เทคโนโยชีวภาพกับการเกษตร

รูปภาพของ knw32303

 เทคโลโลยีชีวภาพ กับการเกษตร

คำว่า เทคโนโลยีชีวภาพ  หรือ Biotechnology  แม้จะฟังดูเป็นศัพท์วิชาการ แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด มนุษย์เราได้นำประโยชน์จากกระบวนการทางเทคโนโลยีชีวภาพเข้ามาใช้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเราเป็นเวลานานนับพัน ๆ ปีมาแล้วในรูปแบบบ่าย ๆ ได้แก่ การหมักดองอาหาร เช่น เต้าเจี้ยว แหนม ปลาร้า การทำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น สุรา  ไวน์ เบียร์ เป็นต้น ในทศวรรษ 1950  การพัฒนาด้านเทคโนโลยีชีวภาพได้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ประสบความสำเร็จในการคัดเลือกจุลินทรีย์ที่เหมาะสมมาใช้ให้เป็นประโยขน์ ตลอดไปจนถึงการริเริ่มนำยีน  (Gene) หรือหน่วยพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตมาศึกษาการถ่ายทอดลักษณะพิเศษเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ทางด้านเกษตรกรรม อาหาร ยาป้องกันและรักษาโรค ปัจจุบัน ประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ต่างมีนโยบายสนับสนุนการค้นคว้านำเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้ให้เป็นประโยชน์ เพราะเชื่อว่า วิทยาการแขนงนี้จะช่วยให้สามารถคิดค้นตัวยาใหม่ ๆ และผลผลิตด้านอาหารและเกษตรของโลกเพิ่มมากขึ้น พอเพียงสำหรับประชากรโลกในอนาคต 

เทคโนโลยีชีวภาพคืออะไร

 เทคโนโลยีชีวภาพ คือเทคนิคการนำสิ่งมีชีวิต หรือชิ้นส่วนของสิ่งมีชีวิตมาพัฒนาหรือปรับปรุงพืชสัตว์ หรือผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อประโยชน์เฉพาะตามที่เราต้องการเช่นการหมักดองเพื่อถนอมอาหารการทำขนมปัง เหล้า เบียร์ รวมทั้งเทคโนโลยียุคใหม่ เช่น การตัดแต่งยีนเพื่อพัฒนาพันธุ์พืช เทคโนโลยีชีวภาพ คือเทคนิคการนำสิ่งมีชีวิตหรือชิ้นส่วนของสิ่งมีชีวิต มาพัฒนาหรือปรับปรุงพืช สัตว์ หรือผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อประโยชน์ เฉพาะตามที่เราต้องการ ในสมัยโบราณ ชาวสุเมเรียนและบาบิโลเนียนเริ่มรู้จักนำยีสต์มาหมักเป็นเบียร์ ชาวอียิปต์ได้ค้นพบการทำขนมปังโดยใส่เชื้อยีสต์ลงไปในข้าวสาลี สำหรับคนไทยนั้นกล่าวได้ว่า เรารู้จักใช้เทคโนโลยีชีวภาพมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยเริ่มจากการทำเหล้าและอาหารหมักดอง เช่น ปลาร้า ผักดอง ยุคใหม่ของเทคโนโลยีชีวภาพเริ่มขึ้นเมื่อนักวิทยาศาสตร์สามารถควบคุมกระบวนการแยกเซลล์หรือยีน  สามารถคัดเลือกจุลินทรีย์หรือแยกเฉพาะดีเอ็นเอจากเซลล์ที่มีคุณสมบัติเฉพาะตามต้องการออกมา เพื่อนำมาใช้ในการสร้างผลิตภัณฑ์หรือพันธุ์พืชขึ้นใหม่ที่ได้ปรับปรุงให้มีคุณสมบัติดีกว่าเดิม การขยายพันธุ์พืช การปรับปรุงพันธุ์สัตว์ การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีชีวภาพ มีตั้งแต่ระดับง่าย ๆ เช่น การคัดเลือกจุลินทรีย์มาทำปุ๋ยชีวภาพ การผลิตโยเกิร์ต การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อไปจนถึง การเพาะพันธุ์พืชที่สามารถต้านทานแมลงได้การพัฒนาผลไม้ให้สุกงอมช้า การผลิตวัคซีนเพื่อป้องกันโรคต่าง ๆ เป็นต้น 

