วัยรุ่น..วุ่นจริง ๆ

รูปภาพของ rtwtissana

 

 วัยรุ่น

        วัยรุ่น หมายถึง วัยที่อายุย่างเข้าสู่วัยหนุ่มสาว หรือวัยที่อยู่ในช่วงคาบเกี่ยวระหว่างวัยเด็ก กับผู้ใหญ่เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงของระบบต่างๆทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม สติปัญญา และจริยธรรม ซึ่งจะมีการเจริญเติบโตทางร่างกายสูงสุด โดยทั่วไป เด็กจะเข้าสู่วัยรุ่น เมื่ออายุประมาณ 11-13 เด็กหญิงจะเข้าสู่วัยรุ่นเร็วกว่าเด็กชาย ประมาณ 1 ปี 

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่น

Embarassed  การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย 

      น้ำหนักและส่วนสูง จะมีอัตราเพิ่มสูงสุด (growth spurt) เด็กหญิงจะมีน้ำหนักเพิ่มถึงปีละ 4-5 กิโลกรัม เด็กชายเพิ่มปีละ 5-7 กิโลกรัม ความสูงมีอัตราเพิ่มสูงสุดเช่นกัน โดยเด็กหญิงจะสูงปีละ 6-7 เซนติเมตร เด็กชายสูงปีละ 7-9 เซนติเมตร
การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบต่างๆ ของร่างกาย ได้แก่ กล้ามเนื้อและกระดูกแขนขา มีอัตราเพิ่มสูงสุดเช่นกัน มีการเพิ่มประมาณของโปแตสเซียมในร่างกาย ปริมาณน้ำในเซลล์ ขนาดของปอด หัวใจ ปริมาณของเม็ดเลือด และฮีโมโกลบิน
การเจริญเติบโตของอวัยวะสืบพันธุ์และการเกิดลักษณะเพศ มีลำดับดังนี้

ในเด็กหญิง

      มีการเจริญเติบโตของเต้านม เริ่มอายุ 9-11 ปี 
      ขนที่หัวหน่าว เริ่มอายุ 11-12 ปี
      น้ำเมือกจากช่องคลอดเปลี่ยนฤทธิ์จาก
      ด่างเป็นกรด เริ่มอายุ 11-12 ปี  
      ขนรักแร้ เริ่มอายุ 12-14 ปี 
      ประจำเดือนครั้งแรก เริ่มอายุประมาณ 12 ปี 

         ลักษณะเพศอย่างแรกที่เปลี่ยนแปลงให้เห็นได้ในเด็กหญิง คือ การเจริญเติบโตของเต้านมโดยการเกิด breast buds คือ การเจริญของหัวนมและลานนม และหลังมีประจำเดือนแล้ว เด็กหญิงจะสูงขึ้นได้อีกประมาณ 6-12 เซนติเมตร


         ในเด็กชาย

                 มีการเพิ่มของขนาดลูกอัณฑะและถุงอัณฑะ เริ่มอายุ 10-12 ปี 
                 ต่อมลูกหมากเริ่มทำงาน เริ่มอายุ 11-12 ปี 
                 นมแตกพาน เริ่มอายุ 13-14 ปี 
                 มีขนที่หัวหน่าวและรักแร้ เริ่มอายุ 14-16 ปี 
                 เสียงห้าว เริ่มอายุ 14-16 ปี 
                 ตัวอสุจิโตเต็มที่ เริ่มอายุ 14-16 ปี  
 
                    ลักษณะการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างแรกในเด็กชาย คือ การเพิ่มขนาดของลูกอัณฑะและอัณฑะ ตามด้วยการเพิ่มขนาดขององคชาต และต่อมลูกหมาก

 
การเปลี่ยนแปลงทางบุคลิกภาพ

จากทฤษฎีพัฒนาบุคลิกภาพของอีริคสัน แบ่งระยะพัฒนาการของตนออกเป็นขั้นต่างๆ 8 ขั้น พัฒนาการแต่ละขั้นติดต่อสืบเนื่องกันตลอดเวลา โดยมีพัฒนาการทางร่างกายเป็นตัวนำไปสู่พัฒนาการขั้นต่อๆ ไป อีริคสันได้แบ่งขั้นพัฒนาการดังนี้

ขั้นที่ 1 ความรู้สึกไว้วางใจหรือรู้สึกไม่ไว้วางใจ ซึ่งจะเกิดในช่วงอายุ 0-2 ปีแรกของชีวิต (Sense of Trust VS. Sense of Mistrust)

