กลอนของสุนทรภู่

รูปภาพของ pch5780

 กลอน

อันคุณครูคำนี้มีความหมาย
อันหลากหลายคำพูดจะกล่าวถึง
คือผู้ให้ทรัพย์วิชาน่าคำนึง
คือผู้ซึ้งอบรมให้ทำดี
อีกครูนี้เหมือนพ่อแม่คนที่สอง
ครูจึงต้องอดทนต่อหน้าที่
เพียรสั่งสอนเป็นแม่พิมพ์ศิษย์มากมี
เรือจ้างนี้น้ำใจงามนามว่าครู

ขอขอบคุณ กลอนวันครู โดยคุณ Admin จาก preyawat.com

 

 

www.thai-tour.com/thai-tour/.../soontornphu.htm -

 

 

 “พระอภัยมณี”        

 

 

www.satit.kku.ac.th

ในบรรดากวีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ “สุนทรภู่” ได้ชื่อว่า เป็นกวีเอกที่มีชื่อเสียงและเป็นที่กล่าวขวัญกันมากที่สุดคนหนึ่ง โดยเฉพาะผลงานเรื่อง“พระอภัยมณี”นับเป็นงานชิ้นเอกที่มีการนำไปเผยแพร่ในรูปแบบต่างๆมากมาย รวมทั้งมีการวิเคราะห์เจาะลึกแทบทุกแง่ทุกมุม

เพราะเป็นกวีนิพนธ์ที่มีความยาวถึง ๙๔ เล่มสมุดไทย (สมุดที่ทำด้วยกระดาษข่อย แผ่นยาวๆ หน้าแคบ พับทบไปทบมาคล้ายผ้าจีบ) เรียกได้ว่ายาวที่สุดในโลกก็ว่าได้ ข้อสำคัญคือ เป็น “จินตนิยาย” ที่มิได้นำมาจากชาดก หรือนิทานพื้นบ้านอย่างที่วรรณคดีไทยส่วนใหญ่นิยมเขียนกัน
แต่กลับมีเค้าโครงเรื่องที่แปลกและล้ำยุคยิ่ง ตัวละครและเหตุการณ์ในเรื่องล้วนชวนตื่นเต้น เร้าใจให้ติดตามอ่านอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะพระเอกของเรื่องคือ”พระอภัยมณี”

“พระอภัยมณี”ของท่านสุนทรภู่นับเป็นพระเอกที่แหวกไปจากขนบของพระเอกทั้งหลายในยุคนั้น ด้วยว่าพระเอกอื่นๆในวรรณคดีส่วนใหญ่ ล้วนไปเรียนศิลปศาสตร์หรือพวกรัฐศาสตร์ไว้ปกครองบ้านเมืองทั้งนั้น แต่ “พ่ออภัยฯ” ของเรากลับไปเรียน “วิชาเป่าปี่”
ซึ่งสมัยนี้จะว่าไปจบวิชา“ดุริยางคศิลป์”มาก็น่าจะได้ ดังนั้น“พระอภัยมณี” จึงถือได้ว่าเป็น“พระเอกนักดนตรีคนแรกของไทย”เป็น“พระเอกศิลปิน”ที่ท่านสุนทรภู่ปั้น
ไว้ประดับวงการวรรณคดีไทยเป็นคนแรก และน่าจะเป็นคนเดียวด้วย เพราะวรรณคดีสมัยหลังๆก็ยังไม่ปรากฏว่ามีพระเอกศิลปินนักดนตรีคนใดอีก กล่าวได้ว่าจินตนาการและแนวคิดในการสร้างพระเอกของท่านล้ำหน้า ก้าวไกลเกินยุคเมื่อ ๒๐๐ กว่าปีที่ผ่านมา

