การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาโดยใช้หลักการมีส่วนร่วมแบบองค์รวมทั้งบ้าน วัด และโรงเรียน (บวร) เพื่อเสริมสร้างอุปนิสัย

ชื่อเรื่อง          การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาโดยใช้หลักการมีส่วนร่วม
                     แบบองค์รวมทั้งบ้าน วัด และโรงเรียน (บวร) เพื่อเสริมสร้างอุปนิสัยอยู่อย่างพอเพียงของนักเรียนในโรงเรียนเทศบาล                                   บ้านคูหาสวรรค์ เทศบาลเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง

ผู้วิจัย             กาลสิษฐ์  เพชรคง

ปีการศึกษา      2562 

บทคัดย่อ 

การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาโดยใช้หลักการมีส่วนร่วมแบบองค์รวมทั้งบ้าน วัด และโรงเรียน (บวร) เพื่อเสริมสร้างอุปนิสัยอยู่อย่างพอเพียงของนักเรียนในโรงเรียนเทศบาลบ้านคูหาสวรรค์ เทศบาลเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐาน แนวคิด และทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาโดยใช้หลักการมีส่วนร่วมแบบองค์รวมทั้งบ้าน วัด และโรงเรียน (บวร) เพื่อเสริมสร้างอุปนิสัยอยู่อย่างพอเพียงของนักเรียนในโรงเรียนเทศบาลบ้านคูหาสวรรค์ เทศบาลเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาโดยใช้หลักการมีส่วนร่วมแบบองค์รวมทั้งบ้าน วัด และโรงเรียน (บวร) เพื่อเสริมสร้างอุปนิสัยอยู่อย่างพอเพียงของนักเรียนในโรงเรียนเทศบาลบ้านคูหาสวรรค์ เทศบาลเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง 3) เพื่อศึกษาพฤติกรรมด้านอุปนิสัยอยู่อย่างพอเพียงของนักเรียนในโรงเรียนเทศบาลบ้านคูหาสวรรค์ เทศบาลเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง จากการใช้รูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาโดยใช้หลักการมีส่วนร่วมแบบองค์รวมทั้งบ้าน วัด และโรงเรียน (บวร) และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีต่อรูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาโดยใช้หลักการมีส่วนร่วมแบบองค์รวมทั้งบ้าน วัด และโรงเรียน (บวร) เพื่อเสริมสร้างอุปนิสัยอยู่อย่างพอเพียงของนักเรียนในโรงเรียนเทศบาลบ้านคูหาสวรรค์ เทศบาลเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ดำเนินการวิจัยตามกรอบแนวคิดการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นที่ 1 วิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานและความต้องการ (Analysis : R1) ขั้นที่ 2 การออกแบบและพัฒนา (Design & Develop : D1) ขั้นที่ 3 นำรูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาไปใช้ (Implement : R2) ขั้นที่ 4 การประเมินผล (Evaluation : D2) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้แบ่งออกเป็น 3 ระยะ  ตามลักษณะการเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้ ระยะที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐาน แนวคิด และทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนารูปแบบ กลุ่มตัวอย่างผู้ให้ข้อมูลในการสนทนากลุ่ม (Focus Group) ได้แก่  1) ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง จำนวน 1 คน 2) ข้าราชการครูบำนาญ จำนวน 1 คน    3) เจ้าอาวาสวัดประดู่หอม จำนวน 1 รูป 4) ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลวัดธาราสถิตย์ จำนวน 1 คน 5) รองผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลบ้านคูหาสวรรค์ จำนวน 1 คน 6) รองผู้อำนวยการ โรงเรียนเทศบาลวัดภูผาภิมุข จำนวน 1 คน และ 7) ครูผู้สอน โรงเรียนเทศบาลบ้านคูหาสวรรค์ จำนวน 1 คน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบ กลุ่มตัวอย่างในการตรวจสอบความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบ ได้แก่ 1) บุคลากรโรงเรียนเทศบาลวัดนางลาด ประกอบด้วย ผู้บริหาร จำนวน 1 คน และครูผู้สอน จำนวน 11 คน 2) บุคลากรโรงเรียนเทศบาลวัดภูผาภิมุข ประกอบด้วย ผู้บริหาร จำนวน 1 คน และครูผู้สอน จำนวน 13 คน 3) บุคลากรโรงเรียนวัดนิโครธาราม ประกอบด้วย ผู้บริหาร จำนวน 1 คน และครูผู้สอน จำนวน 9 คน รวมทั้งสิ้น จำนวน 33 คน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)  ระยะที่ 3 การนำรูปแบบไปใช้และการประเมินผลรูปแบบ กลุ่มตัวอย่างในการประเมินพฤติกรรมด้านอุปนิสัยอยู่อย่างพอเพียงของนักเรียน ได้แก่ ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 3 คน ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 3 คน ผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 109 คน และผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 117 คน รวมทั้งสิ้น 232 คน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) กลุ่มตัวอย่างในการประเมินความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบ ได้แก่ ครูผู้สอน โรงเรียนเทศบาลบ้านคูหาสวรรค์ ในปีการศึกษา 2562 จำนวน 80 คน กำหนดขนาดตัวอย่างโดยใช้ตารางสำเร็จรูปของ เคร็จซี่และมอร์แกน และสุ่มตัวอย่างโดยใช้การสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบวิเคราะห์ข้อมูล แบบสอบถามความคิดเห็น แบบประเมินพฤติกรรม และแบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และใช้สถิติค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานผลการวิจัยพบว่า