ขั้นที่ 2 ความรู้สึกเชื่อมั่นในตน หรือสงสัยไม่แน่ใจ ในความสามารถ อยู่ในช่วงอายุ 2-3 ปี (Sense of Autonomy VS. Sense of Doubt and Shame)

ขั้นที่ 3 การเป็นผู้นำริเริ่มหรือรู้สึกปด เกิดในช่วงอายุ 3-5 ปี (Sense of Initiative VS. Sense of Guilt)

ขั้นที่ 4 การรู้สึกว่าตนประสบความสำเร็จหรือรู้สึกด้อย (Sense of Industry VS. Sense of Inferiority) เกิดในช่วงอายุ 6-12 ปี ซึ่งเป็นช่วงต่อของวัยเด็กเข้าสู่วัยรุ่น จึงขอกล่าวโดยละเอียด

ในวัยนี้เด็กได้สำรวจสิ่งแวดล้อม เมื่อกระทำมากเข้า เขาจะได้ประสบการณ์มากขึ้น เนื่องจากเป็นวัยที่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้มาก เหมือนอย่างที่ผู้ใหญ่ทำ แต่ทำได้ไม่ดีเท่าเด็กวัยนี้ชอบแข่งขัน แต่ไม่ได้แข่งขันเพื่อให้ตนเองชนะเสมอ แต่จะแข่งเพื่อตั้งใจ วัดความสามารถของตนเอง เป็นวัยที่เด็กกลัวว่าจะด้อยกว่าคนอื่นๆ เขาจะพยายามลบความกลัวนี้ โดยพยายามเรียนรู้สิ่งต่างๆ ในสังคมด้วยการกระทำหรือทดลองทำซึ่งสิ่งผลให้เด็กมีความสามารถมากขึ้น

การเล่นของเด็กวัยนี้ จะนำสภาพจริงในสังคมมาเป็นกิจกรรมการเล่น และทั้งสองเพศมีแนวโน้มจะแยกกันอยู่ มีบางโอกาสที่มาเล่นรวมกันได้ แต่การเล่นจะมีความสำคัญน้อยลงในช่วงท้ายของระยะนี้ เนื่องจากเด็กเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น เด็กจึงทำอะไรเป็นงานเป็นการขึ้น
เด็กวัยนี้จะเห็นความสำคัญของเพื่อนและครอบครัวของเพื่อนมากขึ้น เพื่อนบ้านและโรงเรียนจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของเขา เป็นวัยที่มีบุคคลที่เขาชื่นชอบเป็นแบบอย่าง แต่เด็กจะไม่เลียนแบบทั้งหมด โดยเขาจะเลือกลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งที่มีความหมายสำหรับตัวเขาเท่านั้น

ขั้นที่ 5 การรู้จักตนเองหรือการไม่รู้จักตนเอง (Sense of Identity VS. Sense of Identity Diffusion) เกิดในช่วงอายุ 12-17 ปี เด็กวัยนี้มีร่างกายเจริญเติบโตรวดเร็ว ทำให้เด็กไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขา เขาจะเปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อนๆ เพื่อให้มีความมั่นใจว่า เขาเหมือนเพื่อน อิริคสันกล่าวว่า ระยะนี้เป็นระยะที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลองบทบาทต่างๆ ก่อนที่จะเริ่มเป็นผู้ใหญ่จริงจัง และแนะนำว่า ผู้ที่อยู่ใกล้เด็กควรเปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลองปฏิบัติหาประสบการณ์ และปรับตัวก่อนก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ในเรื่องดังต่อไปนี้

การรู้จักใช้เวลาให้ถูกต้อง และมีประโยชน์ และจะต้องปฏิบัติตนให้เหมาะกับเวลา
การสร้างความมั่นใจในตนเอง กล้าที่จะทำตามความสามารถตนเองและเผชิญปัญหาและแก้ปัญหาให้ลุล่วงไป โดยไม่ปล่อยปัญหาให้ล่วงเลยไป
การทดลองบทบาทต่างๆ ที่สังคมกำหนดให้
การตั้งระดับความสำเร็จในการทำงาน
การพัฒนาบทบาททางเพศให้เหมาะสมตามกฎเกณฑ์ และค่านิยมของสังคม
การเป็นผู้นำหรือผู้ตาม
การสร้างอุดมคติเป็นของตนเอง และรู้จักพิจารณาเปรียบเทียบ ศึกษาอุดมคติของบุคคลอื่น

การเปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลองปฏิบัติในสิ่งเหล่านี้ จะทำให้เด็กวัยรุ่นไม่มีปัญหา สามารถปรับตัวได้สำเร็จ แต่ถ้าผู้ใหญ่ไม่เปิดโอกาสให้เด็กได้พัฒนาเอกลักษณ์ของตนเอง จะทำให้เด็กสับสน ตัดสินใจไม่ถูกต้องว่า จะเลือกแนวทางชีวิตอย่างไร ความคิดของเด็กวัยรุ่นนี้จะเปิดกว้างสำหรับสิ่งแปลกใหม่ เขาจะไม่ยึดถือคำสอนดั้งเดิมของพ่อแม่ แต่เด็กจะหันมาหาคน ที่มีสภาพเหมือนตนเอง คือ เพื่อน ดังนั้นลักษณะของพ่อแม่ที่เด็กวัยรุ่นต้องการคือ ท่าทีที่แสดงถึงความเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ ร่วมสุข และเข้าใจความต้องการของเขา

ขั้นที่ 6 ความรู้สึกว่าตนมีเพื่อนหรือความรู้สึกอ้างว้าง (Sense of Intimacy VS. Isolation) เกิดในช่วงอายุ 17-21 ปี เมื่อเด็กผ่านช่วงวัยรุ่นตอนต้นแล้วเด็กจะเริ่มเป็นสมาชิก ที่มีส่วนรับผิดชอบต่อสังคมเต็มที่ และเป็นวัยที่มีความมุ่งหมายกับการทำงาน และการอยู่ใกล้ชิดกับเพศเดียวกันหรือเพศตรงข้าม เพื่อเลือกหาคนที่สนิทสนมใกล้ชิด และการแต่งงาน พัฒนาการในระยะนี้จะสำเร็จได้ขึ้นกับความสำเร็จของพัฒนาการระดับต้นๆ ที่ผ่านมา จะทำให้เขาสามารถใกล้ชิดสนิทสนมจริงจังกับผู้อื่นได้ แต่ถ้าพัฒนาการขั้นต้นไม่ประสบความสำเร็จ เขาจะไม่วางใจผู้อื่น ไม่พอใจในตนเอง ปรับตัวเองเข้ากับผู้อื่นไม่ได้ ทำให้รู้สึกอ้างว้าง และว้าเหว่

ขั้นที่ 7-8 เป็นวัยผู้ใหญ่ จะขอกล่าวโดยสรุปดังนี้

ขั้นที่ 7 ความรู้สึกรับผิดชอบแบบผู้ใหญ่ หรือความรู้สึกเฉื่อยชา (Sense of Generativity VS. Stagnation) เกิดในช่วงอายุ 20-40 ปี

ขั้นที่ 8 ความรู้สึกมั่นคงและทอดอาลัย (Sense of Ego Integrity VS. Despair) เกิดในช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป

โดยสรุปในระยะวัยรุ่นนี้ ทฤษฎีพัฒนาบุคลิกภาพของ Erik Erikson กล่าวว่า เป็นระยะที่พัฒนาการเกี่ยวกับการรู้สึกว่า ตนประสบความสำเร็จ มีอิสระ พึ่งตนเองได้ ทำให้มีความมุมานะ มีมโนธรรม การรู้จักตนเอง เป็นการสร้างเอกลักณ์ของตน มีการมองตน ความรู้สึกว่าตนมีเพื่อน มีความรัก ความผูกพันธ์กับผู้อื่นได้ คือ การมีมนุษยสัมพันธ์ ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญที่จำเป็นต้องมีในวัยรุ่น

4.3 การเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์

นักจิตวิทยาได้ให้ความหมายของอารมณ์ว่า เป็นสภาพการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและจิตใจ อันเนื่องมาจากการปฎิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเร้า และอินทรีย์ และการแสดงโต้ตอบนั้นเป็นไปตามสถานการณ์ จัดเป็นความรู้สึกที่รุนแรงและแสดงออกผ่านอินทรีย์

เมื่อเกิดอารมณ์ขึ้นต้องมีการแสดงออก การแสดงออกของอารมณ์เป็นไปได้ 2 ทางคือ
ก. แสดงด้วยวาจา เช่น ส่งเสียงดัง พูดเสียงสั่น หัวเราะ ฯลฯ
ข. แสดงด้วยท่าทาง เช่น การแสดงออกทางใบหน้า, การแสดงออกทางกริยา การเคลื่อนไหวของร่างกาย การแสดงท่าทางต่างๆ