เทคโนโลยีชีวภาพ มีความสำคัญอย่างไร

 เทคโนโลยีชีวภาพได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ทั้งทางด้านเกษตรกรรม อาหาร การแพทย์ และเภสัชกรรม โดยมีวัตถุประสงค์ต่าง ๆ อาทิ เพื่อลดปริมาณการใช้สารเคมี เพื่อเพิ่มพื้นที่เพาะปลูก เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร เพื่อคิดค้นอาหารที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูงขึ้น เพื่อค้นคิดตัวยาป้องกันและรักษาโรค ซึ่งล้วนเป็นการนำเทคโนโลยีชีวภาพมารับใช้ประชากรโลก ในการสร้างสรรค์พัฒนาให้มวลมนุษย์สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น  ปัจจุบัน มีการนำวิทยาการด้านเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง ที่เด่นชัดที่สุดคือ ในทางการแพทย์และการเกษตร ทั้งนี้เนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีชีวภาพได้ก่อให้เกิดความหวังใหม่ ๆ ในการคิดค้นหนทางแก้ปัญหาสำคัญที่โลกกำลังเผชิญอยู่ทั้งทางด้านเกษตรกรรม  อาหาร  การแพทย์ และเภสัชกรรมอันได้แก่ ·       ความพยายามจะลดประมาณการใช้สารเคมีในเกษตรกรรม    ด้วยการคิดค้นพันธุ์พืชใหม่ที่ต้านทานโรคศัตรูพืช อันจะช่วยลดปัญหาการใช้สารเคมีซึ่งเป็นหนึ่งในต้นเหตุของปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ·       ความพยายามจะเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกของโลก    ด้วยการปรับปรุงพันธุ์พืชใหม่ ที่ทนทานต่อภาวะแห้งแล้ว หรืออุณหภูมิที่สูงหรือต่ำเกินไป·       ความพยายามจะเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรของโลก    ด้วยการคิดค้นปรับปรุงพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ที่ทนทานต่อโรคภัยและให้ผลิตสูงขึ้น ·       ความพยายามจะค้นคิดอาหารที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูงขึ้น        หรือมีคุณสมบัติที่มีประโยชน์ต่อผู้บริโภคมากขึ้น เช่นอาหารไขมันต่ำ อาหารที่คงความสดได้นานกว่า อาหารที่มีอายุการบริโภคนานขึ้นโดยไม่ต้องใส่สารเคมี เป็นต้น ·       ความพยายามจะค้นคิดตัวยาป้องกันและรักษาโรคติดต่อหรือโรคร้ายแรงต่าง ๆ        ที่ยังไม่มีวิธีรักษาที่ได้ผล เช่น การคิดตัวยาหยุดยั้งการลุกลามของเนื้อเยื่อมะเร็งแทนการใช้สารเคมีทำลาย การคิดค้นวัคซีนป้องกันไวรัสตับต่าง ๆ  ในเชิงพาณิชย์ บริษัทใหญ่ ๆ   ของโลกได้คิดค้นผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพด้านเภสัชภัณฑ์และเกษตรที่มีคุณสมบัติอันเป็นที่ต้องการของแต่ละสาขาออกจำหน่าย เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ของโลกมากมาย