เพราะถ้า “พระอภัยมณี” เกิดสมัยนี้ ต้องเป็นศิลปินที่ดังระเบิดไม่แพ้แดนหรือบีม และคงเป็นที่ “กรี๊ดสลบ”ของสาวแก่แม่ม่ายหรือแม้แต่หนุ่มด้วยกันเองเป็นแน่ ด้วยว่าเป็นพระเอกที่ครบสูตรเพียบพร้อมด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิและชาติวุฒิคือ เป็นหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา จบนอก
(เพราะไปศึกษาต่างแดน) และเป็นลูกเจ้าเมือง ฐานะไม่ต้องพูดถึง แม้ชีวิตต้องระหกระเหินพราะพระบิดาขับไล่ออกจากเมืองรัตนาพร้อม ”ศรีสุวรรณ”
พระอนุชาก็ตาม แต่ภายหลังก็ได้เป็นกษัตริย์ครอบครองบ้านเมือง นอกจากนี้ยังอาจกล่าวได้ว่าเป็นพระเอกที่เจ้าเสน่ห์ไม่แพ้พระเอกอื่นๆในวรรณคดีเลย เพราะมีเมียถึง ๕ คน เมียแต่ละคนก็มีบุคลิกลักษณะที่ไม่เหมือนใครดังจะนำมาเล่าสู่กันฟังต่อไป

ก่อนอื่น ขอเท้าความให้เห็นก่อนว่าเหตุใดพระอภัยมณี พระเอกของเราจึงได้ลงเรียนวิชาเป่าปี่ ซึ่งต้องเดินทางไปเรียนกับ พิณทพราหมณ์ ณ หมู่บ้านจันตคาม ซึ่งโดยส่วนตัวพระอภัยมณีเองก็คงเห็นว่าการเรียนวิชาดนตรีนั้นช่วยให้ดับทุกข์โศกได้ ดังกลอนที่ว่า
“ถึงการเล่นเป็นที่ประโลมโลก ได้ดับโศกสูญหายทั้งชายหญิง” ดังนั้น เมื่อครูพราหมณ์บรรยายสรรพคุณของวิชาเป่าปี่ให้ฟังซ้ำอีก ก็ยิ่งมั่นใจอยากเรียนยิ่งขึ้น โดยครูบอกว่า “แล้วพาไปยอดเขาให้เป่าปี่ ที่อย่างดีสิ่งใดก็ได้สิ้น แต่เสือช้างกลางไพรถ้าได้ยินก็ลืมกินน้ำหญ้าเข้ามาฟัง”

นอกจากนี้ “ถ้าแม้นว่าข้าศึกมันโจมจับ จะรบรับสารพัดให้ขัดสน เอาปี่เป่าเล้าโลมน้ำใจคน ด้วยเล่ห์กลโลกาห้าประการ คือรูปรสกลิ่นเสียงเคียงสัมผัส เกิดกำหนัดลุ่มหลงในสงสาร ให้ใจอ่อนนอนหลับดังวายปราณ จึงคิดอ่านเอาชัยเหมือนใจจง”
เรียกว่าเรียนวิชานี้อย่าว่าแต่สัตว์จะเคลิ้มจนลืมกินน้ำกินหญ้าเลย แม้แต่ใช้สะกดทัพก็ยังได้ ครั้นเรียนจบกลับเมือง ถูกพระบิดาขับไล่ออกมาเพราะเห็นว่าวิชาที่สองพี่น้องไปเรียนไม่สมฐานะ ไปเจอสามพราหณ์ระหว่างทางที่พเนจรและสงสัยในวิชาเป่าปี่ พระอภัยมณีก็ยังมั่นใจในวิชาที่เรียนมา