ลักษณะการแสดงออกของอารมณ์ของคนแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน และแต่ละบุคคลจะมีลักษณะอารมณ์ประจำตับ ปัจจัยที่ทำให้คนเรามีลักษณะอารมณ์ต่างกันคือ
ก. พันธุกรรม
ข. ประสบการณ์เดิม การอบรมเลี้ยงดูแต่เดิม เป็นอิทธิพลสำคัญที่ทำให้เราสร้างลักษณะอารมณ์ประจำตนขึ้น
ค. สังคม ซึ่งมีผลต่อแบบแผนการดำรงชีวิตของครอบครัว
ง. ยาหลอนประสาท ยาเหล่านี้มีส่วนทำให้เกิดอารมณ์บางอย่างได้ รวมทั้งยาเสพติดบางชนิด

สภาพทางอารมณ์ของเด็ก เมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่นมักมีอารมณ์ไม่ค่อยคงที่ คือ เปลี่ยนแปลงง่ายและรวดเร็ว ลักษณะอารมณ์ที่พบเสมอในเด็กวัยรุ่น คือ
ก. วิตกกังวล โดยเฉพาะผลสืบเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย รูปร่างหน้าตา รวมทั้งกังวลเกี่ยวกับอารมณ์เพศที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งพบมากในวัยรุ่นชาย และความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอยู่ในครอบครัว ฐานะในสังคม ชีวิตอนาคต
ข. อารมณ์วู่วาม หงุดหงิด น้อยใจง่าย โกรธ และก้าวร้าว
ค. อารมณ์ผันผวน ไม่หนักแน่น ขึ้นๆ ลงๆ เปลี่ยนอารมณ์จากเริงร่าไปเป็นอารมณ์เศร้า ได้ในช่วงเวลาสั้นๆ
ง. มีอารมณ์รักร่วมเพศ ได้ในช่วงเวลาสั้นๆ

4.4 การเปลี่ยนแปลงทางสังคม

จากแนวคิดทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมของเซียร์ (Sears' Social Learning Theory) อธิบายว่า พัฒนาการด้านสังคม เกิดจาการอบรมเลี้ยงดู และเป็นกระบวนการต่อเนื่อง ตามความคาดหวังของสังคมในเด็กแต่ละวัย ซึ่งแบ่งขั้นพัฒนาการออกเป็น 3 ขั้นใหญ่ๆ คือ

ก. ระยะที่ 1 พฤติกรรมเบื้องต้น (อายุ 0-16 เดือน) ได้แก่ ความต้องการพื้นฐาน และการเรียนรู้ระยะต้นของวัยทารก ในระยะนี้พฤติกรรมที่กระทำเพื่อลดแรงขับปฐมภูมิทั้งสิ้น โดยเด็กจะพัฒนาจากการลองผิดลองถูก เพื่อเลือกในสิ่งที่พ่อแม่ต้องการ ดังนั้นพัฒนาการของเด็กส่วนใหญ่ในขั้นนี้ จะสะท้อนให้เห็นบุคลิกภาพของผู้เลี้ยงดู

ข. ระยะที่ 2 ระบบสิ่งเร้าจากสังคมระยะแรก คือ การเรียนรู้โดยใช้ครอบครัวเป็นศูนย์กลาง (อายุ 11/2-6 ปี) สิ่งแวดล้อมทางสังคมภายในครอบครัวเริ่มมีบทบาทต่อพัฒนาการของเด็ก

ค. ระยะที่ 3 ระบบสิ่งเร้าจากสังคมระยะหลัง เป็นการเรียนรู้จากสังคมภายนอกครอบครัว (อายุ 6 ปีขึ้นไป) ได้แก่ การเรียนรู้พฤติกรรมสังคมจากระบบต่างๆ ของสังคม เช่น โรงเรียน สถาบันทางศาสนา ชุมชนที่อยู่อาศัย เป็นต้น

ดังนั้นวัยรุ่นจึงมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เห็นได้ชัด คือ
ต้องการเป็นที่ยอมรับของเพื่อน
เชื่อถือ และรับฟังเพื่อนมากกว่าพ่อแม่
คิดดูถูกดูแคลนพ่อแม่และผู้ใหญ่
พยายามปลีกตัวห่างจากพ่อแม่ เพื่อหัดดูแลรับผิดชอบตนเอง
เริ่มสนใจที่จะมีเพื่อนต่างเพศ แต่อารมณ์รักมักหวือหวา เปลี่ยนแปลงง่าย
ชอบเปรียบเทียบตนเองและเพื่อนฝูง รู้สึกมีปมด้อย ท้อแท้ใจได้ง่ายๆ

