ดวง... สิ่งที่กำหนดชีวิตเรา !!

รูปภาพของ sss27406

ดวงคืออะไร ?? ทำไมสิ่งมีชีวิตที่กำหนดชะตาชีวิตเรา นิยามของดวง
หมายถึง บางสิ่งบางอย่างที่ถูกกำหนดมาแล้ว ซึ่งมีผลต่อชะตาชีวิตของคน และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
 แต่ดวง (อนาคต)มันไม่มี มีแต่ปัจจุบันที่ดำเนินไป
 
อนาคตที่จะเกิดขึ้นเป็นเพียงแนวโน้ม(may not must) ที่เกิดจากแรงผลักดันของกรรมที่ทำมาในอดีต โดยเรื่องราว เหตุการณ์ หรือแนวโน้มต่างๆจะถูกsave ลงในจิต เพื่อรอเวลาอันสมควรที่จะเกิด ซึ่งเป็นการกำหนดอย่างกว้างๆ ไม่ได้กำหนดรายระเอียดแต่ประการใด(อิทัปปัจจยตาภายใน) ทั้งหมดจะมีความสัมพันธ์กับอิทัปปัจยตาภายนอก ซึ่งเราสามารถมองเห็นและหลีกเลี่ยงได้เสมอ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเกิดอนาคตเช่นนั้นเสมอไป เว้นเสียแต่พลังผลักดันของกรรมมันรุนแรงมากก็อาจจะหนีไม่พ้น อย่างดีก็ทำได้แค่ผ่อนหนักให้เป็นเบา
 
เช่นเดียวกับ การงอกของเมล็ดพืช เมล็ดพืชถูกกำหนด function มาแล้วว่ามันจะต้องงอกและงอกเป็นอะไร
แต่จะงอกได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับดินที่ดี น้ำที่พอเหมาะ และอุณหภูมิที่เหมาะสม และปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้อง และจะงอกงามแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับแสงด้วย(หมายเหตุ การงอกในที่นี่หมายถึงการเกิดขึ้นของผลแห่งกรรม ทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว)
 
การดูดวงจึงเป็นการดูเชื้อแห่งการเกิด(เมล็ด) และคำนวณอิทัปปัจยตาภายนอก
 
ฉะนั้น อนาคตบางเรื่องจึงไม่สามารถดูได้ เพราะอิทัปปัจจยตาภายนอกมันยังไม่เกิดขึ้นในปัจจุบันขณะที่ดู จึงไม่สามารถคำนวณอิทัปปัจจยตาภายนอก เหตุนี้อนาคตบางเรื่องจึงไม่สามารถดูได้ เช่น จะตายเมื่อไร เป็นต้น
 
แต่บางคำถาม แม้จะเป็นคำถามเดียวกัน แต่บางทีก็ดูได้ บางทีก็ดูไม่ได้ เช่น เราจะขายรถได้ภายใน1เดือนหรือไม่ หากขณะที่เราดูอยู่นั้น มีคนสนใจ มีคนอยากได้ คำตอบก็อีกแบบ แต่หากยังไม่มี คำตอบก็อีกแบบ ในกรณีหลังไม่ใช่ว่าจะขายไม่ได้ภายใน1เดือน เพียงแต่ว่าอิทัปปัจจยตาภายนอกมันยังไม่เกิดขึ้นเท่านั้น จิตเราจึงไมสามารถหยั่งรู้หรือสามารถคำนวณได้
 
สรุป ดวง หรืออนาคตจะไม่สามารถคำนวณได้เลย หากอิทัปปัจจยตาภายนอกมันยังไม่เกิด ทั้งนี้เพราะว่ามันไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ดวง หรืออนาคตแต่แรกแล้ว
 
แต่นี่ทฤษฎีดังกล่าวนี้ อาจไม่สามารถทำความเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้ ผมจึงมีอีกทฤษฎีหนึ่งที่มาอธิบายเรื่องแรงผลักดันของชีวิต ดังนี้
 
แต่แรกเดิมทีจักรวาลของเราประกอบไปด้วยมวลสารขนาดเล็กแต่มีอนุภาคเป็นอนันต์ และเมื่อมันมารวมตัวกันมากเข้า ก็เกิดอุณหภูมิที่สูงขึ้น จนกระทั่งถึงจุดๆหนึ่งก็เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ที่เราเรียกกันว่า Big Bang ด้วยแรงระเบิดดังกล่าวมีผลทำให้จักรวาลมีการขยายตัวออกไปเรื่อยๆ อนุภาคที่เคยมีอยู่ก็กระจัดกระจายกันออกไปและรวมตัวกันเป็นดวงดาวต่างๆ รวมถึงดวงอาทิตย์ด้วย และเมื่ออุณหภูมิลดลงก็เกิดน้ำ และสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวตามมาและวิวัฒนาการเรื่อยมาเป็นสิ่งมีชีวิตต่างๆ
ประกอบกับมีการพิสูจน์ทางฟิสิกซ์ที่บอกว่า อนุภาคอิเล็กตรอน 2 ตัว ที่เคยมีความสัมพันธ์กันมาก่อน ย่อมจะมีความสัมพันธ์กันไปตลอดกาล และอีกทฤษฎีคือกฎการอนุรักษ์พลังงานที่ว่าสสารจะไม่มีวันหายไปจากโลก แค่จะเปลี่ยนสภาพไปเท่านั้น โดยอาจเปลี่ยนจากอนุภาคเป็นอนุภาค หรืออนุภาคเป็นพลังงาน หรือพลังงานเป็นอนุภาค หรือพลังงานเป็นพลังงานก็ได้
 
