วิธีการเลือกซื้อหมวกกันน๊อค ถุงมือ และรองเท้า สำหรับขี่รถbigbike

รูปภาพของ sss28264

วิธีการเลือกซื้อหมวกกันน๊อค ถุงมือ และรองเท้า สำหรับขี่รถbigbike

     มากันอีกแล้ว สำหรับบทความประเภทเอามะพร้าวห้าว มาขายสวน แต่ผมคิดว่าอาจจะมีน้องๆพี่ มือใหม่ไม่ทราบหรือทราบแต่คาดไม่ถึง ว่าทำไมเค๊าต้องเลือกกันแบบวุ่นวายขนาดนี้....
     เริ่มแรกเลยนะครับ พวกอุปกรณ์เซฟตี้สำหรับการขี่รถคันใหญ่ๆนี่ ค่อนข้างต้องพิถีพิถันกว่า เลือกซื้อของสำหรับขี่รถตลาดอยู่ เพราะรถประเภทเราๆท่านๆมักจะมีน้ำหนักมากและความเร็วสูง งั้นถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น มักจะแรงกว่ารถเล็กแน่นอน งั้นเรามาเริ่มเลย
หมวกกันน๊อค( HELMET )
อย่างที่เคยบอกไว้ในบทความที่แล้วนะครับ ว่าหมวกที่ผลิตในบ้านเรามาตราฐานยังต่ำกว่าของนอกมากแม้ว่าจะผ่าน มอก.ก็ตาม รูปทรงปัจจุบันสวยงามแบบก๊อปมาเหมือนมาก แต่วัสดุในการผลิตไม่ได้ ถ้าล้มแรงจริงๆคงเอาไม่อยู่

วิธีการเลือกซื้อหมวกนอก/ใหม่ แบรนด์ดังๆ( ราคาแพง )
1.  เอายี่ห้อ , สี และรุ่นที่เราชอบก่อน
2.  หมวกนอกส่วนมากจะผ่านมาตราฐาน ญี่ปุ่น Snell และ ย่านอเมริกา DOT จะปิดโชว์ที่ขอบๆหมวกเลย
3.   ทดลองสวมดูก่อน แม้ว่าจะรู้ไซส์ของตัวเองแล้วก็ตาม
       -  หมวกต้องกระชับพอดี ไม่หลวม ( คาดสายรัดคางแล้ว ) พอดีแบบที่ผมว่านี้คือบีบนิดหน่อย อาจจะดูรำคาญแต่พอคุณใส่ซักครั้ง2ครั้งฟองนำที่แก้มจะยุบตัวตามขนาดศรีษะ แต่ไม่ได้หมายถึงว่าให้คับจนรู้สึกบีบมากๆ
       -  ทดลองเอาหันซ้ายขวาดู ทดลองเอามือผลักหมวกดูว่าหัวเรากับหมวกหันไปด้วยกันรึเปล่าว ถ้าหันไปตามมือเฉพาะหมวก ก็แสดงว่าไม่พอดี ที่ต้องย้ำว่าต้องฟิตพอดีเพราะ หากเกิดอุบัติเหตุจริงๆ หมวกที่พอดีกับหัวของเราจะไม่มีช่องว่าง ให้หัวขยับได้ แรงกระแทกจะซึมซับได้ดีกว่า
4.  แนะนำว่า เป็นสายแบบร้อยห่วงกลับ จะดีกว่าแบบอื่น แบบคลิบล๊อค อาจมีโอกาศหลุดได้ เพราะเวลากระแทกจริง มันเร็วและแรงมาก
5.  ส่วนที่หลายๆคนคิดไม่ถึงตอนเลือกซื้อคือ เสียงลมที่เล็ดลอดเข้ามาให้เราได้ยิน อันนี้บอกได้ยาก ต้องใช้การซักถามจากคนที่เคยใช้ยี่ห้อนี้มาก่อน หาข้อมูลของหลายคน แต่ที่บอกได้คือ ประเภทที่ มีรอยต่อ หรือจำนวนชิ้นมากๆ เสียงลมดังกว่าแน่นอน เช่นขี่รถสปอร์ตต้องก้มหมอบ แต่ไปเลือกซื้อหมวกแบบ เปิดคางได้มาใช้ ปรากฏว่าเสียงลมอื้ออึง หมวกประเภทนี้คุณต้องขี่รถประเภททัวร์ริ่ง ชิวส์สูงๆตัดลมได้ดี ถึงจะดีไม่รำคาญมาก

