แบบจำลองมัลติโนเมียลโลจิสติคเพื่อการพยากรณ์แผนการเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

รูปภาพของ snspornchai

วัตถุประสงค์ของการศึกษาวิจัย แบ่งเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 เป็นการพัฒนาแบบจำลองมัลติโนเมียลโลจิสติค
เพื่อการพยากรณ์แผนการเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 4 แผนการเรียนโดยใช้ตัวแปรอิสระเป็นตัวพยากรณ์ คือ
ตัวแปรด้านเพศ คะแนนเฉลี่ยกลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ความถนัดทางด้านการเรียน ความสนใจอาชีพ บุคลิกภาพ CPI ค่านิยมจุดหมายปลายทาง ค่านิยมวิถีปฏิบัติ และแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ตลอดจนเพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการพยากรณ์
ความถูกต้องในการจำแนกแผนการเรียน และระยะที่ 2 ศึกษาผลการนำแบบจำลองมัลติโนเมียลโลจิสติคไปทดลองใช้

กลุ่มประชากรที่ใช้ในการศึกษาวิจัย เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ปีการศึกษา 2548
ที่สมัครเข้าศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 173 คน การวิเคราะห์การถดถอยมัลติโนเมียลโลจิสติค พบว่า เพศ บุคลิกภาพ CPI ด้านการวางตัวในสังคม การควบคุมตนเอง ค่านิยมวิถีปฏิบัติด้านความทะเยอทะยาน การศึกษาสูง ค่านิยมจุดหมายปลายทางด้าน
การได้รับความยกย่องในสังคม ความภาคภูมิใจในตนเอง ความมั่งมีในเงินทองและวัตถุ ความรักอิสระเสรี แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์
ด้านจริยธรรมในการทำงาน คะแนนเฉลี่ยสะสมกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้
สุขศึกษาและพลศึกษาและกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศเป็นตัวแปรที่สามารถจำแนกแผนการเรียนได้อย่างมีนัยสำคัญทาง
สถิติที่ระดับ 0.5 รูปแบบการจำลองดังกล่าวสามารถอธิบายความผันแปรในการเลือกแผนการเรียน (Nagelkerke R2) ได้ร้อยละ 85.7 ตลอดจนมีประสิทธิภาพในการพยากรณ์ความถูกต้องในการจัดกลุ่มร้อยละ 78.6 โดยพยากรณ์นักเรียนแผนการเรียนวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ ถูกต้องร้อยละ 96.6 แผนการเรียนภาษาอังกฤษ - คณิตศาสตร์ พยากรณ์ถูกต้อง ร้อยละ 56.1 แผนการเรียนภาษาต่างประเทศ พยากรณ์ถูกต้องร้อยละ 75.5 แผนการเรียนวิชาการทั่วไป พยากรณ์ถูกต้องร้อยละ 71.4 ความสัมพันธ์ระหว่างการพยากรณ์และการจัดแผนการเรียน มีค่า C – statistic เท่ากับ .77 อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05

ส่วนการติดตามผลการใช้แบบจำลองดังกล่าว ในระยะที่ 2 ศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างที่สุ่มแบบสัดส่วนร้อยละ 60 จำนวน 149 คน จากกลุ่มประชากรนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3ที่สมัครเข้าศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2550 จำนวน 250 คน ใช้แบบสอบถามที่สร้างขึ้นเพื่อติดตามผลความสอดคล้องระหว่างผลการพยากรณ์และการจัดแผนการเรียน พบว่า พยากรณ์นักเรียนที่เลือกแผนการเรียนวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ ถูกต้องร้อยละ 86.6
แผนการเรียนภาษาอังกฤษ - คณิตศาสตร์ พยากรณ์ถูกต้องร้อยละ 73.1 แผนการเรียนภาษาต่างประเทศ พยากรณ์ถูกต้อง ร้อยละ 74 แผนการเรียนวิชาการทั่วไป พยากรณ์ถูกต้องร้อยละ 47.6 ภาพรวมของการพยากรณ์ถูกต้องร้อยละ 75 และการพยากรณ์แผนการเรียน
โดยใช้แบบจำลองดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับการจัดแผนการเรียนของโรงเรียน โดยมีค่า C- Statistic เท่ากับ .73 อย่างมีนัยสำคัญ
ที่ระดับ .05 และนักเรียนมีความคิดเห็นว่า การนำแบบจำลองสมการเลือกแผนการเรียนมาใช้ช่วยสร้างความมั่นใจ การตัดสินใจในการเลือกแผนการเรียนและรู้สึกพึงพอใจในการนำแบบจำลองมาใช้ในการแนะแนว ได้ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก โดยมีแนวโน้มว่า นักเรียนแผนการเรียนวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ และแผนการเรียนภาษาอังกฤษ –คณิตศาสตร์ได้รับประโยชน์และ
เห็นคุณค่าของแบบจำลองมากกว่านักเรียนแผนการเรียนภาษาต่างประเทศ และแผนการเรียนวิชาการทั่วไป

สร้างโดย: 
นายพรชัย บัวเกิด

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 5 คน กำลังออนไลน์