มาทำความรู้จักกับนาฏศิลป์ไทยกันนน

รูปภาพของ sss28361

                

                                                                     ที่มาของภาพ : http://i.ytimg.com/vi/oaBDSs7qWF4/0.jpg

     ละคร

       ความเป็นมาของละครไทย ความหมายของละคร หมายถึง การแสดงที่ผูกเป็นเรื่องราว เพื่อความสนุกสนาน บันเทิงใจ เป็นศิลปะที่มนุษย์สร้างสสรค์ขึ้นมาด้วยแรงบันดาลใจ ตามธรรมชาติ วัฒนธรรม สังคม ขนบธรรมเนียมประเพณีของแต่ละชนชั้น แสดงออกเห็นความงดงาม น่าชม ก่อให้เกิดอารมณ์ สะเทือนใจ ลักษณะของละครตะวันตกและซีกโลกตะวันออกจะมีความแตกต่างกันตรมหลักปรัชญาศาสนา และความเชื่อ ชนชาติโบราณทุกชาตินอกจากถือว่าการเต้นรำหรือฟ้อนรำเป็นกิจประจำของทุกคนแล้ว ยังถือเป็นพิธีกรรมทางศาสนา
การแสดงละครในยุคแรกๆ จะจัดการแสดงเพื่อสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้ายอพระเกียรติพระมหากษัตริย์ ยิ่งชนชาติใดมอารยธรรมเก่าแก่ก็จะมีการตำนานเกี่ยวกับการแสดงละคร ในรูปแบบ จารึก ตำรารำ คัมภีร์ เป็นต้น


     ประวัติศาสตร์การละครไทย

       ประวัติการละครไทย สัมพันธ์กับยุคสมัยทางประวัตฺศาสตร์ของประเทศ จึงมีการพัฒนาการตามยุคสมัย โดยมีอิทธิพล ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม สภาพแวดล้อม สภาพเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมการติดต่อกับชาวต่างประเทศ จึงทำให้วิถีชีวติขิงคนในแต่ละยุคมีความแตกต่างกัน ศิลปะการละครไทยจึงมีปรากฏการณ์ที่มีจุเด่นแตกต่างกันไป ประวัติศาสตร์ละครไทย แบ่งตามยุคสมัยได้ดังนี้

       สมัยน่านเจ้า การแสดงมีแต่ระบำปรากฏเป็นหลักฐาน ส่วนการละครไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัด ในสมัยนี้มีนิทานเรื่อง มโนราห์
แพร่หลายในประเทศแถบทุกชาติ เช่น อินเดีย ชาว มลายู ลาว เขมร พม่า และไทย เป็นต้น

สมัยสุโขทัย(พ.ศ. 1800-1920) จากศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหง กล่าวถึง การขับร้อง ระบำ รำ ฟ้อน และการละเล่นพื้นเมือง ไม่ปรากฏหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับละครไทย

       สมัยอยุธยา (พ.ศ. 1921-2330) มีหลักฐานปรากฏเกี่ยวกับการละคร โขน ระบำ รำ ฟ้อน และการแสดงมหรสพต่างๆ เช่น หนังใหญ่ หุ่น การละเล่นขอลหลวง การละเล่นพื้นเมือง ในสมัยอยุธยาสมัยเป็นราชธานี

       สมัยธนบุรี (พ.ศ. 2330- 2325) การละครไทยค่อนข้างซบเซา เนื่องจากการเสียกรุงเก่า บทละครหายไปเป็นจำนวนมาก สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ทรงทำนุบำรุงการละคร โดยพยายามรวบรวมบทละครที่กระจัดกระจายเพื่อนำมาสร้างสรรค์ให้คงอยู่ต่อไป และทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่อง รามเกียรติ์ ไว้ 5 ตอน และทรงกำกับการแสดง การฝึกซ้อม โขน ละคร ด้วยพระองค์เอง โดยยึดแบบแผนการแสดงของกรุงเก่า

       สมัยรัตนโกสินทร์ (พ.ศ.2325-ปัจจุบัน) พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ทรงสนับสนุนฟื้นฟูการละครโดยสืบเนื่องกันมาเป็นลำดับ

สมัยรัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (พ.ศ.2325-2352)