วิธีการเลือกซื้อหมวกนอก/มือ2
1.  ยกเว้นเรื่องสีรร ภายนอกไปเลยครับ เพราบางทีข้างนอกยังปิ๊ง..แต่ข้างในแย่
2.  ภายนอกให้ดูรอยถลอก รอยตกกระแทก รอยที่เป็นรอยขีดข่วนแบบตกพื้น รอยขูดบางๆไม่เป็นไรครับ แต่ถ้าเป็นรอยกระแทกจนสีกระเทาะเป็นวงใหญ่ อันนี้ไม่ได้เลย แม้ว่าจะมีแค่แผลเดียวก็ตาม( ตรงอื่นใหม่กิ๊กๆ) เพราะแสดงว่ากระแทกมาหนักมาก (ฟาดกับของแข็ง) 
อธิบาย...คือหมวกนที่ผลิตขึ้นมานี่ ถ้ามองตามภาพตัดขวางแล้ว ขั้นนอกจะเป็นไฟเบอร์หรือคาร์บอน ขั้นที่2 จะเป็นโฟมแบบหนาแน่นสูง(ไม่ใช่โฟมแบบเราเอามาตัดทำกระทง วันลอยกระทง ) ชั้นที่3 เป็นฟองน้ำบุ   คราวนี้คุณสมบัติของหมวกที่ดีๆผ่านมาตราฐานสูงๆคือ กระจายแรงกระแทก ชั้นนอกจะยุบลงมาถึงโฟม กระจายแรงกระแทกไปรอบๆ เสร็จแล้ว ไฟเบอร์หรือคาร์บอนมันไม่แตก แต่กลับคืนตัวเหมือนเดิมอีกครั้ง แต่โฟม เมื่อโดนแรงกระแทกแล้ว ไม่คืนตัว ภาพที่มองเห็นคือมันจะกลายเป็นโพรงอากาศในหมวก เรามองจากภายนอกไม่เห็น เห็นแค่รอยสีแตกกระเทาะเป็นวง ก็เลยเข้าใจว่า หมวกใบนี้ใช้ได้มีสีถลอดแค่จุดเดียว ที่ไหนได้มันเป็นโพรงข้างใน มองจากในหมวกก็ไม่เห็น ถ้าคุณซื้อใบนี้มาใช้งาน ถ้าโชคร้ายไปล้มกระแทกตรงที่เดิมอีกครั้ง คราวนี้หละแตกเลย เพราะมันกระจายแรงกระแทกไม่ได้
ฉะนั้น...หมวกประเภทที่ทำสีขึ้นใหม่ หรือรอยจุดเดียวใหญ่ แม่ว่าโดยรวมจะดูดี ก็ไม่น่าหามาใช้งานครับ แต่ถ้ารอยนิดๆหน่อยที่เจ้าของเก่าไม่รักษา รอยถลอกขีดข่วนเล็ก พอรับได้ ไม่อันตราย ถ้าฟองน้ำมันยุบคุณก็หาชุดอะไหล่มาใส่ใหม่เท่านี้ก็ใช้ได้แล้ว อีกอย่างคือหมวกมือ2  ถ้าเลือได้ควรหาประเภทถอดภายในซักได้จะดีมาก ไอ้ที่ไปหุ้มมาใหม่ในบ้านเรานั้น ไม่มีมาตราฐานครับ ซักเดี๋ยวก็ยุบ หลวมโครก....
วิธีดูแลรักษาหมวกนะครับ เริ่มแรกคือ
1. ถ้าไม่มีไอ้โม่งหรือไม่เคยใส่ก็หามาใส่ซะ เพราะเหงือที่ออกมาจาหัวเรานี่จะได้ไปอยู่ที่ผ้าไอ้โม่งแทน ไม่งั้นถ้าไม่ใส่ เราก็อาจต้องซักหมวกบ่อยขึ้น
2. การซักนี่ส่วนมากก็ปีละแค่2-3ครั้งเองครับ ถ้ามีโม่ง(เราอาศัยไปซักโม่งแทน )
3. ผ้าที่ใช้เช็ดนี่ขอแบบนิ่มๆนะครับ อาจเป็นเสื้อเก่าๆของเราก็ได้แต่ขอที่มันนิ่มแล้ว
4. ถ้าออกตจว.หรือทริปไกลๆกลับมาแล้ว เจอพวกแมลงก็ต้องหาน้ำเช็ดเลยอย่าปล่อยไว้นานๆ
5. ยาขัดสีหยาบๆไม่แนะนำให้ใช้ครับ เพราะถ้าบ่อยๆเข้า สีมันซีด ให้เอายี่ห้อที่มันดีหน่อย
6. ชิวกันลม นี่ใช้แค่แชมพูนะครับ ห้ามเอาครีมอะไรไปขัดเลย เพราะเค๊าเลือบฟิลม์มาจากโรงงานผลิตแล้ว เดี๋ยวมันจะลอกเป็นจุดๆ
7. ถ้าหมวกเป็นแบบถอดซักไม่ได้ ก็ให้หาถังใบใหญ่ ผสมแชมพู เอาหมวกลงไปเลยทั้งใบ บีบๆเอาสารพัดสกปรกออกแล้ว ซักน้ำเปล่าวจนสะอาดแล้วผึ่งไว้ในร่มนะครับ ที่เน้นว่าในร่มเพราะ พวกโฟมหรือวัสดุบางชิ้นในหมวก โดนความร้อนโดนแดดบ่อยๆ จะยิ่งเสื่อมสภาพไว
8. ขอบยางให้ใช้ครีมที่เค๊าแถมมาให้ทา ยางจะได้ลื่นและยืดอายุของยางด้วย
9. การซักนี่ แม้ว่าจะเป็นแบบถอดซักได้ก็ไม่แนะนำให้ถอดเข้า-ออกบ่อยๆ เพราะมันจะหลวม
คราวนี้รับรองว่าอายุการใช้งานคุ้มแน่นอน

สร้างโดย: 
sss28264

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 99 คน กำลังออนไลน์