ก้าวทันเทคโนโลยี

รูปภาพของ pbs8636

ปัจจุบันสื่อเทคโนโลยีด้านการสื่อสารมีการพันามากขึ้น   โดยเฉพาะการส่ง  เอส  เอ็ม  เอส ข้อความผ่านทางมือถือเป็นการสื่อสารที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากแต่ผู้ส่งก็ต้องระมัดระวังอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย  Tongue out SMS นั้นก็ย่อมาจากคำว่า Short Message Serviceแปลได้ว่าเป็น การบริการส่งข้อความสั้นๆ ที่ผ่านทางโทรศัพท์มือถือนั่นเองปัจจุบันน่าจะ รับส่งข้อความละไม่เกิน 160 ตัวอักษรต่อการส่งข้อความ 1 ครั้ง 

                                                       ถ้าพูดคำว่า เอสเอ็มเอส

ถ้าพูดคำว่า SMS เชื่อว่าทุกก็คงพอเข้าใจกันดีว่ามันมีลักษณะเป็นแบบไหนหน้าตาเป็นยังไง บางทีก็อาจจะไม่ทราบ ถึงความหมายของ SMS ก็ได้เราก็ได้นำความรู้เล็กน้อยที่คิดว่าน่าใกล้ตัว ทุกๆท่านมาเป็นมาบอกกัน จริงๆแล้ว SMS นั้นก็ย่อมาจากคำว่า Short Message Serviceแปลได้ว่าเป็น การบริการส่งข้อความสั้นๆ ที่ผ่านทางโทรศัพท์มือถือนั่นเองปัจจุบันน่าจะ รับส่งข้อความละไม่เกิน 160 ตัวอักษรต่อการส่งข้อความ 1 ครั้ง  
จุดเด่นของบริการ SMS คือเราสามารถที่จะส่ง SMS หรือข้อความ ได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยเราไม่ต้องไปกังวลเลยว่าพื้นที่ของ ผู้รับสายนั้นจะมีสัญญาณหรือไม่ ขณะเดียวกันถ้าหากปลายทางผู้รับ SMS ไม่มีสัญญญาณ ระบบจะเก็บข้อมูลไว้ จนกว่าปลายทางจะมีสัญญาณ จากนั้นระบบทำการส่งข้อมูลไปในทันที  
       การส่ง SMS ก็ไม่ค่อยสะดวกมากนัก เพราะมีการเรียงลำดับตัวอักษรภาษาไทย เหมือนกับภาษาอังกฤษ จะมีทั้ง ตัวเลข และอักษรภาษาไทย แต่ปัจจุบันนี้การส่ง SMS สะดวกมากขึ้น เพราะมีรูปแบบรองรับภาษาไทยไว้อย่างสมบูรณ์ โทรศัพท์มือถือทุกท่านก็สามารถส่ง SMS ได้อย่างสะดวแพทย์และนักจิตวิทยาสหรัฐวิตกว่า การส่งข้อความ "เอส เอ็มเอส" ผ่านโทรศัพท์มือถือบ่อยเกินไปอาจส่งผลเสียต่อวัยรุ่น

ผลการศึกษาโดยบริษัทนีลเส็นพบว่า ช่วงไตรมาสสุดท้ายปีก่อน วัยรุ่นอเมริกันรับส่งเอสเอ็มเอสมากถึง 2,272 ข้อความในแต่ละเดือน หรือเท่ากับวันละ 80 ข้อความโดยเฉลี่ย คิดเป็นปริมาณที่เพิ่มขึ้นถึงเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีและมนุษย์ประจำสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ ศึกษาพฤติกรรมการส่งเอสเอ็มเอสในหมู่เด็กวัยรุ่นเมืองบอสตันนาน 3 ปี

พบว่า การส่งเอสเอ็มเอสบ่อยเกินไปอาจกระทบกับพัฒนาการของเด็กวัยรุ่น ทำให้ตัดสินใจเองไม่เป็น เพราะมีแนวโน้มจะส่งไปถามความเห็นจากพ่อแม่หรือเพื่อนทุกครั้งที่เกิดปัญหา แม้แต่ปัญหาง่ายๆ เช่น การเลือกรองเท้าใส่ไปงาน เด็กก็ไม่สามารถตัดสินใจเองได้

นอกจากนี้ เอสเอ็มเอสที่ส่งเข้ามามากจนทำให้เครื่องสั่นหรือส่งเสียงทุก 2-3 นาที ยังทำให้เด็กวัยรุ่นขาดสมาธิในกิจกรรมที่อยู่ตรงหน้า