ประเด็นที่ต้องการจะชี้คือ สิ่งมีชีวิต มนุษย์ ดวงดาว และ จักรวาล ล้วนแต่มีความสัมพันธ์และสามารถส่งอิทธิพลถึงกันได้เพราะก่อนที่จะเกิดจักรวาลมันเป็นอนุภาคที่มีความสัมพันธ์กันมาก่อนดังที่ได้กล่าวไปแล้วในข้างต้น และการเวียนว่ายตายเกิดก็ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ  และนี่ก็คือที่มาของโหราศาสตร์การผูกดวงวันเดือนปีเกิดที่คำนาณการโคจรของดวงดาวต่างๆ และพยากรศาสตร์แขนงต่างๆ อาทิ โหงวเฮ้ง และลายมือที่สะท้อนชะตาออกมาทางร่างกาย และไพ่ทาโรต์(ตลอดจนไพ่ป๊อกและศาสตร์เสี่ยงทายแขนงอื่นๆ) ที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังของจิตอันเป็นธาตุแท้เดิมทีของจักรวาล ดังนั้น จิตที่มีสภาพเป็นอนุภาคของจักรวาลจึงสามารถหยั่งรู้ความเป็นไปของจักรวาลได้ครับ
 
แต่ก็ใช่ว่าดวงดาวหรือปัจจัยภายนอกจะมีอิทธิพลต่อเราฝ่ายเดียว แต่เราก็สามารถส่งอิทธิพลขอกการกระทำเราไปยังดวงดาวและจักรวาลได้ ดังสำนวนฟิสิกซ์ที่ว่าเพราะเด็ดดอกไม้จึงสะเทือนถึงดวงดาว ดังนั้นเรามนุษย์จึงมีสิทธิอย่างเต็มที่ที่จะลิขิตชีวิตตนเอง อย่างนี้แล จึงจะสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
 
และอีกเรื่องที่ไม่พูดก็คงไม่ได้เพราะอาจจะหาความเชื่อมโยงไม่ถูก นั่นคือ กรรม ซึ่งขออธิบายอย่งจำกัด ดังนี้

 
ที่มาของภาพ : http://blog.eduzones.com/horoscope?page=6&page2=&page3=

การที่เราจะเกิดมาในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งย่อมเป้นผลมาจากกรรมที่นำมาในอดีต ซึ่งอนุภาคของจิตเราก็จะบันทึกข้อมูลของกรรมเอาไว้(อนุภาคทุกอย่างบนโลกนี้มีตัวรู้ คือสามารถรับรู้หรือบันทึกข้อมูลได้ จิตก็เช่นเดียวกันกับต้นไม้ที่การได้ยินเสียงเพลงมีผลต่อการเจริญเติบโต)แล้วรอเวลา สถานที่ และ ครอบครัวที่เหมาะสมที่จะไปเกิดใหม่เรียกว่า ชนกกรรม (โปรดเทียบเคียงกับทฤษฎีอื่นข้างต้น) ซึ่งเจ้าชะตาจะได้พบกับเจ้ากรรมนายเวรและผู้ที่เคยมีความผูกผันกันมากับคนอื่น และมันก็จะดำเนินไปตามวงจรนี้ต่อไปเรื่อย มันคือพลังหล่อเลี้ยงให้จิตยังมีข้อมูลเดิมอยู่และเป็นแรงผลักดันใหวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฎ จนกว่าที่เราจะหลุดพ้นจากความรู้สึกตัวกูของกู ดังนี้เองวงจรเหล่านี้ก็จึงหายไป อนุภาคของจิตเราไม่มีข้อมูลหลงเหลือ ก็กลับสู่สภาพแท้ของธาตุเดิมแห่งจักรวาล และเราเรียกสิ่งนี้ ว่า นิพพาน

 

รูปภาพของ ssspoonsak

ไม่ดีเลย คัดลอกมาวางเลย font เลยไม่ถูกต้อง แก้ไขอีกเยอะเลย

อย่าลืมส่งประกวด
แต่ต้องสร้างให้มากกว่า 20 node พร้อมลิ้งค์ด้วย

-----------------------------------------------------------------------------------------
ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
ทำด้วยใจ ไปด้วยฝัน

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 24 คน กำลังออนไลน์