ในประเทศไทย การนำเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้ มีแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยอย่างไรบ้าง การนำเทคโนโลยีชีวภาพ โดยเฉพาะพืชตัดแต่งยีนเข้ามาในประเทศไทยนั้น อยู่ภายใต้กฎหมายที่รัฐกำหนด และจะต้องดำเนินการขออนุญาตตามกระบวนการที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด  โดยเฉพาะการทดลองที่จะเน้นความปลอดภัยต่อแมลงที่เป็นประโยชน์ เช่นผึ้ง รวมทั้งมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ในประเทศไทย การนำเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้  โดยเฉพาะการนำพืชตัดแต่งยีนเข้ามาในประเทศนั้นมีการควบคุมภายใต้ พรบ.กักพืช พ.. 2507และประกาศเพิ่มเติมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องการประกาศให้พืชตัดแต่งยีน  40  ชนิดเป็นสิ่งต้องห้าม ดังนั้น หากมีผู้ประสงค์จะนำเข้าพืชตัดแต่งยีนเข้ามาทดลองในประเทศไทยจะต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมวิชากาเกษตร โดยต้องผ่านกระบวนการขออนุญาตตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ การนำพืชตัดแต่งยีนเข้ามาทดลอง  มีวัตถุประสงค์เพื่อพิสูจน์ว่าการปลูกพืชตัดแต่งยีนดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตอื่น หรือ สิ่งแวดล้อม และมีความปลอดภัยเมื่อนำมาใช้เป็นอาหาร ขั้นตอนในการขออนุญาตนำพืชตัดแต่งยีนเข้ามาทดลองในประเทศไทย เริ่มต้นจากการยื่นคำร้องเพื่อขอนุมัติจากหน่วยงานของรัฐที่ควบคุมพืชตัดแต่งยีน คือคณะกรรมการความปลอดภัยทางชีวภาพระดับสถาบัน (Institutional Biosafety Committee – IBC) ซึ่งจะนำเรื่องเข้าหารือกับคณะกรรมการกลางด้านความปลอดภัยทางชีวิภาพ  (National Biosafety Committee – NBC) จากนั้นจะมีการแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบความปลอดภัยทางชีวภาพภาคสนาม เพื่อพิจารณาและให้ความเห็นชอบแผนดำเนินงานตรวจสอบและควบคุมแปลงทดลอง ดูแล แนะนำด้านความปลอดภัยและสรุปผลการทดลองว่าพืชตัดแต่งยีสดังกล่าวมีความปลอดภัยทางชีวภาพและมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ จากนั้น กรมวิชาการเกษตรจะนำเสนอผลสรุปไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อทราบและดำเนินการขั้นต่อไป ทั้งนี้ ผลสรุปจากการทดลองดังกล่าว จะเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับทางรัฐที่จะพิจารณาว่าสมควรอนุมัติให้มีการนำเข้าพืชตัดแต่งยีนดังกล่าวหรือไม่ โดยจะต้องพิจารณาประกอบกับนโยบายและแผนงานของรัฐรวมถึงข้อเท็จจริงจากการทดลองของนักวิชาการ  