โดยบรรยายว่า “อันดนตรีมีคุณทุกอย่างไป ย่อมใช้ได้ดั่งจินดาค่าบุรินทร์ ถึงมนุษย์ครุฑาเทวราช จตุบาทกลางป่า พนาสิน แม้ปี่เราเป่าไปให้ได้ยิน ก็สุดสิ้นโทโสที่โกรธา ให้ใจอ่อนนอนหลับลืมสติ อันลัทธิดนตรีดีหนักหนา ซึ่งสงสัยไม่สิ้นในวิญญาณ์ จงนิทราเถิดจะเป่าให้เจ้าฟัง”
ถ้าเป็นสมัยนี้คงไม่ต้องบรรยายมาก เพราะการเรียน “ดนตรี” มิใช่วิชา “เต้นกินรำกิน” อย่างที่คนสมัยก่อนดูถูกแล้ว แต่กลับเป็นหนทางก้าวหน้าและทำให้หลายคนได้เป็นดารานักร้องนักแสดงระดับแนวหน้าของประเทศด้วยซ้ำ อย่างไรก็ดี สมัยโน้น
การเรียนวิชาดนตรีส่วนใหญ่จะเรื่องของพวกผู้หญิงชาววังและพวกที่ต้องแสดงถวายมากกว่าจะเป็นวิชาของลูกกษัตริย์ ดังนั้น พระอภัยมณีจึงถูกพ่อกริ้ว แม้ว่าวิชาปี่ที่เรียนจะไม่ธรรมดาก็ตาม แต่ก็คงไม่ทันได้อธิบายความก็โดนไล่มาเสียก่อน

ในระหว่างเป่าปี่ให้สามพราหมณ์และศรีสุวรรณฟังจนเคลิ้มหลับไปนี่เอง เสียงปี่ของพระอภัยมณีก็ล่องลอยไปกระทบหูนางผีเสื้อสมุทร ซึ่งออกมาหากิน จนนางตามเสียงปี่ไปเจอพระเอกของเราเข้า ก็เกิดอาการ“ปิ๊ง” ขึ้นมาทันที แสดงว่าพระอภัยฯต้องหล่อ
“โดนใจ”ไม่น้อย ไม่งั้นนางคงไม่อุ้มพระอภัยมณีไปเป็นสามีในถ้ำทองของนาง จนเกิด “สินสมุทร” ในเวลาต่อมาแน่ นางผีเสื้อสมุทรจึงนับเป็นเมียคนแรกของพระอภัยมณี แม้จะไม่เป็นที่ยินยอมพร้อมใจในตอนแรกเท่าไรนัก (นี่ก็อาจเป็นที่มาของการเรียกเมียที่บ้านเวลาไม่พอใจว่า“นางผีสมุทร” ก็ได้ ช่างว่านัก!)

อย่างไรก็ดี เนื่องจากวิชาเป่าปี่ที่พระอภัยมณีไปเรียนมานี้ มิใช่วิชาดนตรีธรรมดาทั่วไป ดังนั้น พระอภัยมณีพระเอกศิลปินเราจึงมิได้เป่าอย่างพร่ำเพรื่อ เรียกว่าเปิดคอนเสิร์ตปี่แต่ละครั้ง ล้วนมีจุดมุ่งหมายโดยเฉพาะ ซึ่งตามท้องเรื่องจะเป่าปี่ประมาณ ๑๒ ครั้ง ได้แก่ ครั้งแรกที่เป่าบรรยายให้สามพราหมณ์ฟัง จนนางผีเสื้อสมุทรเอาไปเป็นสามี
 ครั้นต่อมาเมื่อหนีนางผีสมุทรมาอยู่เกาะแก้วพิศดารก็ได้นางเงือกเป็นเมียอีกคน พร้อมลูกคือ”สุดสาคร”

ต่อมาได้ ถูกนางผีเสื้อสมุทรไล่ตามอาละวาด พระอภัยมณีได้พยายามขับไล่ให้กลับไป แต่นางไม่ยอม จึงจำเป็นต้องเป่าปี่เป็นครั้งที่สอง ซึ่งเสียงเพลงคงบีบคั้นหัวใจไม่น้อย นางจึงขาดใจตายไปต่อหน้าต่อตา ส่วนการเป่าในครั้งต่อๆมาส่วนใหญ่จะเพื่อปลุกทัพหรือสะกดทัพให้ได้ชัยชนะต่อศัตรู

