ดอกกระดังงา

รูปภาพของ sss28359

 

 ที่มารูป http://www.healthcorners.com/2007/article/small/small_1235441549.jpg

พระสี่กรชมพรรรพฤกษา
ประดุ่ดอกดกดาาดา
กระดังงาจำปาแกมกัน


ชื่อพฤกษา :  Cananga odorata,Hook. F.&Th.
ชื่อสามัญ   :  Ilang - ilang, Perfume Tree
ชื่อวงศ์      :  Annonaceae

ชื่ออื่น   สะบันงา สะบันงาต้น สะบานงา  (ภาคเหนือ) 
           กระดังงา กระดังงอ (ภาคใต้)
           กระดังงาใบใหญ่ กระดังงาใหญ่ กระดังงาไทย กระดังงา กะดังงา (ภาคกลาง)


        กระดังงา" มีชื่อพื้นบ้านเรียกแตกต่างกันออกไปตามท้องถิ่น สายพันธุ์ มากมายได้แก่ กระดังงาจีน กระดังงาไทย, กระดังงาใหญ่,กระดังงาใบใหญ่, สะบันงา กระดังงาสงขลา
สะบันงาต้น (ภาคเหนือ) กระดังงางอ มีชื่อภาษาอังกฤษว่า เพอร์ฟูมทรี (Perfume Tree)
"กระดังงา" มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า คานันกา โอดรอเอต้า (Cananga Odroata) จัดอยู่ในวงศ์ แอนโนนาซีอี้ (Annonaceae)


        ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของ"กระดังงา" กระดังงาไทยที่ปลูกกันมากตามบ้านนั้นจริงๆ แล้วไม่ได้มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย แต่มีถิ่นกำเนิดในประเทศฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย
ดอกกระดังงาสามารถนำไปสกัดเป็นน้ำมัน และทำเป็นเครื่องอบ เครื่องหอม ได้อีกด้วย กระดังงาทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นกระดังงาจีน กระดังงาไทย กระดังงาสงขลา จัดเป็นไม้กลางแจ้งที่ต้องการ
แสงแดดจัด และจะออกดอกตลอดปี 


        ลักษณะต้นของกระดังงา กระดังงาจัดเป็นพรรณไม้ยืนต้น ที่มีความสูงต้นประมาณ ๘-๑๕ เมตร เปลือกต้นมีสีเทา มีรอยแผลใบขนาดใหญ่กระจายอยู่ทั่วกิ่ง กิ่งตั้งฉากกับลำต้นปลายย้อยลู่ลง
 กิ่งอ่อนมีขน กิ่งแก่ค่อนข้างเรียบ ลักษณะของใบ จัดเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกัน รูปรีหรือรูปไข่ยาว มีความกว้างใบประมาณ 4-8 ซ.ม. ยาว 9-20 ซ.ม. ปลายใบแหลม
โคนใบมนหรือเว้า และเบี้ยวเล็กน้อย ขอบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย เส้นแขนงใบ 5-9 เส้น ลักษณะของดอกกระดังงา จะออกดอกเป็นช่อ ช่อดอกสั้น ห้อยรวมกันบนกิ่ง ช่อหนึ่งๆ มี
 ดอกประมาณ 4-6 ดอก กลีบดอกเรียงสลับ 2 ชั้น ชั้นละ 3 กลีบ แต่ละกลีบมีรูปขอบขนานปลายแหลม ดอกขณะยังอ่อนอยู่จะมีสีเขียว แต่เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ดอกกระดังงา
มีกลิ่นหอมแรง ลักษณะของกลีบดอกจะแตกต่างกันตามสายพันธุ์ เช่นถ้าเป็นดอกกระดังงาจีน กลีบดอกจะค่อนข้างหนา มีสีเหลืองสดใสมาก และมีกลิ่นหอมแรง แต่ถ้าเป็นกระดังงาไทย
หรือกระดังงาสงขลา กลีบดอกจะอ่อนนุ่ม เรียวยาวและบิด และมีสีเหลืองปกติ มีกลิ่นหอมแรงน้อยกว่ากระดังงาจีน กลีบดอกมีอยู่ทั้งหมด ๖ กลีบ เกสรตัวผู้และรังไข่มีจำนวนมาก ผลของกระดังงา
มีลักษณะเป็นกลุ่ม รูปไข่ ผลอ่อนมีสีเขียว และเมื่อผลแก่จะมีสีเขียวคล้ำจนเกือบดำ เมล็ดกระดังงา มีสีน้ำตาลอ่อน รูปไข่แบน กระดังงาสามารถขยายพันธุ์ได้ โดยการเพาะเมล็ด และการตอนกิ่ง
โดยทั่วไปนิยมปลูกกระดังงาเพื่อประดับบริเวณบ้านและสวน ถ้าเป็นกระดังงาชนิดแบบเถาเลื้อย ควรมีค้าง หรือซุ้ม เพื่อให้ต้นกระดังงาเลื้อยเกาะ จึงเหมาะที่จะปลูกเพื่อให้ร่มเงาบริเวณริมรั้วบ้าน
 สำหรับขนาดหลุมปลูกของกระดังงาคือ 50 x 50 x 50 เซนติเมตร ในการให้ปุ๋ยควรใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน ในอัตรา 1 : 2 ผสมดินปลูก ควรแบ่งใส่ปุ๋ย
ปีละ 4-6 ครั้ง และถ้าต้องการให้การเจริญเติบโตของทรงพุ่มกระดังงาสวยงามและเป็นระเบียบ ก็ควรตัดแต่งกิ่งให้เหมาะสมด้วย


