นิทานสอนใจสนุกๆ

รูปภาพของ sss27409

 

http://1.3qdc.com/old/sakid/2006/06/apple_tree_1b.gif

ต้นแอปเปื้ล กับ เด็กน้อย

          กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว (เพื่อไม่ให้เสีย concept การขึ้นต้นนิทาน)   มีต้นแอปเปื้ลใหญ่อยู่ต้นนึง  และก็มีเด็กชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งชอบเข้ามาอยู่ใกล้ๆ และเล่นรอบๆ ต้นไม้นี้ทุกๆ วันเขาปีนขึ้นไปบนยอดของต้นไม่ และก็กินผลแอปเปิ้ล แล้วก็นอนหลับไปภายใต้ร่มเงาของต้นแอปเปื้ล เด็กน้อยรักต้นไม้ และต้นไม้ก็รักเขา


เวลาผ่านไป..... เด็กน้อยโตขึ้น และเขาไม่มาวิ่งเล่นรอบๆ ต้นไม้ทุกวันอีกแล้ว

วันหนึ่งเด็กน้อย กลับมาหาต้นไม้  เด็กน้อยดูเศร้าๆ

"มาหาฉัน จะมาเล่นกับฉันเหรอ"  ต้นไม้ถาม

"ฉันไม่ใช่เด็กเล็กๆ แล้วนะ ฉันไม่อยากเล่นรอบๆ ต้นไม้อีกแล้ว ฉันต้องการของเล่น ฉันอยากได้เงินไปซื้อของเล่น"  เด็กน้อยตอบ

"ฉันไม่มีเงินหรอก...เก็บลูกแอปเปิ้ลของฉันไปขายสิ  แล้วเอาเงินไปซื้อของเล่น"  ต้นไม้ตอบ

เด็กน้อยเก็บแอปเปิ้ลไปหมดต้น แล้วจากไปไม่กลับมาเล่นกับต้นไม้

ต้นไม้ดูเศร้า......

วันหนึ่งเด็กน้อยกลับมา  เขาดูโตขึ้น    ต้นไม้รู้สึกดีใจตื่นเต้นมากที่ได้เจอ

"มาเล่นกับฉันเหรอ"  ต้นไม้ถาม

"ฉันไม่มีเลามาเล่นหรอก  ฉันมีครอบครัวแล้ว และต้องทำงาน ตอนนี้เราต้องการบ้าน  ช่วยฉันได้ไหม"

"ฉันไม่มีบ้าน  แต่..ตัดกิ่งก้านฉันไปสิ...แล้วเอาไปสร้างบ้าน"

ดังนั้นเด็กน้อยคนนั้นจึงตัดกิ่งก้านทั้งหมดไป และจากไปอย่างมีความสุข

เป็นอีกครั้งที่ต้นไม้ถูกทิ้งให้เดียวดาย และเศร้า....

และวันหนึ่งในฤดูร้อน  เด็กน้อยคนเดิมก็กลับมาอีก  ต้นไม้ดีใจมาก

"มาหาฉันเหรอ  มาเล่นกับฉันเหรอ"  ต้นไม้ถาม

"เปล่า  ฉันรู้สึกผิดหวังในชีวิต และเริ่มแก่ขึ้น  ฉันอยากแล่นเรือไปพักผ่อนไกลๆ ให้เรือฉันได้ไหม"

"ใช้ลำต้นของฉันซิ เอาไปสร้างเรือ เพื่อเธอจะได้เล่นเรือมีความสุข"  ต้นไม้ตอบ

ดังนั้น เด็กน้อยจึงตัดลำต้นไม้ไป เขาล่องเรือไป และไม่กลับมาอีกนาน

จนกระทั่งหลายปีผ่านไป  ในที่สุดเด็กน้อยคนเดิมก็กลับมาคราวนี้เขาดูแก่มากๆ

"ฉันเสียใจ  ฉันไม่เหลืออะไรจะให้อีกแล้ว  สิ่งเดียวที่เหลือ มีเพียงรากที่กำลังจะตาย" ต้นไม้พูด

"ฉันไม่มีฟันจะกินแล้ว  ฉันปีนไม่ไหว และฉันแก่แล้ว ตอนนี้ฉันไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว แค่อยากได้ที่พักพิง ฉันเหนื่อยมาหลายปีแล้ว"     เด็กน้อยตอบ

"งั้นมานั่งลงข้างๆ ฉันสิ....แล้วหลับให้สบาย"

เด็กน้อยนั่งลงข้างๆ ต้นไม้ดีใจ  ยิ้ม... และน้ำตาไหล...