รวมทั้งมีการเป่าปี่เพื่ออ้อนสาว คือ นางละเวง ด้วย ซึ่งเสียงปี่ของพระอภัยมณีตอนจีบนางละเวงนี้ ทำให้นางถึงกับ “ตะลึงลืมปลื้มอารมณ์ไม่สมประดี ด้วยเพลงปี่เป่าเชิญให้เพลินใจ จนลืมองค์หลงรักชักสินธพ(ม้า) กลับมาพบพิศวงด้วยหลงใหล” และยังว่า “ถ้าขืนอยู่สู้อีกไม่หลีกเลี่ยง ฉวยพลั้งเพลี้ยงเพลงปี่ต้องมีผัว”
แสดงเพลงปี่ของพระเอกเราคงมีอิทธิพลต่อผู้ฟังไม่น้อยเลยทีเดียว

สำหรับเมียพระอภัยมณี ที่ว่ามีด้วยกัน ๕ คนและแต่ละคนก็ต่างกันอย่างมากนั้น ได้แก่ นางผีเสื้อสมุทรเป็นเมียคนแรกที่เป็นยักษ์ ส่วน นางเงือก เป็นเมียที่สอง นางสุวรรณมาลีเป็นเมียคนที่สาม แต่เป็นเมียมนุษย์คนแรก ส่วนนางละเวงวัณลา เป็นเมียคนที่สี่และเป็นชาวต่างชาติ นางวาลีเป็นเมียคนที่ห้าซึ่งเป็นเมียที่ขี้เหร่ที่สุด แต่เดิมพระอภัยมณีก็มิได้อยากได้นาง

แต่นางเป็นคนเจ้าปัญญาและมีวาจาเป็นเลิศ สามารถพูดให้นางสุวรรณมาลีแต่งกับพระอภัยมณี และพูดจนอุศเรนอกแตกตายได้ ข้อสำคัญคือสามารถหว่านล้อมพระอภัยมณีจนใจอ่อนยอมรับนางเป็นชายาอีกคน อย่างไรก็ดี การมีเมียถึง ๕ คน ซึ่งมีทั้งสวยแปลง สวยแปลก สวยงาม สวยต่างแดน และสวยปัญญาเช่นนี้ ก็ย่อมแสดงว่า “พระอภัยมณี”
มีเสน่ห์ไม่เบา ถึงเป็นขวัญใจสาวๆทั้งยักษ์ เงือกและมนุษย์อย่างที่ว่า

“พระอภัยมณี” ได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรในรัชกาลที่ ๖ ว่าเป็นยอดของวรรณคดีประเภทนิทานคำกลอน และเป็น “จินตนิยาย”ที่แสดงให้เห็นถึงจินตนาการที่กว้างไกลอันล้ำยุค เกินสมัยยิ่งของ “สุนทรภู่ ดังนั้น ในโอกาสครบรอบ ๒๑๙ ปีเกิดของท่านในวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๔๘ อันเป็น “วันสุนทรภู่” นี้

กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม จึงขอเชิญชวนให้หน่วยงาน สถานศึกษาและสถาบันที่เกี่ยวข้องได้จัดกิจกรรมต่างๆไม่ว่าจะเป็นการประชุม อภิปราย นิทรรศการ การแสดง การประกวดแข่งขัน ฯลฯเกี่ยวกับผลงานของท่าน เพื่อให้ประชาชน เยาวชนได้ทราบและเรียนรู้การใช้ภาษาไทยที่ลึกซึ้ง
ไพเราะ มีคติสอนใจ

ข้อสำคัญเพื่อน้อมรำลึกถึง “สุนทรภู่ รัตนกวีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์” บรมครูกลอนแปด กวีเอกของไทยที่มีความสามารถไม่รองชาติใดในโลก ผู้ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกว่าเป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมระดับโลกคนหนึ่ง


อมรรัตน์ เทพกำปนาท
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 1 คน และ ผู้เยี่ยมชม 342 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • supatkul