เล่นคอมนาน ๆๆ เป็นต้อหิน ร้ายแรงนะเนี่ย !!

รูปภาพของ sss28280

        ต้อหิน

        เร็วๆ นี้มีข่าวในสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ หรือรายการในทีวีกล่าวถึงการใช้คอมพิวเตอร์นานๆ อาจนำไปสู่โรคต้อหินทำให้ตาบอดได้ ดูรายละเอียดแล้วเป็นผลงานของจักษุแพทย์ชาวญี่ปุ่น คณะหนึ่งได้ศึกษาภาวะต้อหินในชาวญี่ปุ่นในวัยทำงานอายุ 40 ปีขึ้นไปที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำจำนวนหมื่นกว่าคน พบว่า เป็นต้อหินถึงหนึ่งร้อยหกสิบคน หรือโดยอัตราส่วนเป็นร้อยละหนึ่งจุดหก ในรายงานนั้นดูเหมือนว่าจะสรุปว่าต้องเป็นผู้ทำงานโดยใช้คอมพิวเตอร์หลายปี และใช้งานวันละหลายชั่วโมง โดยเฉพาะผู้นั้นมีสายตาสั้นร่วมด้วย ยิ่งมีโอกาสเป็นต้อหินมากขึ้นด้วย

        ต้อหินเป็นโรคที่มีการทำลายประสาทตาอย่างช้าๆ โดยผู้ที่เป็นมักมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือความดันในตาสูง ทำให้ลูกตาแข็งกว่าปกติอันเป็นที่มาอันเป็นที่มาของชื่อที่ว่า “ต้อหิน” นอกจากดวงตาจะแข็งเหมือนหินแล้ว ยังเป็นโรคที่การรักษาค่อนข้างจะยุ่งยากหรือค่อนข้างหินตามภาษาชาวบ้าน หากรักษาไม่ได้ตาจะบอดเกือบทุกราย ซ้ำร้ายต้อหินบางชนิด นอกจากทำให้ตาบอดแล้วยังเจ็บปวดอีก คือแม้ตาไม่เห็นแล้วเจ้าตัวยังมีอาการเจ็บปวดทุกข์ทรมานจนบางคนยอมให้แพทย์เอาตาออกเพื่อระงับความเจ็บปวด
 

 
การมองเห็นของคนปกติ การมองเห็นของคนเป็นต้อหิน
ต้อหินมีด้วยกัน 3 ชนิด

    ชนิดแรกเป็นต้อหินโดยไม่ทราบสาเหตุพบมากที่สุด

    ชนิดที่สองเป็นต้อหินเนื่องจากมีโรคอื่นอยู่ก่อนแล้วเกิดแทรกซ้อนด้วยโรคต้อหินตามหลังพบรองลงมา

    ชนิดที่สามพบน้อยที่สุดเป็นต้อหินในเด็กมาแต่กำเนิด คือเป็นโรคต้อหินตั้งแต่อยู่ในครรภ์เลยทีเดียว เกิดเนื่องจากการกำเนิดลูกตาระหว่างที่เป็นตัวอ่อนในครรภ์มีความผิดปกติ ทำให้น้ำภายในลูกตาไหลเวียนไม่สะดวก มีน้ำคั่งในลูกตาทำให้ความดันตาสูงขึ้น

        ต้อหินที่สำคัญเป็นต้อหินชนิดแรกที่ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดว่าเหตุใดจึงเกิดกับคนๆ นั้นในขณะที่ผู้อื่นไม่เป็นกัน ต้อหินชนิดนี้เป็นโรคสำคัญที่ทำให้ประชากรของโลกตาบอด รองลงมาจากต้อกระจก ต้อหินชนิดที่ไม่ทราบสาเหตุนี้ยังแบ่งออกได้ 2 ลักษณะตามอาหารแสดงที่มาพบแพทย์ เรียกกันว่า “ต้อหินมุมเปิดหรือต้อหินเรื้อรัง” และ “ต้อหินมุมปิดซึ่งมักจะเรียกกันว่าต้อหินเฉียบพลัน”

        สำหรับต้อหินเฉียบพลันนั้นคนที่เป็นมักมีอาการอย่างกะทันหัน โดยมีอาการ

    • ปวดตา
    • ปวดศีรษะ
    • ตาแดง
    • และตามัวอย่างฉับพลัน

        จึงไม่ค่อยมีปัญหาในการมาพบแพทย์นัก เนื่องจากมักจะทนไม่ไหวกับอาการเจ็บปวด ส่วนต้อหินเรื้อรังค่อนข้างจะเป็นปัญหาในบ้านเรา เพราะว่าเป็นต้อหินที่ค่อยเป็นค่อยไปไม่เจ็บปวด อีกทั้งตาไม่แดงแต่สายตาจะมัวลงอย่างช้าๆ กว่าเจ้าตัวจะรู้ก็เกือบจะบอดแล้ว เป็นต้อหินที่สัมพันธ์กับการใช้คอมพิวเตอร์ที่เป็นข่าวอยู่ขณะนี้