....end......


       นี่เป็นเรื่องสำหรับทุกๆ คน  ต้นไม้ในเรื่องคือพ่อแม่  เมื่อเราเป็นเด็กตัวเล็กๆ  เรารักที่จะเล่นกับพ่อแม่... เมื่อเราโตขึ้น  บางคนทอดทิ้งพ่อแม่ให้เดียวดาย และกลับไปหาท่านเมื่อเราต้องการบางสิ่งบางอย่าง หรือเมื่อมีปัญหา   ไม่ว่าอย่างไร..พ่อและแม่เราก็จะอยู่และให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านทำได้   หว้งเพียงให้เรามีความสุข..

....แล้วต้นไม้ของคุณล่ะ...เด็กน้อย.....??? 

 

 

เต่า กับ ปลา


          ในกาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ในสมัยที่ สัตว์ ทั้งหลาย ยังสามารถพูด คุย ติดต่อสื่อสารกันได้ เหมือน คน                             ณ. ดินแดนที่แสนสงบ มีหนองน้ำแห่งหนึ่ง อยู่ชายป่า ในหนองน้ำนั้น อุดมสมบูรณ์ไปด้วย พืชพันธุ์ไม้น้ำ และ สัตว์น้ำ มากมาย หลากหลายพันธุ์ ซึ่งอาศัยพึ่งพา กัน และ ใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุขตามอัตภาพ

          ในวันหนึ่ง เต่าน้อยตัวหนึ่ง ได้ขึ้นมาเยี่ยมชม ที่ชายน้ำ ดั่งที่เคยทำ และในวันนั้น เต่าน้อย มีความคิดที่ว่า น่าจะออกเยี่ยมชม ไปให้ไกลกว่าที่ เคย จึงได้ ขึ้นจากน้ำ และ เดินท่องไปในชายป่า ลึกเข้าไปเป็นลำดับ ได้เห็นสิ่งต่างๆ มากมาย ผีเสื้อโบยบิน เป็นอิสระ สีสัน สวยงาม สัตว์ป่า สองเท้า สี่เท้า น้อยใหญ่ หากิน กันอยู่อย่างเป็นสุข ตามธรรมชาติ ต้นไม้ใหญ่ตระหง่านสูงใหญ่ ต้นเล็กพลิ้วไหว โอนเอนไปมาตามกระแสลม นก ใหญ่ น้อย บินโฉบฉวัดเฉวียน ไปมา สรรพสำเนียง น่าชม ต้นไม้ ออกผล เป็นอาหาร หลากหลาย ดอกไม้ พืชพรรณ สีสัน สวยงาม ตระการตา แสง อาทิตย์ อันเจิดจ้า เป็นประกาย ให้ความสว่าง และ อบอุ่น แก่ สรรพชีวิต เป็นที่ตื่นตาตื่นใจ ต่อ เต่าน้อย

เมื่อได้ท่องชมธรรมชาติจนได้เวลากลับ เต่าน้อย ก็เดินทางกลับออกจากราวป่า มาสู่หนองน้ำ อันเป็น ที่พำนักอาศัย ด้วยความตื่นเต้น กับสิ่งที่ได้พบเห็นมา จึงได้นำสิ่งที่ได้พบเห็นมา ถ่ายทอดสู่ผองเพื่อน ปลาใหญ่ ปลาน้อย ทั้งหลาย ให้ได้ฟัง หวังว่าเหล่าเพื่อนปลาใหญ่น้อยจะพลอยมีความสุข และตื่นเต้น เช่นเดียวกับตน ด้วยดวงใจ อัน พองโต กระตือรือร้น…แต่… สิ่งที่เกิดขึ้น เหล่า ปลาน้อย ปลาใหญ่ ต่างไม่พอใจ และ กล่าวหาว่า เต่าน้อย เปลี่ยนไป กล่าวหาว่า เต่าน้อย เป็น ผู้ที่ ขี้ปด มดเท็จ โกหก หลอกลวง เล่าเรื่องต่างๆที่ไม่มีทางเป็นจริงได้ให้ฟัง จึงพากันลงความเห็น ว่า เต่าน้อย เป็นผู้ที่ ไม่สมควรที่จะคบหา ต่อไป พากันตัดมิตรภาพ ตัดความสัมพันธ์ อันดีแต่ก่อน และ พากัน ขับไล่ เต่าน้อยให้ออกไปจากถิ่นที่อยู่อาศัย ในทันทีโดยไม่พิจารณาไตร่ตรองใดๆเลย
 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า     อย่ามองผู้อื่นในแง่ร้าย และ เมื่อจะตัดสินใจทำอะไรควรพิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบก่อน