4.5 การเปลี่ยนแปลงด้านสติปัญญา

จากแนวคิดทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของ จอง ฟีอาเจท์ (Jean Piaget) ได้แบ่งระดับพัฒนาการทางสติปัญญา ออกเป็น 3 ระดับตามวัยดังนี้
ก. ระดับพัฒนาการความรู้สึกทางอวัยวะเคลื่อนไหว เกิดในช่วงอายุ 0-2 ปี (Sensorimotor phase)
ข. ระดับพัฒนาการทางความคิดรวบยอด เกิดในช่วงอายุ 11/2-2 ปี ถึงอายุ 11-12 ปี (Conceptual Thought Phase)
ค. ระดับพัฒนาการเข้าใจอย่างมีเหตุผล ในเด็กตั้งแต่อายุ 11 ปี เป็นต้นไป (Cognitive Thought Phase)

ซึ่งเป็นระยะที่ถือว่า พัฒนาการทางสติปัญญา และความคิดของเด็กพัฒนาขึ้นสู่ระดับวุฒิภาวะสูงสุด เด็กวัยนี้จะเริ่มคิดเหมือนผู้ใหญ่ มีเหตุผล คิดอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงทางสติปัญญาตามปกติของวัยรุ่นมักเป็นดังนี้
ความคิดอ่านกว้างขวางลึกซึ้งขึ้น
อยากรู้ อยากเห็น ต้องการทดลอง และแสวงหาคำตอบ
เริ่มคิดถึงชีวิต อดีต ปัจจุบัน และอนาคต เกิดความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้หรือฝึกวิชาชีพ เพื่อความก้าวหน้า
ต้องการให้ผู้ใหญ่ รับฟังความคิดเห็นของตน
อุดมคติสูง หัวรุนแรง ต้องการให้สังคมมีความยุติธรรม เสมอภาค

โดยสรุป วัยรุ่นเป็นเวลาแห่งการ

ค้นหา เพื่อให้รู้จักตนเอง
แสวงหาให้รู้จักสังคมและโลกภายนอก
ปรารถนาใครสักคนหนึ่งที่เข้าใจ รักใคร่ ใกล้ชิด และผูกพันด้วย
ความรัก ความสวยงาม ความสมหวัง ซึ่งอาจเปลี่ยนเป็นความรู้สึกมืดมน ผิดหวัง ว้าเหว่ โดดเดี่ยว
คิดเพ้อฝัน จินตนาการกว้างไกล
ผจญภัย ทดลอง ชอบเสี่ยง
อารมณ์ ผันผวนไม่หนักแน่น

พัฒนาการที่เหมาะสมของวัยรุ่น ควรสิ้นสุดโดยมีลักษณะดังต่อไป
ความสำเร็จในการแยกเป็นอิสระ ไม่ต้องพึ่งพาพ่อแม่
การมีพฤติกรรมทางเพศที่เหมาะสม
รับผิดชอบต่อการงาน
มีจริยธรรมประจำใจ
ความสามารถที่จะสร้างสัมพันธภาพที่ลึกซึ้ง และถาวรกับผู้อื่น
การกลับไปมีสัมพันธภาพกับพ่อแม่ด้วยความเข้าใจที่ดีขึ้น

5. ปัญหาที่พบบ่อยในวัยรุ่น

5.1 ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพกายที่พบบ่อยๆ และก่อให้เกิดความวิตกกังวลแก่เด็กวัยรุ่น ได้แก่
การเป็นสิว
การมีกลิ่นตัว และโรคผิวหนัง
ความอ้วน ความผอม
ความผิดปกติต่างๆ ทางนรีเวชในวัยรุ่นหญิง เช่น ตกขาว การปวดประจำเดือน การมีประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ
การมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ติดยา อุบัติเหตุและฆ่าตัวตาย

5.2 ปัญหาเกี่ยวกับจิตใจ มักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย การมีอารมณ์ทางเพศและความขัดแย้งในค่านิยมของสังคม ทำให้มีเด็กมีลักษณะอารมณ์ต่างๆ ออกมา

สร้างโดย: 
noona

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 39 คน กำลังออนไลน์