University

รูปภาพของ sss27271

"เป็นเลิศ เป็นธรรม ร่วมนำสังคม"
"ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน"

 

tu-2
ที่มาของรูปภาพ http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/425/9425/images/dom1.jpg
ประวัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2477 โดยมีชื่อเมื่อเริ่มก่อตั้งว่า "มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์ และ

การเมือง" (มธก.) มหาวิทยาลัยนี้ถือกำเนิดมาจากความคิดริเริ่มของ ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ (รัฐมนตรีว่าการ กระทรวง

มหาดไทย ในขณะนั้น) โดยเล็งเห็นว่าการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ขณะนั้นมีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพียงแห่งเดียว เมื่อมีการ

เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยใน พ.ศ.2475 ประเทศชาติ มีความจำเป็นต้องมีบุคคลที่มีความรู้ ทางกฎหมาย

การปกครอง  และสังคม   มารับใช้ประเทศชาติโดยด่วน จึงได้เสนอร่าง    พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย   วิชา ธรรมศาสตร์ และ การ

เมือง พ.ศ.2476 เพื่อเปิดสอนในวิชาแขนงดังกล่าว เมื่อพระราชบัญญัติผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ได้มีพิธี เปิดมหาวิทยาลัยขึ้น 

เมื่อวันที่  27 มิถุนายน  2477   โดยผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นผู้กระทำพิธีเปิด   และ ศาสตราจารย์  ดร.ปรีดี พนมยงค์ ได้รับ

แต่งตั้งเป็นผู้ประศาสน์การคนแรกของมหาวิทยาลัย (และเป็นผู้ประศาสน์การ คนเดียว เพราะต่อมาได้เปลี่ยนชื่อ ตำแหน่ง เป็น

อธิการบดี)
          ปรัชญาของการตั้งมหาวิทยาลัย  ปรากฏตามสุนทรพจน์  ของศาสตราจารย์   ดร.ปรีดี พนมยงค์ รายงานต่อผู้สำเร็จราชการ

แทนพระองค์ มีดังนี้ "...มหาวิทยาลัยย่อมอุปมา ประดุจบ่อน้ำ บำบัดความกระหายของราษฎร ผู้สมัครแสวงหาความรู้ อันเป็นสิทธิ

และโอกาส ที่เขาควรมีควรได้ ตามหลักเสรีภาพของการศึกษา..." 
          ด้วยเหตุนี้มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง จึงเป็นตลาดวิชา และเป็น มหาวิทยาลัย เปิดแห่งแรกของประเทศไทย

 โดยให้สิทธิแก่ผู้ที่เคยศึกษาในโรงเรียน กฎหมายผู้สำเร็จประโยคมัธยมศึกษา   และเปิดกว้างให้ถึงผู้ที่เป็น ข้าราชการ สมาชิกสภาผู้

แทน ฯ ผู้แทนตำบล ครู ทนายความ เข้าเรียน ได้ด้วย ปรากฏว่าในปีแรกมีผู้สมัครเข้าศึกษาถึง 7,094 คน วิชาที่เปิดสอนมี 2 แขนงคือ 

 หลักสูตรธรรมศาสตรบัณฑิต ซึ่งสอนวิชากฎหมายเป็นหลัก  แต่ได้สอนวิชา รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และการฑูตด้วย เมื่อจบปริญญาตรี

ธรรมศาสตรบัณฑิตก็อาจศึกษาต่อปริญญาโท แยกเป็นแขนงนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และการฑูตต่อไป วิชาอีกแขนงหนึ่งคือ

 วิชาการบัญชี โดยมีหลักสูตร 3 ปี สำหรับประกาศนียบัตร ทางการบัญชี (เทียบเท่าปริญญาตรี) และ 5 ปี สำหรับประกาศนียบัตรชั้นสูง

ทางการบัญชี (เทียบเท่าปริญญาโท) 


          จากวิสัยทัศน์ของศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ทำให้ผู้ไม่มีโอกาสได้ศึกษาถึงขั้นมหาวิทยาลัยได้จบปริญญา และ ประกาศ