 

http://sukumal.net/isoppu/robatooyako/robatooyako03.jpg

  ชาวนากับลา

          กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชาวนาคนหนึ่งเลี้ยงลาไว้หนึ่งตัวซึ่งแก่มากแล้ว วันหนึ่งชาวนาได้พาเจ้าลาแก่ออกไปข้างนอก ด้วยความโง่เขลาของมัน ดันเดินซุ่มซ่ามไปตกบ่อแห่งหนึ่ง มันร้องครวญครางเป็นเวลาหลายเพลาชาวนาเองก็พยายามใคร่ครวญหาวิธีที่จะช่วยมันขึ้นมา ในที่สุดชาวนาหวนคิดขึ้นมาได้ว่า เจ้าลาก็แก่เกินไปแล้ว อีกอย่างบ่อนี้ก็ต้องกลบ ไม่คุ้มที่จะช่วยเจ้าลา ชาวนาจึงไปขอแรงชาวบ้านเพื่อมาช่วยกลบบ่อ ทุกคนใช้พลั่วตักดินสาดลงไปในบ่อ ครั้งแรกเมื่อดินไปถูกหลังลามันตกใจ และรู้ชะตากรรมของตนทันที มันร้องโหยหวนทันที สักพักหนึ่งทุกคนก็แปลกใจ ที่เจ้าลาเงียบไป หลังจากที่ชาวนาตักดินใส่ไปในบ่อได้สัก สองสามพลั่วก็เหลือบมองลงไปในบ่อ ก็พบกับความประหลาดใจที่ว่า ทุกครั้งที่ทุกคนสาดดินไปถูกหลังลามันจะสะบัดดินออกจากหลัง แล้วก้าวขึ้นไปเหยียบบนดินเหล่านั้น ยิ่งทุกคนพยายาม เร่งระดมสาดดินลงไปมากเท่าไรมันก็ก้าวขึ้นมาได้เร็วมากยิ่งขึ้น
ในไม่ช้าทุกคนต่างประหลาดใจ ที่เจ้าลาสามารถหลุดพ้นจากปากบ่อได้

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า     ชีวิตนี้อุปสรรคต่างๆที่ถาโถมเข้ามาหาเราก็เปรียบเสมือนดินที่สาดเข้ามาจงอย่าท้อถอยและยอมแพ้จงแก้ไขมัน เพื่อที่เราจะได้เหยียบมันเพื่อที่จะก้าวสูงขึ้นเรื่อยๆเปรียบเสมือนลาแก่ที่หลุดพ้นจากบ่อได้

 

 

เด็กน้อยขี้โมโห

          เด็กน้อยคนหนึ่งเป็นคนอารมณ์ร้าย หงุดหงิดง่ายชอบทะเลาะกับผู้อื่นเป็นประจำ พ่อเลยนำตะปูมาให้กำหนึ่ง พร้อมกับบอกว่าเมื่อใดที่เจ้าหงุดหงิดเจ้าจงไปตอกตะปูที่รั้วบ้านหนึ่งตัว วันแรกเด็กน้อยคนนี้ก็ตอกตะปูไปสามสิบกว่าตัว วันต่อๆมาก็เริ่มลดลงเรื่อยๆเพราะเริ่มจะคิดได้ว่า การควบคุมอารมณ์โกรธนั้นง่ายกว่าการไปตอกประตูตั้งเยอะ

จนกระทั่งเด็กคนนั้นสามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้จนเลิกตอกตะปูได้แล้ว จึงไปหาพ่อบอกว่า พ่อครับผมสามารถระงับความโกรธได้เด็ดขาดแล้ว พ่อจึงบอกให้เจ้าพิสูจน์ซิ เจ้าอาจจะขี้เกียจตอกตะปูก็ได้ ถ้าเมื่อใดก็ตามที่เจ้ารู้สึกว่า เจ้าระงับความโกรธได้จริง เจ้าก็ไปถอนตะปูออกมาตัวนึง ผ่านไปไม่นาน รั้วบ้านนั้นก็ถูกเด็กน้อยถอนตะปูไปจนหมดสิ้น เด็กน้อยจึงดีใจวิ่งไปหาพ่อบอกว่า ตัวเองสามารถแก้ไขนิสัยอารมณ์หงุดหงิดง่ายได้เด็ดขาดจริงๆแล้ว