ทรงวางพื้นฐานของศิลปวิทยาการให้เป็นแบบแผน โดยเฉพาะในเรื่องละครซึ่งถือว่า เป็นของประดับเกียรติของพระนคร มีละครผู้หญิงในราชสำนัก ถือแบบแผนการแสดงแบบกรุงเก่า โปรดให้ฝึกหัดการแสดงละครโขน ทั้งวังหลวงตามแบบอย่างครั้งกรุงเก่า

สมัยรัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (พ.ศ.2352-2367)

พระองค์ทรงเป็นองค์ประมุขแห่งกวี วรรณคดีประเภทกาพย์ กลอน ทรงเป็นศิลปินดนตรี ซอสามสาย พระราชนิพนธ์เพลงบุหลันลอยเลื่อน พระองค์โปรดการละครมาก เป็นยุคทองแห่งวรรณคดี บทพระราชนิพนธ์เรื่อง อิเหนา ได้รับยกย่องจากวรรณคดีสโมสรว่า เป็นยอดของบทละครรำ เพราะรักษาขนบธรรมเนียมโดยสมบูรณ์ แสดงสะดวก ท่ารำไม่ขัดเขิน บทกลอนไพเราะ

สมัยรัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.2367-2394)

พระองค์ไม่ทรงสนพระทัยในการละครใดนักแต่มิทรงขัดขวาง ละครหลวงจึงค่อยๆ หมดไป บรรดาครูละครหลวงออกไปเป็นครูฝึกหัดละครตามวังเจ้านาย ขุนนางและราษฎรทำให้การละครเจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเร็ว มีคณะละครเกิดขึ้นหลายคณะ แสดงทั้ง ละครนอกและละครใน

สมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.2394-2411)

โปรดฟื้นฟูละครหลวงขึ้นใหม่ มีพระบรมราชานุญาตให้คนทั่วไปมีละครผู้หญิงได้ มีประกาศกฎหมายภาษีมหรสพโดยเก็บจากเจ้าของตณะละครตามประเภทของการแสดงและเรื่องที่แสดง ทรงพระราชนิพนธ์รามเกียรติ์ตอนพระรามเดินดง บทร้องในการรำเบิกโรงดอกไม้เงินดอกไม้ทอง

สมัยรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.2411-2453)

ในรัชกาลที่ 5 เป็นยุคที่อารยธรรมตะวันตกเข้ามาแพร่หลายในประเทศไทย เกิดละครสมัยใม่หลายประเภท ได้แก่ ละครดึกดำบรรพ์ ละครพันทาง ละครเสภา ละครร้อง ละครพูด ลิเก โปรดเกล้าให้เลิกภาษีอากรมหรสพ ทำให้เกิดคณะละครที่มีชื่อเสียงขึ้นมากมาย กิจการการละครรุ่งเรืองมาก เจ้าของคณะคิดปรับปรุงวิธีการแสดงขึ้นใหม่

สมัยรัชกาลที่ 6 พระบามสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.2453-2468)

เป็น ยุคทองแห่งศิลปะการละครยุคที่ 2 มีบทละครและศิลปินเกิดขึ้นมากมาย ทรงพระราชนิพนธ์บทโขนปและละครไว้จำนวนมาก ทรงแสดงละครเป็น นายมั่น ปืนยาว ในเรื่องพระร่วง และครั้งสุดท้ายทรงแสดงละครเรื่อง วิวาห์พระสมุทร ที่พระราชวังมฤคทายวัน เมื่อ พ.ศ. 2468

ทรงได้รับยกย่องว่าเป็น พระราชบิดาแห่งละครพูด ทรงฟื้นฟูการแสดงโขน โดยทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ศิลปิน นักร้อง นักดนตรี ได้ทรงจัดตั้งโรงเรียนพระหลวง ฝึกนักเรียนเป็นศิลปิน 3 สาขา คือ โขน ละคร ดนตรีปี่พาทย์ เครื่องสายฝรั่ง การแสดงโขนเจริญมากจนมีคำเรียกโขนราชการว่า โขนหลวง

สมัยรัชกาลที่ 7 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว(พ.ศ.2468-2477)