1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน แนวคิด และทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาโดยใช้หลักการมีส่วนร่วมแบบองค์รวมทั้งบ้าน วัด และโรงเรียน (บวร) เพื่อเสริมสร้างอุปนิสัยอยู่อย่างพอเพียงของนักเรียนในโรงเรียนเทศบาลบ้านคูหาสวรรค์ เทศบาลเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุงพบว่า แนวทางการพัฒนาประเทศควรน้อมนำหลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” มาเป็นปรัชญานำทางในการพัฒนาประเทศ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและช่วยให้สังคมไทยสามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคง พัฒนาประเทศสู่ความสมดุลและยั่งยืน โดยยึดคนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา ซึ่งรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนต้องร่วมมือกันในการจัดการศึกษาทุกระดับ โดยยึดหลักการศึกษาตลอดชีวิต ที่สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21 ทั้งนี้ การจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ เป็นพันธกิจที่ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของสังคมทุกภาคส่วน รัฐจึงต้องให้ความสำคัญและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน สถาบันศาสนา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสถาบันสังคมอื่นในการจัดการศึกษา ดังนั้น การบริหารจัดการสถานศึกษาควรยึดหลักการมีส่วนร่วมแบบองค์รวมทั้งบ้าน วัด และโรงเรียน (บวร) ซึ่งเป็นสามสถาบันหลักในชุมชนและเป็นตัวเชื่อมโยงกิจกรรมในชุมชนทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม มาเป็นกลไกในการบริหารจัดการศึกษาในสถานศึกษาให้มีความมั่นคงและยั่งยืน นอกจากนี้ สถานศึกษาควรเน้นการดำเนินการพัฒนาการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของนักเรียนและวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น และนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาบูรณาการในการจัดการเรียนการสอนและการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างอุปนิสัยอยู่อย่างพอเพียงของนักเรียนทั้งในด้านวัตถุ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านวัฒนธรรม

2. รูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาโดยใช้หลักการมีส่วนร่วมแบบองค์รวมทั้งบ้าน วัด และโรงเรียน (บวร) เพื่อเสริมสร้างอุปนิสัยอยู่อย่างพอเพียงของนักเรียนในโรงเรียนเทศบาลบ้านคูหาสวรรค์ เทศบาลเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ที่พัฒนาขึ้น มีชื่อว่า "PODCC Model" ประกอบด้วย หลักการ วัตถุประสงค์ ขั้นตอนการบริหารจัดการสถานศึกษา และเงื่อนไขการนำรูปแบบไปใช้ ขั้นตอนการบริหารจัดการสถานศึกษา มี 5 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 Planning : P การวางแผน ขั้นที่ 2 Organizing : O การจัดองค์การ ขั้นที่ 3 Doing : D การปฏิบัติการเรียนการสอน ขั้นที่ 4 Coordinating : C การประสานงาน และขั้นที่ 5 Controlling : C การควบคุม ผลการตรวจสอบรูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาโดยใช้หลักการมีส่วนร่วมแบบองค์รวมทั้งบ้าน วัด และโรงเรียน (บวร) แบบ "PODCC Model" พบว่า มีความสมเหตุสมผล และโดยภาพรวม รูปแบบมีความเหมาะสมและความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด

3. พฤติกรรมด้านอุปนิสัยอยู่อย่างพอเพียงของนักเรียนในโรงเรียนเทศบาลบ้านคูหาสวรรค์ จากการใช้รูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาโดยใช้หลักการมีส่วนร่วมแบบองค์รวมทั้งบ้าน วัด และโรงเรียน (บวร) แบบ "PODCC Model" โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก

4. ความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีต่อรูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาโดยใช้หลักการมีส่วนร่วมแบบองค์รวมทั้งบ้าน วัด และโรงเรียน (บวร) แบบ "PODCC Model" โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก

 

         

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 6 คน กำลังออนไลน์