ผลงานวิจัยค้นคว้าทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพที่ได้รับการยอมรับว่ามีประโยชน์ต่อมวลมนุษย์มีอะไรบ้าง

 ผลงานวิจัยที่โดดเด่นในด้านต่าง ๆ มีอาทิ ด้านการเกษตร คือ การพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์พืช  โดยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและเซลล์พืช  การตัดแต่งยีนด้านอุตสาหกรรมอาหาร คือ การเพิ่มคุณค่าทางอาหาร ด้านสิ่งแวดล้อม คือ การลดการใช้สารเคมีที่เป็นผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมด้านการแพทย์เช่นการผลิตวัคซีนป้องกันโรค ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาวิวัฒนาการของเทคโนโลยีชีวภาพได้นำคุณประโยชน์มาสู่ประชาคมโลกอย่างมาก ผลงานวิจัยที่โดดเด่นในด้านต่าง ๆ มีอาทิ·       เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการเกษตร     คือ การพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์พืช โดยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและเซลล์พืช การตัดแต่งยีนตัวอย่างเช่นการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อขยายพันธุ์กล้วยไม้ไผ่    การพัฒนาพันธุ์พืชต้านทานต่อศัตรูพืช โรคพืช การพัฒนาผลไม้ให้สุกงอมช้า ·       เทคโนโลยีชีวภาพเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร คือการเพิ่มคุณค่าผลผลิตของอาหาร ตัวอย่างเช่น การลดปริมาณโคเลสเตอรอลในไข่แดง การทำให้โคและสุกรเพิ่มปริมาณเนื้อ การปรับปรุงคุณภาพน้ำมันในพืชคาโนล่า ·       เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อสิ่งแวดล้อม คือ การลดการใช้สารเคมีที่เป็นผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ตัวอย่าง เช่น การผลิตปุ๋ยชีวภาพจากสารอินทรีย์ การใช้จุลินทรีย์ในการกำจัดขยะหรือน้ำเสีย ·       เทคโนโลยีการแพทย์เพื่อสุขภาพ ตัวอย่างเช่น การผลิตวัคซีนป้องกันโรค การผลิตโมโนโคลนอล แอนติบอดีเพื่อตรวจวินิจฉัยโรคและการเยียวยารักษา การใช้เทคโนโลยีดีเอ็นเอตรวจสอบโรคทางพันธุกรรม งานวิจัยค้นคว้าทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพที่คิดค้นหรือนำมาใช้ประโยชน์ในเมืองไทยมีอะไรบ้าง ผลงานวิจัยทางเทคโนโลยีชีวภาพที่ได้มีการคิดค้น หรือทำประโยชน์ในเมืองไทย  ส่วนใหญ่จะเป็นด้านการเกษตร อาทิ การปรับปรุงพันธุ์มะเขือเทศ พริก ถัวฝักยาวให้ต้านทานต่อศัตรูพืชด้วยเทคนิคการตัดต่อยีน การใช้เทคโนโลยีลายพิมพ์ดีเอ็นเอ ตรวจการปลอมปนข้าวหอมมะลิ หรือตรวจพันธุ์ปลาทูน่า เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยในด้านการแพทย์ เช่น การผลิตชุดตรวจวินิจฉัยโรคไข้เลือดออก    โรคทางเดินอาหาร  การผลิตวัคซีน และอินซูลิน เพื่อป้องกันรักษาโรคเป็นต้น ในประเทศไทยรัฐได้จัดตั้งศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) ขึ้นในปี พ.. 2526  เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของหน่วยงานในภาครัฐและเอกชน และดำเนินการวิจัยและพัฒนาเพื่อประโยชน์ต่อวงการแพทย์ เกษตร อาหาร และสิ่งแวดล้อม ผลงานวิจัยที่ได้มีการคิดค้น หรือทำประโยชน์ในเมืองไทย อาทิเช่น ·       การพัฒนาพันธุ์พืชและผลิตผลจากพืช ได้แก่ การปรับปรุงพันธุ์มะเขือเทศ พริก ถั่วฝักยาวให้ต้านทานต่อศัตรูพืชด้วยเทคนิคการตัดต่อยีน การปรับปรุงและขยายพันธุ์พืชที่เหมาะกับเกษตรกรที่สูง  เช่น สตรอเบอรี่    มันฝรั่ง ·       การพัฒนาชนบทและเกษตรกรรายย่อย   ได้แก่ การผลิตไหลสตรอเบอรี่สำหรับปลูกในภาคเหนือและอีสาน    การใช้จุลินทรีย์ควบคุมโรคในแปลงปลูกมะเขือเทศ ขิง สตรอเบอรี่ ·       การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ได้แก่ การขยายและปรับปรุงพันธุ์กล้วย กล้วยไม้ ไผ่ ไม้ดอกไม้ประดับ หญ้าแฝก  ·       การพัฒนาเทคโนโลยีลายพิมพ์ดีเอ็นเอ ได้แก่ การตรวจการปลอมปนข้าวหอมมะลิ การตรวจพันธุ์ปลาทูน่า ·       การพัฒนาพันธุ์สัตว์และการตรวจวินิจฉัยโรคสัตว์ ได้แก่ การตรวจหาไวรัสสาเหตุโรคหัวเหลืองและจุดขาวจุดแดงในกุ้งกุลาดำ ·       การวิจัยและพัฒนาทางการแพทย์ ได้แก่ การตรวจวินิจฉัยโรคไข้เลือดออก โรคทางเดินอาหาร การพัฒนาวิธีตรวจหาสารต่อต้านมาลาเรีย   วัณโรคจากพืชและจุลินทรีย์ การพัฒนาการ เลี้ยงเซลล์มนุษย์และสัตว์ 

ประเทศไทยนำเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้ประโยชน์ทางด้านเกษตรกรรมอย่างไรบ้าง

 ผลงานเด่น ๆ ในการนำเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้ในการพัฒนาการเกษตร ในประเทศไทยอาทิเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชการปรับปรุงพันธุ์พืช การพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์สัตว์  การผลิตปุ๋ยชีวภาพ และเทคโนโลยีการควบคุมโรคและแมลงโดยชีวินทรีย์  ผลงานเด่นในการนำเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้ในการพัฒนาการเกษตรในประเทศทไทย   อาทิ ·       เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช เช่น การขยายพันธุ์พืชที่มีคุณภาพดีให้ได้จำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว การคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์พืชให้มีคุณภาพดี การอนุรักษ์สายพันธุ์และการใช้พืชเป็นโรงงานผลิตสารชีวภาพต่าง ๆ  ·       เทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงพันธุ์พืช เป็นการเพิ่มผลผลิตในเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เช่น การพัฒนาพันธุ์พืชต้านทานต่อศัตรูพืช พันธุ์พืชต้านทานสภาพแวดล้อมผิดปกติ การพัฒนาผลไม้ให้สุกงอมช้า ·       เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อพัฒนา   และปรับปรุงพันธุ์สัตว์   เป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมการเลี้ยงและการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่นการขยายพันธุ์โคนมทีให้น้ำนมสูงโดยวิธีปฏิสนธิในหลอดแก้วและการฝากถ่ายตัวอ่อน การลดการแพร่ระบาดของโรคสัตว์ โดยพัฒนาวิธีการตรวจวินิจฉัยที่รวดเร็ว เช่น การตรวจพยาธิใบไม้ตับในกระบือ ·       เทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยชีวภาพ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก จุลินทรีย์ ตรึงไนโตรเจน  และปุ๋ยสาหร่าย ·       เทคโนโลยีการควบคุมโรคและแมลงโดยชีวินทรีย์ เพื่อลดการใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืช เช่น การใช้เชื้อราบางชนิดควบคุมกำจัดโรครากเน่าของทุเรียนและไม้ผลอื่น ๆ ควบคุมโรคไส้เดือนฝอยรากปม การใช้สารสกัดจากแบคทีเรียในการควบคุมและกำจัดแมลง 

เราสามารถนำเทคโนโลยีการตัดแต่งยีนมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืนของไทยได้อย่างไร