ทรงทำนุบำรุงการละครให้คงอยู่รอดตลอดรัชกาล แม้ว่าจะเป็นยุตที่มีความผันผวนทางเศรษกิจและการเมือง พระองค์พระราชนิพนธ์เพลงเขมรลออองค์ และเพลงราตรีประดับดาว

สมัยปัจจุบัน (หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองจนถึงปัจจุบัน)

การละครและดนตรีอยู่ในความรับผิดชอบของกรมศิลปากร มีละครแบบใหม่เกิดขึ้น คือ ละครจันโรภาส (จวงจันทร์ จันทร์คณา) เป็นผู้ปรับปรุงเพลงไทยเดิมที่มี ทำนองเอื้อนมาเป็นเพลงที่ไม่มีการเอื้อน เรียกว่า ละครร้อง

ละครหลวงวิจิตรวาทการ เป็นละครประเภทปลุกใจให้รักชาติ มีลักษณะเป็นละครพันทางอิงประวัติศาสตร์ มีการแสดงระบำที่งดงามมีคำพูดที่โต้ตอบที่ไพเราะกินใจ ใช้วงดนตรีไทยและดนตรีสากลบรรเลงสลับกัน

     ลักษณะเด่นของละครหลวงวิจิตรวาทการ

       1. บทรำ

       2. บทพูด

       3. บรรเลงดนตรีด้วยวงดนตรีไทย-สากล

       4. แต่งกายแบบละครรำบ้าง แต่งแบบชีวิตจริงบ้าง

       5.ท่ารำ มีทั้งรำไทยและท่ารำอย่างละครร้อง (ท่ากำ-แบ)

     
     การพัฒนาการละครไทย

       การละครไทย เป็นการแสดงที่เล่นเป็นเรื่องราว โดยมีแนวคิด โครงเรื่อง ตัวละคร บทละครสำหรับละครไทยนั้นดำเนินเรื่องราวด้วยการขับร้อง เจรจา และลีลาท่ารำ สื่อความหมายตามบทร้องเรียกว่า รำตีบท หรือภาษาท่านาฏศิลป์โดยการบรรเลงดนตรีประกอบตามลักษณะกิริยา อารมณ์ของตัวละครและบรรยากาศการแสดง เรีกว่า เพลงหน้าพาทย์ ละครไทยมาตรฐานจึงมีลักษณะเฉพาะตัว เป็นเอกลักษณ์ตามวัฒนธรมมไทย โดยมีองค์ประกอบที่สำคัญคือ

       1. บทละคร

       2. บทร้อง,บทเจรจา

       3. ภาษาท่านาฏศิลป์,ท่ารำ

       4. ดนตรีประกอบการแสดง

       5. การแต่งกาย

     ประเภทของละครไทย

       ละครไทยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท

          1. ละครรำแบบมาตรฐาน

             1.1 ละครโนราชาตรี

             1.2 ละครนอก

             1.3 ละครใน

         2. ละครรำแบบปรับปรุง

             2.1 ละครดึกดำบรรพ์

             2.2 ละครพันทาง

             2.3 ละครเสภา

             2.4 ละครชาตรีทรงเครื่อง

          3. ละครร่วมสมัย

             3.1 ละครร้อง

                  - ร้องล้วนๆ

                  - ร้องสลับพูด

            3.2 ละครพูด

            3.3 ละครสังคีต

 

แหล่งที่มาของข้อมูล...ขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง
หนังสือเรียนภาษาไทย รายวิชา ท 051 ภาษากับวัฒนธรรม
http://www.artmwk.50g.com/prawat.htm
http://www.banramthai.com/html/khon.html
http://thaidance.exteen.com/20060717/entry
http://www.nsru.ac.th/oldnsru/webelearning/dance/native.html

รูปภาพของ ssspoonsak

ดีแล้วละ แต่ขออีกนิด การอ้างอิง ต้องอ้างอิงทุกหน้า ตรวจดูอีกทีนะ ที่มารูปภาพต้องชัดเจน

จะเป็นกำลังใจให้ แล้วจะมาดูอีกครั้ง

อย่าลืมส่งประกวด
แต่ต้องสร้างให้มากกว่า 20 node พร้อมลิ้งค์ด้วย

-----------------------------------------------------------------------------------------
ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
ทำด้วยใจ ไปด้วยฝัน

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 1 คน และ ผู้เยี่ยมชม 165 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • gkqt8jgh