แล้วพ่อก็พาเด็กน้อยมาที่รั้วบ้าน พร้อมกับบอกว่า เจ้าเห็นมั๊ย ถึงแม้เจ้าจะสามารถถอนตะปูได้หมดแล้ว แต่มันก็ยังเหลือร่องรอยตะปูที่เจ้าได้ตอกไว้ ก็เปรียบเสมือนกับจิตใจคนเรานั่นเอง ถึงแม้เจ้าจะได้แก้ไขในการกระทำของเจ้าแล้ว แต่มันก็ยังคงมีบางสื่งบางอย่างติดค้างในใจ ในสิ่งที่เจ้าได้ทำลงไป ต่อไปเจ้าจงคิดให้ดีๆในสิ่งที่เจ้าจะทำต่อไป เจ้าจะได้ไม่เสียใจภายหลัง

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า     สร้างมิตรเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ แต่มีศัตรูเพียงคนเดียวก็มากเกินไปแล้ว

 

ชะตากรรมของชาย3คน

          ณ ลานประหาร........ นักศึกษาชายชาวอเมริกัน 3 คน เดินทางไปเที่ยวที่แม็กซิโก ในคืนวันหนึ่งทั้ง 3 คน ดื่มเหล้าในบาร์หนักไปหน่อย พอตอนเช้า ก็พบว่าทั้ง 3 คน ติดอยู่ในคุกและโดนตัดสินประหารชีวิตไปเรียบร้อย แต่ทั้ง 3 คนไม่มีใครจำได้ว่าไปทำอะไรมาบ้างเนื่องจากเมาจัด เลยเชื่อว่าตัวเองไม่ได้ทำผิด พอถึงวันประหารหลังจากที่นักศึกษาคนแรกถูกนำเข้าไปนั่งบนเก้าอี้ไฟฟ้า เขาก็พูดสั่งเสียออกมาว่า
"ผมเป็นนักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยแถบแกรนด์แคนยอน  ผมเชื่อในพลังของพระเจ้าและเชื่อว่าพระเจ้าจะเข้าข้างผู้บริสุทธิ์"               พอสิ้นเสียงเจ้าหน้าที่ก็สับสวิทช์เก้าอี้ไฟฟ้า ปรากฎว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เลยเชื่อว่าพระเจ้าไม่ต้องการให้นักศึกษาคนนี้ตายจึงปล่อยตัวไป  เสร็จแล้วนักศึกษาคนที่ 2 ก็ถูกนำมานั่งเก้าอี้ไฟฟ้า แต่ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสับสวิทช์ไฟ นักศึกษาคนที่ 2 ก็กล่าวมาว่า    "ผมเป็นนักศึกษากฏหมายอยู่ที่ มหาวิทยาลัยอริโซน่า ผมเชื่อว่ากฏหมายอันศักดิ์สิทธิ์จะเข้าข้างผู้บริสุทธิ์เสมอ"
พูดจบเจ้าหน้าที่ก็สับสวิทช์ทันทีปรากฏว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้น  เจ้าหน้าที่เชื่อว่ากฏหมายอันศักดิ์สิทธิ์ไม่ต้องการให้ชายผู้นี้ตายก็เลยยอมปล่อยตัวไป  หลังจากนั้นพอนักศึกษาคนที่ 3 ถูกนำมานั่งเก้าอี้ไฟฟ้าเขาก็กล่าวว่า
"ผมเป็นนักศึกษาวิศวะไฟฟ้า"
และผมจะขอบอกพวกคุณว่าถ้าพวกคุณไม่ต่อสายไฟ 2 เส้นที่ขาดอยู่นั้นเข้าด้วยกัน ไอ้เก้าอี้ไฟฟ้าตัวนี้ก็จะไม่มีวันใช้การได้                  หลังจากนั้นอีก 5 นาทีวิญญานของนักศึกษาคนที่ 3 ก็ไปสู่สุขคติ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า     รู้อะไรไม่สู้รู้วิชา แต่สุดท้าย...รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี

