมินความพึงพอใจของนักเรียนภายหลังได้รับการสอนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดทฤษฎีการสร้างความรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การหาร  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการใช้รูปแบบ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (เฉลี่ย = 4.55, S.D. = 0.53) ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านการจัดกิจกรรมในการเรียน และด้านการประเมินผล ในการเรียน รองลงมาคือ ด้านระยะเวลาในการเรียนและด้านบรรยากาศในการเรียน ตามลำดับ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 15 คน กำลังออนไลน์