 เทคโนโลยีการตัดแต่งยีน มีวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงพันธุ์พืชเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาการเกษตรเช่น การพัฒนาพันธุ์พืชต้านทานโรคต้านทานแมลงต้านทานสารกำจัดวัชพืช เพื่อลดต้นทุนการผลิตและรักษาสภาพแวดล้อมให้อยู่ในสภาพสมดุล เพื่อให้ผลิตผลการเกษตรมีคุณภาพดีขึ้น และเพื่อปรับปรุงคุณค่าของโภชนาการ อาหารให้เหมาะสมกับการรักษาสุขภาพของคนเรา เทคโนโลยีการตัดแต่งยีน เป็นหนึ่งในวิธีการทางเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่    ที่มุ่งเน้นการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์พืชให้ได้ลักษณะที่เราต้องการซึ่งทำให้ได้โดยปรับแต่งยีนภายในสิ่งมีชีวิตนั้น หรือเป็นการนำยีนมาจากสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ แล้วถ่ายฝากเข้าไปในสิ่งมีชีวิตนั้น เทคโนโลยีการตัดแต่งยีนมีประโยชน์มากมายในการพัฒนาการเกษตรเราสามารถพัฒนาพืชต้านทานโรค ต้านทานแมลง ต้านทานสารกำจัดวัชพืช ก็จะเป็นการลดการใช้สารเคมีลงได้มาก หรือไม่ต้องใช้เลย  ซึ่งเป็นการลดต้นทุนการผลิตและรักษาสภาพแวดล้อมให้อยู่ในสภาพสมดุล ยิ่งกว่านั้นเทคโนโลยีการตัดแต่งยีนสามารถทำให้ผลิตผลการเกษตรมีคุณภาพดีขึ้น สามารถปรับปรุงคุณค่าของโภชนาการอาหารให้เหมาะสมกับการรักษาสุขภาพของคนเรา เช่น การปรับลดสารโคเลสเตอรอลในไข่ไก่  หรือการพัฒนาอาหารให้มีส่วนป้องกันและรักษาโรคได้ เช่น การศึกษา  สารที่ช่วยเจริญเติบโตในน้ำนม พัฒนาการจากการใช้เทคโนโลยีการตัดแต่งยีนเหล่านี้ ล้วนมีบทบาทสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของมนุษย์ในอนาคต  เพราะเราสามารถใช้เทคโนโลยีการตัดแต่งยีนมาปรับปรุงวิธีการทำเกษตรกรรมให้มีคุณภาพดีขึ้น เพิ่มปริมาณและคุณภาพผลผลิตให้มากขึ้น รักษาสิ่งแวดล้อมให้อยู่ในสภาพสมดุลยิ่งขึ้นและยังช่วยให้สุขภาพของคนเราดีขึ้นอีกด้วย 

ในประเทศไทย รัฐบาลให้ความสนใจสนับสนุนในวิทยาการเทคโนโลยีการตัดแต่งยีนเพียงใด

 รัฐได้จัดตั้งศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC)  เพื่อเป็นการแกนนำในการดำเนินการวิจัยพัฒนาของประเทศ รวมทั้งโครงการร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อดำเนินการวิจัยพัฒนาร่วมกันอันจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนทั่วไป และรัฐยังมีนโยบายให้ศูนย์ฯ ประสานงานการถ่ายทอดเทคโนโลยีและเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชนในชนบท โดยร่วมมือกับมูลนิธิพัฒนาชุมชนตัวอย่างเช่น โครงการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมบนพื้นที่ดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย รัฐได้เล็งเห็นความสำคัญของการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรม เกษตรกรรม สิ่งแวดล้อม รวมทั้งเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และได้มีการจัดตั้งศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ  (BIOTEC) เพื่อเป็นแกนนำในการดำเนินการวิจัยพัฒนาของประเทศ ในรูปแบบหน่วยงานพิเศษของรัฐที่ไม่ผูกพันไว้กับระเบียบปฏิบัติปกติของราชการ    เพื่อความคล่องตัวในการประสานงานกับฝ่ายต่าง ๆ  ในปัจจุบัน ศูนย์ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาในลักษณะโครงการร่วมมือกับภาคเอกชน มากขึ้น เพื่อให้มีการนำผลงานไปปฏิบัติให้เกิดผลได้อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมมากขึ้น มีการตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างรัฐกับเอกชน เพื่อดำเนินการวิจัย พัฒนาในเรื่องที่จะเป็นประโยชน์ตอสาธารณชนทั่วไป      มิใช่เพื่อผลประโยชน์ของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ตัวอย่างเช่น ศูนย์ฯ ได้ร่วมทุนกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ ตั้งบริษัทเพาะเลี้ยงกุ้งเพื่อเผยแพร่พันธุ์ลูกกุ้งกุลาดำปลอดโรค เนื่องจากรัฐได้เห็นว่าวิทยาการเทคโนโลยีการตัดแต่งยีนนี้จะอำนวยประโยชน์เป็นอย่างมากต่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนในอนาคต รัฐจึงมีนโยบายให้ศูนย์ฯ มีการประสานงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยีและเผยแพร่ความรู้เพื่อสาธารณประโยชน์ โดยเฉพาะประชาชนในชนบท โดยร่วมมือกับมูลนิธิพัฒนาชุมชนตัวอย่างเช่นโครงการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมบนพื้นที่ดอยแม่สลองจังหวัดเชียงราย 