 นียบัตรไปรับใช้ประเทศชาติในทางการเมือง กระทรวงทบวงกรมต่าง ๆ วงการธุรกิจ และอาชีพอิสระเป็นอันมาก 

tu-4
ที่มาของรูปภาพ http://images.google.co.th/imgres?

imgurl=http://www.bangkoktourist.com/pic_other/pic1151208134722.jpg&imgrefurl=http://www.bangkoktourist.com/

detail_page_thai.php%3Fsub_id%3D35&usg=__hhsq_7UvDfGlWLsh-

c2PWJpjBcU=&h=500&w=333&sz=83&hl=th&start=20&tbnid=Io6_8yk3zk17BM:&tbnh=130&tbnw=87&prev=/images

%3Fq%3D%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%

25B4%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B1%

25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2598%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A1%25E0%

25B8%25A8%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%

258C%26gbv%3D2%26hl%3Dth
ตึกโดม
  ตึกโดม เป็นอาคารหลังแรกของมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ออกแบบโดยนายหมิว อภัยวงศ์ ตามคำแนะ

นำของผู้ประศาสน์การ ปรับปรุงจากตึกเก่า 4 หลังของทหารโดยสร้างหลังคาเชื่อมแต่ละตึก จนกลายเป็นอาคารหลังเดียวกัน ส่วน

กลางของตึกได้สร้างอาคาร 3 ชั้นขึ้นเพิ่มเติมโดยมี “โดม” เป็นสัญลักษณ์ตรงกลาง รูปแบบของโดมนี้ กล่าวอธิบายกันในภายหลัง

ว่านำรูปแบบมาจากดินสอแปดเหลี่ยมที่เหลาจนแหลมคม เพื่อแสดงถึงภูมิปัญญาที่สูงส่งของการจัดการศึกษา

tu-3
ที่มาของรูปภาพ http://image.dek-d.com/17/806869/14962288
ตราของมหาวิทยาลัย
  เป็นรูปธรรมจักรสีเหลือง ตัดเส้นด้วยสีแดง มีพานรัฐธรรมนูญสีแดงสลับเหลืองอยู่กลาง ที่ขอบธรรมจักรมีอักษรสีแดง

จารึกว่า "มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" หรือ "ม.ธ." อยู่ตอนบน กับ "THAMMASAT UNIVERSITY" หรือ "T.U." อยู่ตอนล่าง และ

ระหว่างคำว่า "มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" หรือ "ม.ธ." กับ "THAMMASAT UNIVERSITY" หรือ "T.U." มีลายกนกสีแดงคั่นอยู่
(คัดจากหนังสือราชกิจจานุเบกษา เล่ม 83 ตอนที่ 19 วันที่ 1 มีนาคม 2509)
 
tu-5
ที่มาของรูปภาพ http://board.goosiam.com/imgupload/ans544671.jpg
ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย คือ "ต้นหางนกยูง"

สีประจำมหาวิทยาลัย สีเหลืองแดง
 
วิสัยทัศน์  
 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นสถาบันวิชาการชั้นนำของประเทศในระดับนานาชาติ มีความเป็นเลิศในการผลิตบัณฑิต การ

สร้างองค์ความรู้ และการแก้ปัญหาของประเทศ

ที่มาของข้อมูล http://www.tu.ac.th/intro/about/swf/history1.htm
http://www.tu.ac.th/overview/admin/exec/plan50-54/plan10.htm (วิสัยทัศน์)
http://www.tu.ac.th/intro/about/symbol/thammajak.html (ตราธรรมจักร)
http://dek-d.com/board/view.php?id=1343412 (สีและต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย)


"มหาวิทยาลัยแห่งความเป็นเลิศ"

chang-1
ที่มาของรูปภาพ http://www.cmu.ac.th/cmuweb2008/images/org/banner-090408123436.JPG
ประวัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
              มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ทางราชการจัดตั้งขึ้นในส่วนภูมิภาคของประเทศไทยตามโครงการ

พัฒนาการศึกษาในส่วนภูมิภาค พ.ศ.2501 ตั้งอยู่ ณ ดินแดนล้านนา อันเป็นแหล่งสะสมวัฒนธรรมอันล้ำค่ามานานนับ 700 ปี มี