http://www.oknation.net/blog/beney/2007/08/03/entry-1

หัวมันฝรั่ง

          คุณครูในโรงเรียนสอนเด็กอนุบาลแห่งหนึ่งตัดสินใจที่จะให้เด็กนักเรียนในชั้นของเธอเล่นเกมได้ ดังนั้นเธอจึงบอกให้เด็กนักเรียนแต่ละคนในชั้นนำมันฝรั่งใส่ถุงพลาสติกมาจำนวนหนึ่งบนมันฝรั่งแต่ละหัวให้เขียนชื่อคนที่รังเกียจไว้ ดังนั้นจำนวนหัวมันฝรั่งที่เด็กนักเรียนใส่ไว้ในถุงของเขาจะขึ้นกับจำนวนคนที่เขารังเกียจไม่ชอบและเมื่อถึงวันกำหนด เด็กๆ ทุกคนก็นำฝรั่งที่มีชื่อคนที่เขารังเกียจติดตัวมา บางคนมีมัน 2 หัว บางคนมีมัน 3 หัว ในขณะที่บางคนมีถึง 5 หัว จากนั้นคุณครูได้สั่งให้เด็กนักเรียนนำมันฝรั่งของตนเองใส่ถุงถือติดตัวไปทุกๆ แห่ง (แม้กระทั่งเข้าห้องน้ำ) เป็นระยะเวลา 1 อาทิตย์หลังจากที่หลายๆ วันผ่านไป พวกเด็กนักเรียนก็เริ่มบ่นถึงกลิ่นที่ไม่สู้จะดีที่ออกมาจากมันฝรั่งซึ่งเริ่มจะเน่านอกจากนั้นเด็กที่มีมันฝรั่ง 5 หัวก็ยิ่งบ่นที่ต้องถือถุงหนักกว่าคนอื่น เมื่อเวลา 1 อาทิตย์สิ้นสุดลง
พวกเด็กนักเรียนจึงได้รู้สึกปลดปล่อยเพราะเกมได้จบลงแล้วคุณครูถามว่า “พวกเธอรู้สึกอย่างไรกับการที่ต้องถือมันฝรั่งติดตัวอยู่ 1 อาทิตย์” พวกเด็กนักเรียนจึงระบายความหงุดหงิดไม่พอใจออกมา และบ่นถึงความลำบากที่พวกเขาต้องเจอจากการที่ต้องถือถุงมันฝรั่งที่ทั้งหนักและส่งกลิ่นเน่าเหม็น  หลังจากนั้นคุณครูจึงได้อธิบายให้พวกเด็กได้ทราบถึงความหมายแท้จริงที่ซ่อนอยู่ในเกม คุณครูกล่าวว่า “นี่เป็นเหมือนกับสถานการณ์จริงๆ เมื่อเราต้องแบก เก็บความเกลียดชังผู้อื่นไว้ในใจ มลพิษของความเกลียดชังจะกัดกร่อนใจของเรา และติดไปกับตัวเราในทุกๆ ที่ที่เราไป ถ้าขนาดที่เรายังทนไม่ได้กับกลิ่นเน่าเหม็นของมันฝรั่งในช่วง 1 อาทิตย์ ลองคิดดูว่ามันจะเป็นเช่นไร ถ้าเราแบกเก็บความเกลียดชังไว้ในใจตลอดชั่วชีวิต”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า     โยนทิ้งความเกลียดชังผู้อื่นออกไปจากใจของคุณ เพื่อที่ว่าคุณจะได้ไม่ต้องแบกรับบาปนี้ไปชั่วชีวิต ให้อภัยผู้อื่นถือเป็นทัศนคติที่ดีที่สุดที่ควรยึดถือไว้ รักชื่นชมผู้อื่นแม้ว่าคุณจะไม่ชอบพวกเขา   ความรักที่แท้จริงนั้นไม่ใช่การรักชอบบุคคลที่สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าสมบูรณ์แบบ แต่เป็นการรักชอบชื่นชมบุคคลที่ไม่สมบูรณ์แบบให้สมบูรณ์มากๆ

 

 

ที่มา  http://share.psu.ac.th/blog/salisa-psu/7638

       http://www.sakid.com/2006/06/25/1566/

       http://www.expert2you.com/view_article.php?art_id=2919

 

 

เรียบเรียงโดย  น.ส เพชรรัตน์  เรืองวิทูร

โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย

รูปภาพของ ssspoonsak

แวะมาเป็นกำลังใจให้นะครับ

-----------------------------------------------------------------------------------------
ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
ทำด้วยใจ ไปด้วยฝัน

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 61 คน กำลังออนไลน์