เทคโนโลยีการตัดแต่งยีนจะเข้ามามีบทบาทในการปรับปรุงพัฒนาพืชเศรษฐกิจของไทยอย่างไร

 พืชเศรษฐกิจของไทยเป็นพืชอาหารสำคัญเพื่อเลี้ยงประชากรในประเทศและส่งออก เราต้องแสวงหาวิธีเพิ่มการผลิตอาหารให้มากขึ้น เพื่อเลี้ยงประชากรในวันหน้าได้พอเพียงโดยใช้เทคโนโลยีการตัดแต่งยีนปรับปรุงการผลิตพืชเศรษฐกิจของไทย เช่น การพัฒนาพันธุ์พืชทนแล้ง ทนสภาพดินเค็มและดินกรด การพัฒนาพันธุ์พืชต้านทานโรค  การพัฒนาผลไม้ให้สุกงอมช้า พืชเศรษฐกิจของไทยได้แก่ ข้าว ข้าวโพด อ้อย มันสะปะหลัง ฝ้ายผักและผลไม้ต่าง ๆ ล้วนเป็นพืชอาหารสำคัญเพื่อเลี้ยงประชากรในประเทศและส่งออก ปัจจุบัน การบริโภคอาหารมีอัตราสูงกว่าการผลิตอย่างต่อเนื่อง เราจึงจำต้องแสวงหาวิธีเพิ่มการผลิตอาหารให้มากขึ้น จัดสรรทรัพยากรให้เหมาะสมกับการผลิตใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาช่วยปรับปรุงเพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพผลผลิต และปรับปรุงคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อเลี้ยงประชากรโลกในวันหน้าได้พอเพียง เทคโนโลยีการตัดแต่งยีนสามารถเข้ามาช่วยปรับปรุงผลิตพืชเศรษฐกิจของไทย  เพื่อให้ได้พันธุ์พืชที่มีลักษณะเฉพาะดังนี้·       การพัฒนาพันธุ์พืชทนแล้ง ทนสภาพดินเค็มและดินกรด     เพื่อให้ได้พันธุ์พืชทนทานสภาพแวดล้อมผิดปกติ เหมาะกับพืชประเภทข้าว ·       การพัฒนาพันธุ์พืชต้านทานแมลง       โดยถ่ายฝากยีนต้านทานแมลงไปยังพืชหลายชนิด เช่น ยาสูบ มะเขือเทศ ข้าว ข้าวโพด  ผัก และ ฝ้าย ·       การพัฒนาพันธุ์พืชต้านทานโรค     โดยถ่ายฝากยีนจากไวรัส  แบคทีเรีย  หรือเชื้อราไปยังพืชเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในพันธุ์พืช  เหมาะกับพืชประเภทมะเขือเทศ มะละกอ 

·       การพัฒนาผลไม้ให้สุกงอมช้า    โดยนำยีนใหม่จากพืชอื่นเข้าไปเพื่อควบคุมยีนที่ผลิตสาร    ethylene  ที่เป็นตัวการทำให้ผลไม้สุก เหมาะกับผลไม้ที่สุกงอมเร็วเช่น มะเขือเทศ กล้วย ลำไย เงาะ ลิ้นจี่

รูปภาพของ knw32296

เนื้อหามหาศาลมากเลยจ้า

^^

ได้ความรู้ที่สุด

Ratsamimat 3/5

ฝากบล็อกเค้าด้วยนะ

แต๊งๆกิ้ว

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 13 คน และ ผู้เยี่ยมชม 392 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • sss29725
  • sss30014
  • sss29732
  • sss29887
  • sss29837