หรือแม้แต่จะนั่งครุ่นคิดปัญหาอย่างเงียบๆ ก็ทำไม่ได้ บางครั้งถ้าเพื่อนหรือคนรู้จักส่งข้อความมา เด็กจะรู้สึกเหมือนถูกกดดันให้ต้องส่งข้อความตอบกลับไปในทันที ดังนั้น เด็กวัยรุ่นที่ติดการรับส่ง เอสเอ็มเอสจึงมีแนวโน้มจะเป็นพวกที่รอไม่เป็น หรือขาดสมาธิเวลาทำกิจกรรมต่างๆที่จริงประโยชน์ของ SMS มีมากมายเหลือเกิน แต่สำหรับประเทศไทยแล้ว มีการใช้ SMS เป็น 4 รูปแบบหลักดังนี้ 
   1.การทำ SMS มาใช้ในวงการตลาด2. การใช้เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนสื่อหลักให้มีการสื่อสารแบบสองทาง หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ การส่งข้อความ SMS ไปพูดคุย เสนอความคิดเห็น หรือแม้แต่ร่วมสนุกชิงรางวัล 3. ใช้เป็นเครื่องมือเตือนภัยของรัฐบาล 4. ใช้เป็นเครื่องมือในการบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย  
                                                              lโทษของ SMS
 สำหรับ(สาวๆ)บางคนที่ชอบเก็บกระเป๋าตัง บัตรเครดิต เอทีเอ็ม โทรศัพท์มือถือไว้ในกระเป๋าสะพาย  หากท่านทำกระเป๋าหาย หรือลืมไว้ที่ใดนั้น หากมี SMS จากคนรัก หรือพ่อแม่ มาถามเกี่ยวกับรหัสผ่าน ATM ของท่านโดยผ่านมือถือของคนสนิทนั้น ห้ามมิให้ตอบไปทันที โดยที่คุณควรที่จะโทรกลับให้มั่นใจก่อนว่า คนที่ส่ง SMS ถามรหัสนั้น เป็นคนใกล้ชิดของคุณจริงๆ จากเรื่องเล่าที่ว่า เมื่อกระเป๋าสะพายที่มีทั้งมือถือและเอทีเอ็มตกนั้น บางทีในมือถือจะมีการบันทึกรายชื่อคนใกล้ชิด ที่เราบันทึกในนาม สุดที่รัก แฟน ปะปา มะมา พ่อ แม่ หรืออะไรก็ตามแต่ บางทีชื่อดังกล่าวนี้แสดงถึงความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับเจ้าของเอทีเอ็มที่ติดอยู่ในกระเป๋านั้นๆ หากท่านได้รับข้อความถามรหัสผ่าน ถึงแม้จะมาจากโทรศัพท์มือถือของคนใกล้ตัวยังตัวท่าน อย่าเพิ่งบอกรหัสผ่านของท่านให้ทันที เพราะเป็นไปได้ที่ข้อความดังกล่าว ไม่ใช่จากสุดที่รักอย่างที่เข้าใจ เพียงจากมือถือที่ได้พบหรือเจอโดยบังเอิญ อยากให้เราโทรกลับเพื่อยืนยันว่า sms นั้นจริงๆแล้วมาจากคนใกล้ตัวจริงไหม หากเราได้ให้รหัสผ่านดังกล่าวแล้ว เป็นไปได้เงินที่มีอยู่ในบัญชีก็จะถูกกดไปใช้ กว่าจะรู้ทัน จะแจ้งไประงับ เงินก็หมดไปแล้ว ดังนั้น อย่าไปเมมชื่อคนใกล้ตัวเราว่า สุดที่รัก พ่อ แม่ เพราะบางทีคนที่ไม่หวังดีสามารถเจาะและถามข้อมูลซึ่งนำไปสู่ความหายนะกับตัวเรา อีกอย่าง หวังว่ามือถือ กับ ATM ก็ไม่ได้อยู่ในกระเป๋าเดียวกัน หรืออย่าไปเขียนรหัสลับ ไว้ในกระเป๋าดังกล่าว อย่าเพิ่งสรุปว่า SMS จากเครื่องคนที่รู้จักคือข้อความที่เขาอยากได้ข้อมูลเสมอไป บางทีนั่นคือข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียเงินล้านไปได้