        ต้อหินมุมเปิดหรือต้อหินเรื้อรังแม้ เราไม่รู้สาเหตุของการเกิดอย่างแท้จริง แต่ก็ได้พยายามศึกษาถึงลักษณะของโรค พยายามแก้ไขไม่ให้ผู้ที่เป็นต้อตาบอด สิ่งที่เราทราบก็คือต้อหินชนิดนี้มักพบในคนสูงอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป มักพบในผู้ที่เป็นเบาหวาน ผู้ที่เป็นโรคของต่อมไทรอยด์ ผู้ที่มีประวัติในครอบครัวที่เป็นโรคนี้ ผู้ที่นอกกรนมากจนหยุดการหายใจ (sleep apnea) ความดันโลหิตสูง และผู้ที่มีสายตาสั้น จนบางคนอาจกล่าวว่า ยีนส์ของการถ่ายทอดโรคทางกรรมพันธุ์ของต้อหิน เบาหวาน และสายตาสั้นคงจะอยู่ชิดกันมาก จึงพบโรคทั้ง 3 ในคนเดียวกันเสมอๆ 
 

 

        ต้อหินมุมเปิดหรือต้อหินเรื้อรังนี้ สัมพันธ์กับการใช้คอมพิวเตอร์จากการศึกษาของแพทย์ชาวญี่ปุ่นอย่างไร ตามที่กล่าวแล้วว่าต้อหินชนิดนี้พบในคนสูงอายุ การศึกษานี้ก็ตรวจเฉพาะคนสูงอายุเช่นเดียวกันมีการศึกษาของหลายประเทศตามอุบัติการณ์ของต้อหินชนิดนี้ได้ 1-2% อยู่ในตัวเลขที่ใกล้เคียงกัน ชาวญี่ปุ่นมีอุบัติการณ์สายตาสั้นค่อนข้างมาก จึงน่าเชื่อว่าชาวญี่ปุ่นที่นำมาศึกษาน่าจะมีสายตาสั้น ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงอันหนึ่งของการเป็นต้อหิน
 

        ส่วนอีกประการหนึ่ง การที่สายตาสั้นแม้จะยังพิสูจน์ไม่ได้ชัดว่าเกิดจากอะไร แต่เชื่อกันว่าผู้ที่ใช้สายตาเพ่งมองใกล้มาก พวกหนอนหนังสือ ผู้ที่มีไอคิวสูงมักจะมีสายตาสั้น ทั้งหมดจึงอาจเกี่ยวพันกันเป็นลูกโซ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่รู้กันมานานแล้ว การศึกษาของจักษุแพทย์ชาวญี่ปุ่นนี้จึงเน้นย้ำให้สิ่งที่รู้กันมานานแล้ว 

        การศึกษาของจักษุแพทย์ชาวญี่ปุ่นนี้ จึงเน้นย้ำให้ประชาชนระวังถึงโอกาสการเป็นต้อหิน ซึ่งอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการใช้คอมพิวเตอร์โดยตรงที่ยังพิสูจน์ไม่ได้แน่ชัดในปัจจุบัน ภาษิตโบราณว่าถ้าจิ้งจกทักเรายังต้องระวัง ในกรณีนี้แนะนำให้ ใช้คอมพิวเตอร์ในระยะที่เหมาะสม แม้จะไม่ได้ป้องกันโรคต้อหินแต่ก็ทำให้ไม่มีภาวะสายตาเมื่อยล้า ตาแห้งจากการใช้คอมพิวเตอร์มากไป
 

 

        อย่างไรก็ตามเราคงไม่ต้องตื่นกลัว การเป็นต้อหินจากการใช้คอมพิวเตอร์ตามข่าวนี้ แต่ก็ไม่ควรเพิกเฉยกับโรคนี้ ด้วยอุบัติการณ์ที่พบได้ 1-2% ในคนสูงอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยไม่มีอาการอะไรนำมาก่อน ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป จึงควรได้รับการตรวจตาอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อที่ว่าหากพบโรคนี้ในระยะแรก การรักษาในระยะแรกจะทำให้คุณมีโอกาสสูญเสียสายตาน้อยที่สุด และยิ่งถ้าคุณมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ อีก เช่น เป็นโรคเบาหวาน มีความดันโลหิตสูง มีโรคหลอดเลือด มีภาวะสายตาสั้น มีประวัติโรคต้อหินในครอบครัว คุณควรต้องเฝ้าระวังโดยการตรวจหาภาวะต้อหินอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเรื่องการใช้คอมพิวเตอร์คงหลีกเลี่ยงไม่ได้

        ในโลกของข้อมูลข่าวสารปัจจุบันควรใช้คอมพิวเตอร์ครั้งละ 2 ชั่วโมง พักสายตาไปทำงานอื่น 15 นาที แล้วกลับมาทำใหม่ การจัดระบบของโต๊ะคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสมทำให้คุณสบายตา ไม่เมื่อยล้า และอาจจะชะลอมิให้คุณมีสายตาที่สั้นเพิ่มขึ้น ลดปัจจัยของการเป็นต้อหินก็เป็นได้
 
 

 

สนับสนุนข้อคิดนานาสาระโดย : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
 

สร้างโดย: 
รมิดา ธนาสุนทรสกุล ม.3/8 เลขที่ 16

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 22 คน กำลังออนไลน์