     สรรพคุณของกระดังงาและวิธีใช้ ส่วนที่ใช้ประโยชน์ของกระดังงาจะให้สรรพคุณแตกต่างกันดังนี้
     เปลือก แก้คัน
     ดอก มีสรรพคุณแก้ลมวิงเวียนศรีษะ และบำรุงเลือด จึงใช้ปรุงเป็นยาหอม หรือทำบุหงา อบร่ำ ทำน้ำหอม ใช้อบทำให้น้ำเชื่อมมีกลิ่นหอม และนำน้ำเชื่อมมาปรุงขนมหวาน
    ใบและเนื้อไม้ ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ โดยนำมาต้มกับน้ำใช้ดื่มกินเป็นยาขับปัสสาวะ 
     นอกจากนี้แล้วในส่วนของเปลือกต้น ยังสามารถใช้ทำเชือกชนิดหยาบได้

          กระดังงา(yiang yiang)จัดเป็นพืชสมุนไพรไทย ใช้ดอกเป็นตัวยาชนิดหนึ่งในตัวยาที่มีกลิ่นหอมหลายชนิด ปรุงเป็นยาหอมบำรุงหัวใจ บำรุงระบบประสาท ภูมิปัญาไทย
ใช้ดอกสดแช่ในน้ำมันมะพร้าว ทำเป็นน้ำมันใส่ผมประเทศอินโดนีเซียใช้ดอกโรยบนเตียงสำหรับคู่แต่งงานใหม่ๆชาวเกาะ Molucca ใช้น้ำมันจากดอกกระดังงาบำรุงผิวและผม


กระดังงาในบ้านเราที่รู้จักมี 2 อย่างคือ กระดังงาไทย และกระดังงาสงขลา ที่นิยมนำดอกมาสกัดน้ำมันหอมระเหยคือกระดังงาสงขลาซึ่งมีกลีบดอกมากกว่าและยาวกว่ากระดังงาไทย
น้ำมันหอมระเหยจากดอกกระดังงานิยมใช้เพื่อผ่อนคลายความเครียด ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับผู้ที่นอนไม่หลับ ช่วยลดอาการท้อแท้หดหู่ ลดความดันโลหิตสูง น้ำมันนวดตัวซึ่งผสมน้ำมันหอม
ระเหยจากดอกกระดังงา ยังใช้เพื่อกระตุ้นกำหนัดด้วยสำหรับผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับ เนื่องจากความเครียด การดื่มยาหอมที่มีส่วนผสมของสมุนไพรหอมนานาชนิด จึงช่วยให้นอนหลับสนิท
ได้ดีขึ้น


       ส่วนคำว่ากระดังงาลนไฟ เป็นสำนวนไทย แปลว่า หญิงที่เคยแต่งงานหรือผ่านผู้ชายมาแล้วย่อมรู้จักชั้นเชิงทางปรนนิบัติและเอาอกเอาใจผู้ชายได้ดีกว่าผู้หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงาน
       กระดังงาลนไฟ คือ ผู้หญิงที่ผ่านมือผู้ชายมาแล้ว แต่ยังคงมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามอยู่ เหมือนดอกกระดังงาที่เมื่อเอาไปลนไฟ แล้วจะมีกลิ่นหอมขึ้น
       กระดังงาลนไฟ คือ ผุ้หญิงที่มีอายุมากแล้ว แต่ยังซู่ซ่าอยู่
        กระดังงาลนไฟ คืด แม่หม้ายที่ยังคงเสน่ห์แรง มีบรรดาชายหนุมทั้งหลายมารุมตอม (Tags:แม่ดอกกระดังงาลนไฟ)

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 108 คน กำลังออนไลน์