                                                                   โรคเอ็มเอส

                                 โรคเอ็มเอส" การมองเห็นผิดปกติ ร่างกายชา แขนขาอ่อนแรงโรคเอ็มเอส หรือ Multiple Sclerosis เป็นโรคของระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งระบบประสาทส่วนกลาง ประกอบด้วย สมอง ไขสันหลัง และเส้นประสาทตา โรคนี้พบมากในคนอายุน้อย วัยหนุ่มสาว หรือวัยทำงาน โดยพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากอะไร แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นผลเกี่ยวข้องกับการทำลายส่วนของระบบประสาทจากภูมิต้าน ทานของตัวเอง โดยที่ในผู้ป่วยบางรายพบว่า มีอาการของโรครุนแรงขึ้นหลังจากติดเชื้อไวรัส จึงมีสมมุติฐานที่ว่า ในผู้ป่วยกลุ่มนี้แทนที่ภูมิต้านทานจะไปเล่นงานเชื้อโรคอย่างเดียว กลับไปทำลายปลอกหุ้มเส้นประสาทของตัวเองด้วยลักษณะของการเกิดโรคเอ็มเอส เริ่มจากมีการอักเสบและมีการทำลายปลอกหุ้มเส้นประสาท ถ้าเป็นรุนแรง เส้นประสาทอาจถูกทำลายไปด้วย ในระยะเริ่มต้นส่วนมากคนไข้จะมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ โดยกลับมาเป็นซ้ำอีกในตำแหน่งที่ต่างกัน เช่น บางคนเป็นครั้งแรกที่ตา ต่อมาเป็นที่ไขสันหลัง ต่อมาเป็นที่เนื้อสมอง ในผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรัง หลังจากเกิดโรคเอ็มเอส แต่ละครั้งประสิทธิ ภาพการนำสัญญาณของเส้นประสาทจะลดลง โดยจะสะสมความพิการและความบกพร่องเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆอาการของโรคเอ็มเอสจะหลากหลายมาก ขึ้นอยู่กับบริเวณที่เกิดรอยโรค เช่น เกิดที่เส้นประสาทตา การมองเห็นของคนไข้อาจผิดปกติ แย่ลง ถ้าเป็นที่ไขสันหลังหรือสมอง อาจมองเห็นเป็นภาพซ้อน มีอาการชาครึ่งตัว แขนขาอ่อนแรง หรือปัสสาวะไม่ออก ขึ้นอยู่กับว่าเกิดที่สมองส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมส่วนไหนของร่างกาย ถ้าเป็นที่สมองส่วนกลางที่ควบคุมการทรงตัว คนไข้อาจมีอาการหัวหมุน หรือวิงเวียนศีรษะได้แต่มักมีอาการอื่นร่วมด้วยในการวินิจฉัยโรคนี้ กรณีที่คนไข้มีอาการอย่างหนึ่งอย่างใดและมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาล แพทย์จะทำการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด หากสงสัยว่าเป็นโรคเอ็มเอส อาจตรวจหาความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลางด้วยเครื่องสร้างภาพสมองด้วยสนาม แม่เหล็กแรงสูง หรือเอ็มอาร์ไอ หรือการตรวจวิเคราะห์น้ำไขสันหลังเมื่อวินิจฉัยว่าคนไข้เป็นโรคเอ็มเอส วิธีการรักษาส่วนใหญ่ คือ การให้ยาสเตียรอยด์ เพื่อลดการอักเสบ และคอยระวังไม่ให้มีอาการแทรกซ้อนเกิดขึ้น ภายหลังการรักษา ถ้าคนไข้หายดีก็แล้วไป แต่ถ้ายังหายไม่เป็นปกติอาจต้องทำกายภาพบำบัดเพิ่มเติมเนื่องจากโรคนี้รักษาไม่หายขาด คนที่เคยเป็นแล้วอาจกลับมาเป็นซ้ำอีกได้ ดังนั้นเพื่อป้องกันการเป็นซ้ำ และลดความรุนแรงของโรค คนไข้ควรหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการซ้ำ เช่น ถ้ารู้ว่าไวรัสอาจเป็นต้นเหตุทำให้อาการกำเริบก็ต้องป้องกันตัวเองไม่ให้ เป็นหวัด โดยควรหลีกเลี่ยงเข้าไปในสถานที่ที่อาจทำให้ติดหวัด ขณะเดียวกันคนไข้อาจได้รับการฉีดยาปรับภูมิคุ้มกัน แต่เนื่องจากปัจจุบันยาดังกล่าวยังมีราคาแพง และมีผลลดหรือชะลอการเกิดซ้ำ ดังนั้นการฉีดยาเพื่อหวังผลที่จะลดความรุนแรงของโรคในระยะยาว แพทย์คงจะต้องอธิบายกับผู้ป่วย และพิจารณาในคนไข้เป็นราย ๆ ไป.

http://www.thaigoodview.com/node/23293/edit

 

รูปภาพของ bcskrumai

ประวัติ sms คืออะไร ข้อดี ข้อเสีย และอย่าลืมใส่แหล่งอ้างอิงข้อมูลจาก www........... และตอบคำถามนี้ด้วย

คำถามให้นักเรียนช่วยกันคิดวิเคราะห์
1.SMS สามารถนำมาใช้ประโยชน์เพื่อให้สังคมสงบสุขได้อย่างไร?
2.SMS นำมาใช้ประโยชน์ในวงการศึกษาได้อย่างไรบ้าง?
ส่งคำตอบที่
http://www.thaigoodview.com/node/23301

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 61 คน กำลังออนไลน์