สภาพภูมิประเทศงดงามท่ามกลางสภาพแวดล้อมอันเป็นธรรมชาติ บริเวณเชิงดอยสุเทพ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
              นับตั้งแต่มีการเรียกร้องให้ขยายการศึกษาระดับอุดมศึกษาออกสู่ภูมิภาค โดยขอให้รัฐบาลจัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นที่จังหวัด

เชียงใหม่ตั้งแต่ปี พ.ศ.2493 ในที่สุดการเรียกร้องก็สัมฤทธิ์ผลก่อให้เกิดความภาคภูมิใจและดีใจเป็นอย่างยิ่งแก่ชาวล้านนาไทย
              วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2503 คณะรัฐมนตรีให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขึ้น โดยกำหนดให้เปิดสอนในปีการศึกษา 250
              วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2507 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติ

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2507 ออกประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 81 ตอนที่ 7 ลงวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2507 มาตรา

2 ให้ใช้พระราชบัญญัติตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
              วันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2508 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อย่างเป็น

ทางการ

พุทธสุภาษิตประจำมหาวิทยาลัย “อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา” บัณฑิตทั้งหลายย่อมฝึกตน

chang-2
ที่มาของรูปภาพ http://image.dek-d.com/21/2043220/100784747
ตราของมหาวิทยาลัย
 เป็นช้างชูคบเพลิง ๘ แฉกซึ่งเปรียบเสมือนแสงสว่างทางปัญญา สำหรับ ๘ แฉกนั้น ๑ แฉกแทน ๑ คณะ (ซึ่งขณะนั้น

ม.ช. เปิดการสอนเพียง ๘ คณะ) และการยกขาหน้าซ้ายของช้างนั้น เปรียบถึงการก้าวไปข้างหน้า อย่างงามสง่าดุจพญาคชสีย์

chang-4
ที่มาของข้อมูล http://www.nanagarden.com/Picture/Product/400/101467.jpg
ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย "ต้นทองกวาว"

สีประจำมหาวิทยาลัย สีม่วงดอกรัก

chang-3
ที่มาของข้อมูล http://www.cmu.ac.th/cmuweb2008/images/org/banner-090408003512.jpg
วิสัยทัศน์
          มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำตามมาตรฐานสากล ที่มุ่งเน้นการวิจัย มีการผลิตบัณฑิตที่มีคุณธรรมและ

คุณภาพ มีการบริหารจัดการที่ดีตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างยั่งยืน

ที่มาของข้อมูล http://www.cmu.ac.th/cmuweb2008/history.php?menuid=1&about_id=1 (เนื้อหา)
http://portal.rotfaithai.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=1225 (ตราประจำมหาวิทยาลัย)


"เกษตรศาสตร์คือ ศาสตร์แห่งแผ่นดิน"
"ประชาชน คือ เจ้าของประเทศ เกษตรศาสตร์ คือ ภาษีของประชาชน"

ku-1
ที่มาของรูปภาพ http://campus.sanook.com/story_picture/b/05077_002.jpg
ประวัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนหลักสูตรทางการเกษตรแห่งแรกของประเทศไทย โดยถือ

กำเนิดจากโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม เมื่อ พ.ศ. 2460 ต่อมาได้ขยาย ยกฐานะเป็นวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และพัฒนาจน

กระทั่งเป็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมีพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ฉบับแรก เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2486

ในระหว่าง พ.ศ. 2486 - 2504 มีพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใช้ 6 ฉบับ ฉบับที่ใช้นานที่สุดคือ พ.ศ. 2511 สำหรับ

พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2541 เป็นฉบับปัจจุบันได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับกฤษฎีกา เล่ม 115

ตอนที่ 15 ก เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2541
 ปัจจุบันมหาวิทยาลัยได้ดำเนินภารกิจเพื่อสนองนโยบายการกระจายโอกาสทางการศึกษาของรัฐบาลใน 4 วิทยาเขต

ได้แก่ วิทยาเขตบางเขน, วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม, วิทยาเขตศรีราชา จังหวัดชลบุรี และวิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ

จังหวัดสกลนคร และโครงการจัดตั้ง 1 วิทยาเขต คือ วิทยาเขตสุพรรณบุรี

ku-2
ที่มาของรูปภาพ http://www.eto.ku.ac.th/KUC/IMAGE/ku_color_medium.jpg
ตราของมหาวิทยาลัย
 เป็นรูปวงกลม มีรูปพระพิรุณทรงนาคอยู่กึ่งกลาง ล้อมรอบด้วยกลีบบัวคว่ำและกลีบบัวหงายและมีข้อความว่า "

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ.๒๔๘๖" ล้อมรอบเป็นชั้นนอกสุด ตาม พ.ร.บ. เครื่องหมายราชการ พุทธศักราช 2482 ที่ประกาศใน

ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2540 เล่มที่ 114 ตอนพิเศษ 104 ง

ku-4
ที่มาของรูปภาพ http://www.nonsi.th.edu/non_9.jpg
ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย "นนทรี"

สีประจำมหาวิทยาลัย คือ สีเขียวใบไม้  

ku-3
ที่มาของรูปภาพ http://www.bangkoktourist.com/backup/places/kasetsart_universitymuseum/kasetsart-university-

museum.jpg
วิสัยทัศน์
 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นมหาวิทยาลัยที่มีความเป็นเลิศทางวิชาการระดับนานาชาติ มีผลงานเป็นที่ยอมรับใน

มาตรฐานสากล เป็นแกนนำในการระดมภูมิปัญญา เพื่อพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน และให้มีอำนาจต่อรองในประชาคมโลก

ที่มาของข้อมูล http://www.ku.ac.th/about/general.html (เนื้ออื่นๆ)
http://dek-d.com/board/view.php?id=1343412 (ตราประจำมหาวิทยาลัย)

mu-1
ที่มาของรูปภาพ http://kitty.in.th/gallery/mflu/dsc_5563.jpg
ประวัติมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐบาลตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงราย ก่อตั้งเมื่อวันที่ 25 กันยายน

พ.ศ. 2541 ภายหลังการเรียกร้องของชาวจังหวัดเชียงรายที่ต้องการมีมหาวิทยาลัยในท้องถิ่น และเพื่อเป็นการระลึกถึงสมเด็จพระศรี

นครินทราบรมราชชนนี จึงได้มีการจัดสร้างมหาวิทยาลัยขึ้นและใช้พระราชสมัญญา "แม่ฟ้าหลวง" เป็นชื่อมหาวิทยาลัย
 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้รับการสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐตามพระราชบัญญัติจัดตั้ง เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2541

โดยมีสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่มิใช่ส่วนราชการ การดำเนินการด้านต่าง ได้มีการพัฒนามาเป็นลำดับ ด้วยความมั่นคงและ

มีคุณภาพ จวบจนถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2547 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระ

เทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ประกอบพิธีเปิดมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พิธีเปิดศูนย์

ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร และพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาประจำปีการศึกษา 2545 ยังความปลื้มปิติสำนึกใน

พระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

mu-3
ที่มาของรูปภาพ http://www.mfu.ac.th/2006_th/about_us/images/logo.jpg
ตราของมหาวิทยาลัย
 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธย ส.ว. ประกอบเป็นตราสัญลักษณ์

ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีและเป็นสิริมงคลแก่มหาวิทยาลัย

โดยตราสัญลักษณ์ดังกล่าวมีเลข ๘ และเลข ๙ ประกอบอยู่ด้วย โดยมีความหมายถึง ทรงเป็นพระราชชนนีของพระมหากษัตริย์ 2

พระองค์ คือ รัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 และได้อัญเชิญฉัตร 7 ชั้นมาเป็นเครื่องหมายประกอบพระเกียรติยศของสมเด็จพระศรี

นครินทราบรมราชชนนี มีดอกลำดวนและใบไม้ประดับอันแสดงถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยที่จะสนองพระราชปณิธานปลูกป่า

และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยไม่หยุดยั้ง

mu-4
ที่มาของรูปภาพ http://www.dhammajak.net/board/files/paragraphparagraph_290.jpg
ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย คือ ดอกหอมนวล (ลำดวน)

สีประจำมหาวิทยาลัย สีแดงทอง

mu-2
ที่มาของรูปภาพ http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/173/3173/images/02-05-2007/DSCF5699s.jpg
วิสัยทัศน์
 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาในระดับสากล มีความเป็นเลิศใน

ศิลปวิทยาการสาขาต่างๆ เพื่อเป็นแหล่งผลิตและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพของประเทศและภูมิภาค รวมทั้งเป็นแหล่งสร้าง

สมและพัฒนาองค์ความรู้ในด้านต่างๆ ควบคู่กันไปกับการนำองค์ความรู้ในมหาวิทยาลัย ออกไปสู่การประยุกต์ใช้ในสังคมและภาค

ธุรกิจอุตสาหกรรมของประเทศภายใต้กรอบความร่วมมือที่แน่นแฟ้น กับองค์กรภายนอกในทุกสาขา ในขณะเดียวกันก็จะมุ่งเน้นการ

ศึกษาพัฒนาศิลปะและวัฒนธรรมของชาติเพื่อคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของ ความเป็นชาติสืบไป

ที่มาของข้อมูล http://www.mfu.ac.th/about_us/p01.php
http://www.mfu.ac.th/about_us/p06.php


" สุโข ปญญา ปฏิลาโภ
ความได้ปัญญา ให้เกิดสุข "

bu-1
ที่มาของรูปภาพ http://www.gotouni.mua.go.th/pic_board/set1/00.jpg
ประวัติมหาวิทยาลัยบูรพา
 ในปี 2517 โดยพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เมื่อมหาวิทยาลัยการศึกษาได้รับการเปลี่ยนฐานะเป็นมหา

วิทยาลัยศรีนครินทรวิ โรฒ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2517 วิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน จึงมีฐานะเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิ

โรฒ บางแสน ไปด้วย
         เพื่อเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลในการให้บริการทางการศึกษาแก่ท้องถิ่น มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางแสน ได้

เปิดรับนักเรียนดีในภาคตะวันออกเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2523 ซึ่งในปีนี้รับเพียงร้อยละ 30 ของจำนวนนิสิตที่จะ

รับเข้าทั้งหมด คือรับเพียง 124 คน ในปีต่อมาจึงเพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 35,40 และ 50 ตามลำดับ
         ก้าวที่สองของการเริ่มต้นดังกล่าวมาทั้งหมดนี้ นับเป็นก้าวสำคัญและมั่นคงเป็นพื้นฐานของก้าวต่อไปคือการเป็นมหาวิทยาลัย

เอกเทศโดยสมบูรณ์ที่มีชื่อว่า "มหาวิทยาลัยบูรพา"

bu-2
ที่มาของรูปภาพ http://www.cebuu.net/Civil+Engineering/images/stories/spd_20080407164408_b.jpg
ตราของมหาวิทยาลัย
 แบบที่ 1 เป็น รูปเลข ๙ ไทย มีกนกเปลวเพลิงล้อมรอบรัศมี ประกอบ มี 8 แฉก ด้านล่างเป็นเส้นโค้ง ทั้งหมดบรรจุในวง

กลมซ้อน 2 วง ภายในวงกลม วงนอกเบื้องบนมีคำว่า มหาวิทยาลัยบูรพา เบื้องล่าง มีคำภาษาอังกฤษว่า BURAPHA UNIVERSITY
 แบบที่ 2 เหมือนกับแบบที่ 1 ทุกอย่าง ยกเว้น วงนอกเบื้องบนมีคำว่า สุโข ปญญา ปฏิลาโภ เบื้องล่างมีคำว่า

มหาวิทยาลัยบูรพา

bu-4
ที่มาของรูปภาพ http://mblog.manager.co.th/uploads/105/images/SingllePalm-1.jpg
ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย "ต้นมะพร้าว"

สีประจำมหาวิทยาลัย สีเทาทอง

bu-3
ที่มาของรูปภาพ http://www.urrac.com/summercamp51/board/upload/5_0_2007110592217.jpg
วิสัยทัศน์
         มหาวิทยาลัยบูรพาเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำ จัดการเรียนรู้และการวิจัยที่ได้มาตรฐานในระดับนานาชาติ เป็นที่พึ่งทางวิชาการ

แก่สังคม

ที่มาของข้อมูล http://www.buu.ac.th/index1.php?link=aboutbuu
http://www.buu.ac.th/index1.php?link=signbuu

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 22 คน กำลังออนไลน์